This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๓๒

本册其他条目

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑. พุทธาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๒. ปัจเจกพุทธาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๓. สารีปุตตเถราปทาน (๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน (๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๕. มหากัสสปเถราปทาน (๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๖. อนุรุทธเถราปทาน (๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๗. ปุณณมันตานีปุตตเถราปทาน (๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๘. อุปาลีเถราปทาน (๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๙. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน (๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑๐. ปิณโฑภารทวาชเถราปทาน (๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑๑. ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน (๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑๒. อานันทเถราปทาน (๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๒. เอกถัมภิกเถราปทาน (๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๓. นันทเถราปทาน (๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๔. จุลลปันถกเถราปทาน (๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๕. ปิลินทวัจฉเถราปทาน (๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๖. ราหุลเถราปทาน (๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน (๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๘. รัฐปาลเถราปทาน (๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๙. โสปากเถราปทาน (๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๑๐. สุมังคลเถราปทาน (๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๑. สุภูติเถราปทาน (๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๒. อุปวาณเถราปทาน (๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๓. ตีณิสรณาคมนียเถราปทาน (๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๔. เบญจสีลสมาทานนิยเถราปทาน (๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๕. อันนสังสาวกเถราปทาน (๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๖. ธูปทายกเถราปทาน (๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๗. ปุฬินปูชกเถราปทาน (๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๘. อุตติยเถราปทาน (๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๙. เอกัญชลิกเถราปทาน (๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓. สุภูติวรรค ๑๐. โขมทายกเถราปทาน (๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๑. กุณฑธานเถราปทาน (๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๒. สาคตเถราปทาน (๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๓. มหากัจจายนเถราปทาน (๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๔. กาฬุทายีเถราปทาน (๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๕. โมฆราชเถราปทาน (๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๖. อธิมุตตกเถราปทาน (๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๗. ลสุณทายกเถราปทาน (๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๘. อายาตทายกเถราปทาน (๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๙. ธรรมจักกิกเถราปทาน (๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔. กุณฑธานวรรค ๑๐. กัปปรุกขิยเถราปทาน (๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๑. อุปาลีเถราปทาน (๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๒. โสณโกฏิยเวสสเถราปทาน (๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน (๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน (๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๕. ปัญจหัตถยเถราปทาน (๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๖. ปทุมฉทนิยเถราปทาน (๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๗. สยนทายกเถราปทาน (๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๘. จังกมทายกเถราปทาน (๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๙. สุภัททเถราปทาน (๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๕. อุปาลีวรรค ๑๐. จุนทเถราปทาน (๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๑. วิธูปนทายกเถราปทาน (๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๒. สตรังสิยเถราปทาน (๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๓. สยนทายกเถราปทาน (๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๔. คันโธทกทายกเถราปทาน (๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๕. โอปวุยหเถราปทาน (๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๖. สปริวาราสนเถราปทาน (๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๗. ปัญจทีปกเถราปทาน (๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๘. ธชทายกเถราปทาน (๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๙. ปทุมเถราปทาน (๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๖. วีชนีวรรค ๑๐. อสนโพธิยเถราปทาน (๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๑. สกจิตตนิยเถราปทาน (๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๒. อาโปปุปผิยเถราปทาน (๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๓. ปัจจาคมนิยเถราปทาน (๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๔. ปรัปปสาทกเถราปทาน (๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๕. ภิสทายกเถราปทาน (๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๖. สุจินติตเถราปทาน (๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๗. วัตถทายกเถราปทาน (๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๘. อัมพทายกเถราปทาน (๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๙. สุมนเถราปทาน (๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๗. สกจิตตนิยวรรค ๑๐. ปุปผจังโกฏิยเถราปทาน (๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๑. นาคสมาลเถราปทาน (๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๒. ปทสัญญกเถราปทาน (๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๓. สุสัญญกเถราปทาน (๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน (๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๕. เอกสัญญกเถราปทาน (๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๖. ติณสันถารทายกเถราปทาน (๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๗. สูจิทายกเถราปทาน (๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๘. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน (๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน (๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๘. นาคสมาลวรรค ๑๐. ตีณิปทุมิยเถราปทาน (๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๑. ติมิรปุปผิยเถราปทาน (๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๒. คตสัญญกเถราปทาน (๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๓. นิปันนัญชลิกเถราปทาน (๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๔. อโธปุปผิยเถราปทาน (๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๕. รังสิสัญญกเถราปทาน (๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๖. รังสิสัญญิกเถราปทาน (๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๗. ผลทายกเถราปทาน (๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๘. สัททสัญญกเถราปทาน (๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๙. โพธิสิญจกเถราปทาน (๘๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค ๑๐. ปทุมปุปผิยเถราปทาน (๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๑. สุธาปิณฑิยเถราปทาน (๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๒. สุปีฐิยเถราปทาน (๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๓. อัฑฒเจลกเถราปทาน (๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๔. สูจิทายกเถราปทานที่ ๔ (๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๕. คันธมาลิยเถราปทาน (๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๖. ติปุปผิยเถราปทาน (๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๗. มธุปิณฑิกเถราปทาน (๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๘. เสนาสนทายกเถราปทาน (๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๙. เวยยาวัจจกเถราปทาน (๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค ๑๐. พุทธุปัฏฐากเถราปทาน (๑๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๑. ภิกขทายกเถราปทาน (๑๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๒. ญาณสัญญิกเถราปทาน (๑๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๓. อุปลหัตถิยเถราปทาน (๑๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๔. ปทปูชกเถราปทาน (๑๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๕. มุฏฐิปุปผิยเถราปทาน (๑๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๖. อุทกปูชกเถราปาน (๑๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๗. นฬมาลิยเถราปทาน (๑๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๘. อาสนุปัฏฐายกเถราปทาน (๑๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๙. พิฬาลิทายกเถราปทาน (๑๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๑. ภิกขทายิวรรค ๑๐. เรณุปูชกเถราปทาน (๑๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๑. มหาปริวารเถราปทาน (๑๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๒. สุมังคลเถราปทาน (๑๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๓. สรณคมนิยเถราปทาน (๑๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๔. เอกาสนิยเถราปทาน (๑๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๕. สุวรรณปุปผิยเถราปทาน (๑๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๖. จิตกปูชกเถราปทาน (๑๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๗. พุทธสัญญกเถราปทาน (๑๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๘. มัคคสัญญกเถราปทาน (๑๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๙. ปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทาน (๑๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน (๑๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๑. เสเรยยเถราปทาน (๑๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๒. ปุปผถูปิยเถราปทาน (๑๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๓. ปายาสทายกเถราปทาน (๑๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๔. คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน (๑๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน (๑๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๗. ผลทายกเถราปทาน (๑๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๘. ญาณสัญญกเถราปทาน (๑๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๙. คันธปุปผิยเถราปทาน (๑๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๓. เสเรยยกวรรค ๑๐. ปทุมปูชกเถราปทาน (๑๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๑. โสภิตเถราปทาน (๑๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๒. สุทัสสนเถราปทาน (๑๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๓. จันทนปูชกเถราปทาน (๑๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๔. ปุปผฉทนิยเถราปทาน (๑๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๕. รโหสัญญิกเถราปทาน (๑๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน (๑๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน (๑๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๘. เอกรังสนิยเถราปทาน (๑๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๙. สาลาทารกเถราปทาน (๑๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๔. โสภิตวรรค ๑๐. ผลทายกเถราปทาน (๑๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๑. อธิฉัตติยเถราปทาน (๑๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน (๑๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๓. เวทิการกเถราปทาน (๑๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๔. สปริวาริยเถราปทาน (๑๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๕. อุมมาปุปผิยเถราปทาน (๑๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๖. อนุโลมทายกเถราปทาน (๑๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๗. มรรคทายกเถราปทาน (๑๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๘. ผลกทายกเถราปทาน (๑๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๙. วฏังสกิยเถราปทาน (๑๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๑๐. ปัลลังกทายกเถราปทาน (๑๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๑. พันธุชีวกเถราปทาน (๑๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๒. ตัมพปุปผิยเถราปทาน (๑๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน (๑๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๔. กักการุปูชกเถราปทาน (๑๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๕. มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน (๑๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน (๑๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๗. ติณสูลกเถราปทาน (๑๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๘. นาคปุปผิยเถราปทาน (๑๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน (๑๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๖. พันธุชีวกวรรค ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน (๑๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๑. สุปาริจริยเถราปทาน (๑๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๒. กณเวรปุปผิยเถราปทาน (๑๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๓. ขัชชทายกเถราปทาน (๑๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๔. เทสปูชกเถราปทาน (๑๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๕. กณิการฉทนิยเถราปทาน (๑๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๖. สัปปิทายกเถราปทาน (๑๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๗. ยุธิกปุปผิยเถราปทาน (๑๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๘. ทุสสทายกเถราปทาน (๑๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๙. สมาทปกเถราปทาน (๑๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๗. สุปาริจริยวรรค ๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน (๑๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๑. กุมุทมาลิยเถราปทาน (๑๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๒. นิสเสณีทายกเถราปทาน (๑๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๓. รัตติยปุปผิยเถราปทาน (๑๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๔. อุทปานทายกเถราปทาน (๑๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๕. สีหาสนทายกเถราปทาน (๑๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๖. มัคคทัตติกเถราปทาน (๑๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๗. เอกทีปิยเถราปทาน (๑๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๘. มณิปูชกเถราปทาน (๑๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๙. ติกิจฉกเถราปทาน (๑๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๘. กุมุทวรรค ๑๐. สังฆุปัฏฐากเถราปทาน (๑๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๑. กุฏชปุปผิยเถราปทาน (๑๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๒. พันธุชีวกเถราปทาน (๑๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๓. โกตุมพริยเถราปทาน (๑๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๔. ปัญจหัตถิยเถราปทาน (๑๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๕. อิสิมุคคทายกเถราปทาน (๑๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๖. โพธิอุปัฏฐายกเถราปทาน (๑๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๗. เอกจินติกเถราปทาน (๑๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๘. ติกรรณิปุปผิยเถราปทาน (๑๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๙. เอกจาริยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๑๐. ติวัณฏิปุปผิยเถราปทาน (๑๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๑. ตมาลปุปผิยเถราปทาน (๑๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๒. ติณสันถารทายกเถราปทาน (๑๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๓. ขัณฑผุลลิยเถราปทาน (๑๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๔. อโสกปูชกเถราปทาน (๑๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๕. อังโกลกเถราปทาน (๑๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๖. กิสลยปูชกเถราปทาน (๑๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๗. ตินทุกทายกเถราปทาน (๑๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๘. คิริเนลมุฏฐิปูชกเถราปทาน (๑๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๙. ติกัณฑิปุปผิยเถราปทาน (๑๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๑๐. ยูถิกปุปผิยเถราปทาน (๒๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๑. กณิการปุปผิยเถราปทาน (๒๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๒. มิเนลปุปผิยเถราปทาน (๒๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๓. กิงกณิกปุปผิยเถราปทาน (๒๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๔. ตรณิยเถราปทาน (๒๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๕. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๒๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๖. อุทกทายกเถราปทาน (๒๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๗. สลฬมาลิยเถราปทาน (๒๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๘. โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน (๒๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๙. อาธารทายถเถราปทาน (๒๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๑. กณิการปุปผิยวรรค ๑๐. ปาปนิวาริยเถราปทาน (๒๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๑. หัตถิทายกเถราปทาน (๒๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๒. ปานธิทายกเถราปทาน (๒๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๓. สัจจสัญญกเถราปทาน (๒๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๔. เอกสัญญกเถราปทาน (๒๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๕. รังสิสัญญกเถราปทาน (๒๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๖. สันธิตเถราปทาน (๒๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๗. ตาลวัณฏทายกเถราปทาน (๒๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๘. อักกันตสัญญกเถราปทาน (๒๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๙. สัปปิทายกเถราปทาน (๒๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๒. หัตถิวรรค ๑๐. ปาปนิวาริยเถราปทาน (๒๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๑. อาลัมพนทายกเถราปทาน (๒๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๒. อชินทายกเถราปทาน (๒๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๓. เทวรัตนิยเถราปทาน (๒๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๔. อารักขทายกเถราปทาน (๒๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๕. อพยาธิกเถราปทาน (๒๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๖. วกุลปุปผิยเถราปทาน (๒๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๗. โสวรรณวฏังสกิยเถราปทาน (๒๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๘. มิญชวฏังสกิยเถราปทาน (๒๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๙. สุกตาเวฬิยเถราปทาน (๒๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๓. อาลัมพนทายกวรรค ๑๐. เอกวันทนิยเถราปทาน (๒๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๑. อุทกาสนทายกเถราปทาน (๒๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๒. ภาชนทายกเถราปทาน (๒๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๓. สาลปุปผิยเถราปทาน (๒๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๔. กิลัญชทายกเถราปทาน (๒๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๕. เวทิทายกเถราปทาน (๒๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๖. วรรณการเถราปทาน (๒๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๗. ปิยาลปุปผิยเถราปทาน (๒๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๘. อัมพยาคทายกเถราปทาน (๒๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๙. ชคติการกเถราปทาน (๒๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๔. อุทกาสนทายิวรรค ๑๐. วาสิทายกเถราปทาน (๒๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๑. ตุวรัฏฐิทายกเถราปทาน (๒๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๒. นาคเกสริยเถราปทาน (๒๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๓. นฬินเกสริยเถราปทาน (๒๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๔. วิรวิปุปผิยเถราปทาน (๒๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๕. กุฏิธูปกเถราปทาน (๒๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๖. ปัตตทายกเถราปทาน (๒๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๗. ธาตุปูชกเถราปทาน (๒๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๘. สัตตสัตตลิปุปผปูชกเถราปทาน (๒๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๙. พิมพิชาลปุปผิยเถราปทาน (๒๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๕. ตุวรทายิวรรค ๑๐. อุททาลทายกเถราปทาน (๒๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๑. โถมกเถราปทาน (๒๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๒. เอกาสนทายกเถราปทาน (๒๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๓. จิตกปูชกเถราปทาน (๒๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๔. จัมปกปุปผิยเถราปาน (๒๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๕. สัตตปาฏลิยเถราปทาน (๒๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๖. อุปหนทายกเถราปทาน (๒๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๗. มัญชริปูชกเถราปทาน (๒๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๘. ปรรณทายกเถราปทาน (๒๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๙. กุฏิทายกเถราปทาน (๒๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๖. โถมกวรรค ๑๐. อัคคปุปผิยเถราปทาน (๒๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๑. อากาสุกขิปิยเถราปทาน (๒๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๒. เตลมักขิยเถราปทาน (๒๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๓. อัฑฒจันทิยเถราปทาน (๒๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๔. ทีปทายกเถราปทาน (๒๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๕. วิฬาลิทายกเถราปทาน (๒๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๖. มัจฉทายกเถราปทาน (๒๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๗. ชวหังสกเถราปทาน (๒๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๘. สลฬปุปผิกเถราปทาน (๒๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๙. อุปาคตหาสนิยเถราปทาน (๒๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๗. ปทุมุกเขปวรรค ๑๐. ตรณิยเถราปทาน (๒๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๑. สุวรรณพิมโพหนิยเถราปทาน (๒๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๒. ติลมุฏฐิยเถราปทาน (๒๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๓. จังโกฏกิยเถราปทาน (๒๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๔. อัพภัญชนทายกเถราปทาน (๒๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๕. เอกัญชลิยเถราปทาน (๒๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๖. โปตถทายกเถราปทาน (๒๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๗. จิตกปูชกเถราปทาน (๒๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๘. อาลุวทายกเถราปทาน (๒๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๙. ปุณฑรีกเถราปทาน (๒๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค ๑๐. ตรณิยเถราปทาน (๒๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๑. ปรรณทายกเถราปทาน (๒๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๒. ผลทายกเถราปทาน (๒๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๓. ปัจจุคคมนิยเถราปทาน (๒๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๔. เอกปุปผิยเถราปทาน (๒๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๕. มฆวปุปผิยเถราปทาน (๒๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๖. อุปัฏฐายิกเถราปทาน (๒๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๗. อปทานิยเถราปทาน (๒๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๘. สัตตาหปัพพชิตเถราปทาน (๒๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๙. พุทธุปัฏฐายิกเถราปทาน (๒๘๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๙. ปรรณทายกวรรค ๑๐. ปุพพังคมนิยเถราปทาน (๒๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๑. จิตกปูชกเถราปทาน (๒๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๒. ปุปผธารกเถราปทาน (๒๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๓. ฉัตตทายกเถราปทาน (๒๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๔. สัททสัญญกเถราปทาน (๒๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๕. โคสีสนิกเขปกเถราปทาน (๒๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๖. ปทปูชกเถราปทาน (๒๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๗. เทสกิตติกเถราปทาน (๒๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๘. สรณคมนิยเถราปทาน (๒๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน (๒๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๐. จิตกปูชกวรรค ๑๐. อนุสังสาวกเถราปทาน (๓๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๑. ปทุมเกสริยเถราปทาน (๓๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๒. สรรพคันธิยเถราปทาน (๓๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๓. ปรมันนทายกเถราปทาน (๓๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๔. ธรรมสัญญกเถราปทาน (๓๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๕. ผลทายกเถราปทาน (๓๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๖. สัมปสาทิกเถราปทาน (๓๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๗. อารามทายกเถราปทาน (๓๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๘. อนุเลปทายกเถราปทาน (๓๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๙. พุทธสัญญิกเถราปทาน (๓๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๑. ปทุมเกสริยวรรค ๑๐. ปัพภารทายกเถราปทาน (๓๑๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๑. อารักขทายกเถราปทาน (๓๑๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๒. โภชนทายกเถราปทาน (๓๑๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๓. คตสัญญกเถราปทาน (๓๑๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๔. สัตตปทุมิยเถราปทาน (๓๑๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๕. ปุปผาสนทายกเถราปทาน (๓๑๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๖. อาสนถวิกเถราปทาน (๓๑๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๗. สัททสัญญกเถราปทาน (๓๑๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๘. ติรังสิยเถราปทาน (๓๑๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๙. นาลิปุปผิยเถราปทาน (๓๑๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๒. อารักขทายกวรรค ๑๐. กุมุทมาลิยเถราปทาน (๓๒๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๑. อุมมาปุปผิยเถราปทาน (๓๒๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๒. ปุฬินปูชกเถราปทาน (๓๒๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๓. หาสชนกเถราปทาน (๓๒๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๔. ยัญญสามิกเถราปทาน (๓๒๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๕. นิมิตตสัญญกเถราปทาน (๓๒๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๖. อันนสังสาวกเถราปทาน (๓๒๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๘. สุมนาเวฬิยเถราปทาน (๓๒๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๙. ปุปผฉัตติยเถราปทาน (๓๒๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน (๓๓๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๑. คันธธูปิยเถราปทาน (๓๓๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๒. อุทกปูชกเถราปทาน (๓๓๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๓. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน (๓๓๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน (๓๓๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๕. ผุสสิตกัมมิยเถราปทาน (๓๓๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๖. ปภังกรเถราปทาน (๓๓๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๗. ติณกุฏิทายกเถราปทาน (๓๓๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน (๓๓๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๙. ธรรมสวนิยเถราปทาน (๓๓๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๔. คันโธทกวรรค ๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน (๓๔๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๑. เอกปทุมิยเถราปทาน (๓๔๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๒. ตีณุปลมาลิยเถราปทาน (๓๔๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๓. ธชทายกเถราปทาน (๓๔๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๔. ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทาน (๓๔๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๕. นฬาคาริกเถราปทาน (๓๔๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน (๓๔๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๗. ปทุมปูชกเถราปทาน (๓๔๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน (๓๔๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๙. ตินทุกผลทายกเถราปทาน (๓๔๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๕. เอกปทุมวรรค ๑๐. เอกัญชลิยเถราปทาน (๓๕๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๑. สัททสัญญิกเถราปทาน (๓๕๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๒. ยวกลาปิยเถราปทาน (๓๕๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๓. กิงสุกปูชกเถราปทาน (๓๕๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๔. สโกฏกโกรัณฑทายกเถราปทาน (๓๕๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๕. ทัณฑทายกเถราปทาน (๓๕๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๖. อัมพยาคุทายกเถราปทาน (๓๕๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๗. ปุฏกปูชกเถราปทาน (๓๕๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๘. วัจฉทายกเถราปทาน (๓๕๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๙. สรณาคมนิยเถราปทาน (๓๕๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๖. สัททสัญญิกวรรค ๑๐. ปิณฑปาติกเถราปทาน (๓๖๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๑. มันทารวิยเถราปทาน (๓๖๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๒. กักการุปุปผิยเถราปทาน (๓๖๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๓. ภิสมุฬาลทายกเถราปทาน (๓๖๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๔. เกสรปุปผิยเถราปทาน (๓๖๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๕. อังโกลปุปผิยเถราปทาน (๓๖๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน (๓๖๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๗. อุททาลกปุปผิยเถราปทาน (๓๖๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๘. เอกจัมปกปุปผิยเถราปทาน (๓๖๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๙. ติมิรปุปผิยเถราปทาน (๓๖๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๑๐. สลฬปุปผิยเถราปทาน (๓๗๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๑. โพธิวันทกเถราปทาน (๓๗๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๒. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน (๓๗๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๓. ตีณุปลมาลิยเถราปทาน (๓๗๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๔. ปัตติปุปผิยเถราปทาน (๓๗๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๕. สัตตปัณณิยเถราปทาน (๓๗๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๖. คันธมุฏฐิยเถราปทาน (๓๗๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๗. จิตกปูชกเถราปทาน (๓๗๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๘. สุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน (๓๗๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๙. สุมนทามิยเถราปทาน (๓๗๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๘. โพธิวันทกวรรค ๑๐. กาสุมาริผลทายกเถราปทาน (๓๘๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๑. อัมพฏผลทายกเถราปทาน (๓๘๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๒. ลพุชทายกเถราปทาน (๓๘๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๓. อุทุมพรผลทายกเถราปทาน (๓๘๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๔. มิลักขุผลทายกเถราปทาน (๓๘๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๕. ผารุสผลทายกเถราปทาน (๓๘๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๖. วัลลิผลทายกเถราปทาน (๓๘๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๗. กทลิผลทายกเถราปทาน (๓๘๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๘. ปนสผลทายกเถราปทาน (๓๘๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๙. โสณโกฏิวิสเถราปทาน (๓๘๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติ (๓๙๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๑. ปิลินทวัจฉเถราปทาน (๓๙๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๒. เสลเถราปทาน (๓๙๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๓. สรรพกิตติกเถราปทาน (๓๙๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๔. มธุทายกเถราทาน (๓๙๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน (๓๙๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๖. พักกุลเถราปทาน (๓๙๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๗. คิริมานันทเถราปทาน (๓๙๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๘. สลฬมัณฑปิยเถราปทาน (๓๙๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๙. สัพพทายกเถราปทาน (๓๙๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๑๐. อชิตเถราปทาน (๔๐๐)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๑. ติสสเมตเตยยเถราปทาน (๔๐๑)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๒. ปุณณกเถราปทาน (๔๐๒)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๓. เมตตคูเถราปทาน (๔๐๓)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๔. โธตกเถราปทาน (๔๐๔)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๕. อุปสีวเถราปทาน (๔๐๕)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๖. นันทกเถราปทาน (๔๐๖)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๗. เหมกเถราปทาน (๔๐๗)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๘. โตเทยยเถราปทาน (๔๐๘)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน (๔๐๙)ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๑๐. อุเทนเถราปทาน (๔๑๐)

经典

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑. พุทธวรรค ๑๒. อานันทเถราปทาน (๑๐)

อรรถกถาแปลไทย

101 行1 个版本

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

๑๐. พรรณนาอานันทเถราปทาน

คำมีอาทิว่า อารามทฺวารา นิกฺขมฺม ดังนี้ เป็นอปทานของท่านพระอานนทเถระ.

แม้พระเถระนี้ก็ได้กระทำบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ก่อสร้างบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่วิวัฏฏะไว้ในภพนั้น ๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดเป็นน้องชายต่างมารดากับพระศาสดา ในนครหังสวดี เขาได้มีชื่อว่าสุมนะ.

ก็พระบิดาของสุมนะนั้นเป็นพระราชาพระนามว่านันทะ. พระเจ้านันทราชนั้น เมื่อสุมนกุมารผู้เป็นโอรสของพระองค์เจริญวัยแล้ว จึงได้ประทานโภคนครให้ในที่ประมาณ ๒๐ โยชน์ จากนครหังสวดีไป. สุมนกุมารนั้นมาเฝ้าพระศาสดาและพระบิดาในบางครั้งบางคราว.

ครั้งนั้น พระราชาทรงบำรุงพระศาสดาและภิกษุสงฆ์ประมาณหนึ่งแสนโดยเคารพด้วยพระองค์เอง ไม่ยอมให้คนอื่นบำรุง.

สมัยนั้น ปัจจันตชนบทกำเริบขึ้น พระกุมารไม่กราบทูลพระราชาถึงความที่ปัจจันตชนบทกำเริบ เสด็จไประงับเสียเอง.

พระราชาได้สดับดังนั้นดีพระทัยตรัสว่า นี่แน่ะพ่อ พ่อจะให้พรเจ้า เจ้าจงรับเอา.

พระกุมารกราบทูลว่า ข้าพระองค์ปรารถนาเพื่อจะบำรุงพระศาสดาและภิกษุสงฆ์ กระทำชีวิตไม่ให้เป็นหมัน. พระราชาตรัสว่า ข้อนั้นเจ้าไม่อาจได้ จงบอกอย่างอื่นเถิด.

พระกุมารกราบทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ ธรรมดาว่ากษัตริย์ทั้งหลายไม่มีพระดำรัสเป็นสอง ขอพระองค์จงประทานการบำรุงพระศาสดานั้นแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ไม่ต้องการอย่างอื่น. ถ้าพระศาสดาทรงอนุญาต ก็เป็นอันทรงประทานเถิดพระเจ้าข้า.

พระกุมารนั้นจึงเสด็จไปยังพระวิหารด้วยทรงหวังว่า จักหยั่งรู้น้ำพระทัยของพระศาสดา.

ก็สมัยนั้น พระศาสดากำลังเสด็จเข้าไปยังพระคันธกุฎี. พระกุมารเสด็จเข้าไปหาภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า ท่านผู้เจริญ โยมมาเพื่อจะเฝ้าพระศาสดา ขอท่านทั้งหลายจงแสดงพระศาสดาแก่โยมด้วยเถิด. ภิกษุทั้งหลายทูลว่า พระเถระชื่อว่าสุมนะเป็นพระอุปัฏฐากของพระศาสดา พระองค์จงเสด็จไปยังสำนักของพระเถระนั้น. พระกุมารจึงเสด็จไปยังสำนักของพระเถระแล้วตรัสว่า ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงแสดงพระศาสดา.

ลำดับนั้น พระเถระ เมื่อพระกุมารทรงเห็นอยู่นั่นเอง ได้ดำดินเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระราชบุตรเสด็จมาเพื่อจะขอเฝ้าพระองค์.

พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ถ้าอย่างนั้นเธอจงปูลาดอาสนะไว้ข้างนอก. พระเถระถือเอาพุทธอาสน์อีกที่หนึ่ง แล้วดำลงในภายในพระคันธกุฎี เมื่อพระกุมารนั้นทรงเห็นอยู่ ก็ปรากฏขึ้น ณ ที่บริเวณภายนอก แล้วปูลาดอาสนะในบริเวณพระคันธกุฎี.

พระกุมารเห็นดังนั้น จึงทำความคิดให้เกิดขึ้นว่า ภิกษุนี้ยิ่งใหญ่หนอ.

ฝ่ายพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จออกจากพระคันธกุฎี ประทับนั่งบนอาสนะที่ปูลาดไว้. พระราชบุตรถวายบังคมพระศาสดา ทรงทำปฏิสันถารแล้วทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระเถระนี้เห็นจะเป็นที่โปรดปรานในพระศาสนาของพระองค์.

พระศาสดาตรัสว่า ถวายพระพร พระกุมารเธอเป็นที่โปรดปราน. พระราชบุตรทูลถามว่า พระเถระนี้เป็นที่โปรดปราน เพราะกระทำกรรมอะไร พระเจ้าข้า.

พระศาสดาตรัสว่า เพราะทำบุญมีให้ทานเป็นต้น.

พระราชบุตรนั้นทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า แม้กระหม่อมฉันก็ใคร่จะเป็นที่โปรดปรานในศาสนาของพระพุทธเจ้าในอนาคต เหมือนพระเถระนี้ แล้วถวายภัตตาหารแก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ณ ที่กองค่ายพัก ตลอด ๗ วัน.

ในวันที่ ๗ กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กระหม่อมฉันได้พรสำหรับปรนนิบัติพระองค์ ๓ เดือนจากสำนักพระราชบิดา ขอพระองค์จงรับนิมนต์การอยู่จำพรรษาเพื่อหม่อมฉันตลอด ๓ เดือน ทรงทราบว่าพระศาสดาทรงรับนิมนต์แล้ว จึงพาพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมทั้งบริวารไป แล้วให้สร้างวิหารทั้งหลายอันเหมาะสมที่จะเป็นที่อยู่ของพระศาสดาและภิกษุสงฆ์ ไว้ในที่ระยะหนึ่งโยชน์ๆ แล้วนิมนต์ให้ประทับอยู่ในวิหารนั้นๆ แล้วนิมนต์ให้เสด็จเข้าไปประทับยังวิหารที่สร้างด้วยทรัพย์แสนหนึ่ง ในอุทยานชื่อว่าโสภณะ ซึ่งซื้อไว้ด้วยทรัพย์แสนหนึ่ง ณ ที่ใกล้สถานที่ประทับของพระองค์ แล้วหลั่งน้ำให้ตกลงด้วยพระดำรัสว่า

ข้าแต่พระมหามุนี อุทยานชื่อว่าโสภณะนี้ กระหม่อมฉัน

ซื้อไว้ด้วยทรัพย์แสนหนึ่ง แล้วให้สร้างด้วยทรัพย์อีกแสนหนึ่ง

ขอพระองค์ได้โปรดรับไว้เถิด.

ในวันใกล้วันเข้าพรรษา พระราชบุตรได้ยังมหาทานให้เป็นไปแด่พระศาสดา แล้วทรงชักชวนโอรส พระชายาและเหล่าอำมาตย์ ในการให้ทาน และการกระทำกิจการว่า ท่านทั้งหลายพึงให้ทานโดยวิหารนี้ ส่วนพระองค์เองประทับอยู่ที่ใกล้ๆ กับสถานที่อยู่ของพระสุมนเถระ ทรง บำรุงพระศาสดาตลอดไตรมาส ณ สถานที่ประทับอยู่ของพระองค์ ด้วยประการอย่างนี้.

ก็เมื่อจวนจะใกล้วันปวารณา จึงเสด็จเข้าไปยังหมู่บ้านยังมหาทานให้เป็นไปตลอด ๗ วัน ในวันที่ ๗ ทรงวางไตรจีวรไว้แทบบาทมูลของพระศาสดาและภิกษุสงฆ์ ทรงนมัสการแล้วได้ทรงกระทำความปรารถนาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุญที่กระหม่อมฉันทำเริ่มมาตั้งแต่กองค่ายนั้น จะกระทำเพื่อประโยชน์แก่สักกสมบัติเป็นต้นก็หามิได้ โดยที่แท้ กระหม่อมฉันพึงเป็นอุปัฏฐากที่โปรดปรานของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในอนาคต เหมือนพระสุมนเถระนี้.

พระศาสดาทรงเห็นว่าความปรารถนานั้นไม่มีอันตราย จึงทรงพยากรณ์แล้วเสด็จหลีกไป.

ในพุทธุปบาทกาลนั้น เขาทำบุญอยู่ถึงแสนปี แม้ต่อจากพุทธุปบาทกาลนั้นไป ก็ได้สั่งสมบุญกรรมไว้เหลือหลายในภพนั้นๆ ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ ครั้นในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสป จึงมาเกิดในเรือนของผู้มีสกุล ถึงความเป็นผู้รู้เดียงสาแล้ว ได้เอาผ้าอุตราสงค์มาทำการบูชาเพื่อจะรับบาตรของพระเถระรูปหนึ่งผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่.

เขากลับไปเกิดในสวรรค์อีก จุติจากสวรรค์แล้วมาเป็นพระเจ้าพาราณสี ได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๘ องค์ จึงนิมนต์ให้พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นให้ฉัน เสร็จแล้วให้สร้างบรรณศาลา ๘ หลังไว้ในอุทยานอันเป็นมงคลของพระองค์ แล้วมอบถวายตั่งอันสำเร็จด้วยรัตนะทั้งหมด กับเชิงรองอันเป็นแก้วมณี ๘ สำรับ เพื่อให้เป็นที่นั่งของพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น แล้วทำการอุปัฏฐากอยู่ถึงหมื่นปี. การกระทำดังนี้ได้ปรากฏแล้ว.

เขาก่อสร้างบุญทั้งหลายไว้ในภพนั้นๆ ถึงแสนกัป ได้บังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต พร้อมกับพระโพธิสัตว์ของพวกเราทั้งหลาย จุติจากภพดุสิตนั้นแล้วมาบังเกิดในพระราชมณเฑียรของพระเจ้าอมิโตทนศากยะ ได้นามว่าอานนท์ เพราะเกิดมาทำพวกพระญาติให้ยินดี.

อานนท์นั้นเจริญวัยขึ้นโดยลำดับ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำการเสด็จออกอภิเนษกรมณ์ ทรงบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักรอันประเสริฐ แล้วเสด็จไปยังนครกบิลพัสดุ์เป็นครั้งแรก เสร็จแล้วเสด็จออกจากนครกบิลพัสดุ์นั้น จึงออกไปพร้อมกับเจ้าภัททิยะเป็นต้นผู้เสด็จออกบวชเพื่อเป็นบริวารของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น แล้วบวชในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ได้ฟังธรรมกถาในสำนักของท่านพระปุณณมันตานีบุตร จึงดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล.

ก็สมัยนั้น ในปฐมโพธิกาล พระผู้มีพระภาคเจ้ายังไม่มีอุปัฏฐากประจำเป็นเวลา ๒๐ พรรษา. บางคราวท่านพระนาคสมาละถือบาตรจีวรเที่ยวไป. บางคราวพระนาคิตะ, บางคราวพระอุปวาณะ, บางคราวพระสุนักขัตตะ, บางคราวพระจุนทะสมณุทเทส, บางคราวพระสาคิตะ, บางคราวพระเมฆิยะ ท่านเหล่านั้น โดยมากพระศาสดาไม่ทรงโปรด.

อยู่มาวันหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าอันภิกษุสงฆ์แวดล้อมประทับนั่งอยู่บนบวรพุทธอาสน์อันเขาปูลาดไว้ในบริเวณพระคันธกุฎี ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราเป็นคนแก่แล้ว. ภิกษุบางพวก เมื่อเรากล่าวว่าจะไปทางนี้ กลับไปทางอื่น บางพวกวางบาตรจีวรของเราไว้ที่พื้น พวกท่านจงเลือกภิกษุสักรูปหนึ่งให้เป็นอุปัฏฐากประจำตัวเรา.

ภิกษุทั้งหลายได้ฟังดังนั้นเกิดธรรมสังเวช.

ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตรลุกขึ้นถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์จักบำรุงพระองค์. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงห้ามท่านเสีย. โดยอุบายนี้ พระมหาสาวกทั้งปวงมีพระมหาโมคคัลลานะเป็นต้น ยกเว้นท่านพระอานนท์ ต่างลุกขึ้นกราบทูลว่า ข้าพระองค์จักอุปัฏฐากๆ แม้พระมหาสาวกเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงห้ามเสีย.

ส่วนพระอานนท์คงนั่งนิ่งอยู่.

ลำดับนั้น ภิกษุทั้งหลายจึงกล่าวกะท่านพระอานนท์ว่า ท่านผู้มีอายุ แม้ตัวท่านก็จงทูลขอตำแหน่งอุปัฏฐากพระศาสดาเถิด. พระอานนท์กล่าวว่า ขึ้นชื่อว่าการอุปัฏฐากที่ได้มาด้วยการขอ จะเป็นเช่นไร ถ้าทรงชอบพระทัย พระศาสดาก็จักตรัสบอกเอง.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนอื่นๆ ไม่ต้องให้กำลังใจอานนท์ เธอรู้ตัวเองแล้วจักอุปัฏฐากเราเอง.

ลำดับนั้น ภิกษุทั้งหลายจึงพากันกล่าวว่า ลุกขึ้นเถิด อาวุโสอานนท์ ท่านจงขอตำแหน่งอุปัฏฐากกะพระศาสดาเถิด.

พระเถระลุกขึ้นแล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าจักไม่ประทานจีวรอันประณีตที่ทรงได้แก่ข้าพระองค์ ๑ จักไม่ทรงประทานบิณฑบาตอันประณีต ๑ จักไม่ประทานให้อยู่ในพระคันธกุฎีเดียวกัน ๑ จักไม่ทรงพาไปยังที่นิมนต์ ๑ เมื่อเป็นอย่างนี้ ข้าพระองค์จักอุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคเจ้า.

การปฏิเสธ ๔ ข้อนี้ เพื่อจะปลดเปลื้องการติเตียนที่ว่า เมื่อได้คุณประโยชน์มีประมาณเท่านี้ การอุปัฏฐากพระศาสดาจะหนักหนาอะไร.

(พระอานนท์กราบทูลว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าจักเสด็จไปยังที่นิมนต์ที่ข้าพระองค์ได้รับไว้ ๑ ข้าพระองค์จะได้นำบุคคลผู้มาแล้วๆ จากประเทศอื่นเข้าเฝ้าในทันทีทันใด ๑ เมื่อใด ข้าพระองค์เกิดความสงสัย ขอให้ได้เข้าเฝ้าถามพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ เมื่อนั้น ๑ ถ้าพระองค์จักทรงพยากรณ์ธรรมที่ทรงแสดงในที่ลับหลังแก่ข้าพระองค์อีก ๑ เมื่อเป็นอย่างนี้ ข้าพระองค์จักอุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคเจ้า.

การขอ ๔ ข้อนี้ เพื่อจะปลดเปลื้องคำติเตียนที่ว่า แม้เรื่องเท่านี้ พระเถระก็ไม่ได้การอนุเคราะห์ในสำนักพระศาสดา และเพื่อจะทำธรรมภัณฑาคาริก ขุนคลังธรรมให้บริบูรณ์

รวมความว่า พระเถระได้พร ๘ ประการนี้ จึงจะเป็นอุปัฏฐากประจำ.

พระเถระได้บรรลุผลแห่งบารมีทั้งหลายที่ได้บำเพ็ญมาแสนกัป ก็เพื่อต้องการฐานันดรนั้นเท่านั้น.

ตั้งแต่วันที่ได้ตำแหน่งอุปัฏฐาก พระเถระได้อุปัฏฐากพระทศพลด้วยกิจมีอาทิอย่างนี้ คือถวายน้ำสรง ๒ ครั้ง ถวายไม้ชำระพระทนต์ ๓ ครั้ง บริกรรมพระหัตถ์และพระบาท บริกรรมพระปฤษฎางค์ และกวาดบริเวณพระคันธกุฎี เป็นผู้ท่องเที่ยวอยู่ในสำนักตลอดภาคกลางวัน ด้วยหวังใจว่า เวลาชื่อนี้ พระศาสดาควรได้สิ่งชื่อนี้ เราควรทำกรรมชื่อนี้.

ส่วนในภาคกลางคืน ได้ถือเอาประทีปด้ามดวงใหญ่ เดินไปรอบๆ บริเวณพระคันธกุฎี ๙ ครั้ง เพื่อจะได้ถวายคำตอบในเมื่อพระศาสดาตรัสเรียก และเพื่อบรรเทาความง่วงเหงาหาวนอน.

ลำดับนั้น พระศาสดาประทับนั่งในท่ามกลางหมู่พระอริยเจ้าในพระเชตวัน ตรัสสรรเสริญพระอานนทเถระโดยอเนกปริยาย แล้วทรงตั้งไว้ในตำแหน่งเลิศแห่งภิกษุทั้งหลาย ผู้เป็นพหูสูต มีสติ มีคติ มีธิติและเป็นอุปัฏฐาก.

พระเถระนี้อันพระศาสดาทรงตั้งไว้ในเอตทัคคะในฐานะ ๕ ฐานะด้วยประการอย่างนี้ เป็นผู้ประกอบด้วยธรรมอันน่าอัศจรรย์ไม่เคยมี ๔ ประการ เป็นผู้รักษาคลังธรรมของพระศาสดา ทั้งที่ยังเป็นพระเสขะอยู่ทีเดียว.

เมื่อพระศาสดาปรินิพพานแล้ว อันภิกษุทั้งหลายให้อาจหาญขึ้น และอันเทวดาให้สังเวชสลดใจโดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง คิดว่า ก็บัดนี้ พรุ่งนี้แล้วหนอจะทำสังคายนาพระธรรม ก็ข้อที่เรายังเป็นพระเสขะมีกรณียะที่จะพึงทำ จะไปยังที่ประชุมเพื่อสังคายนาพระธรรมกับพระเถระผู้เป็นอเสขะ ไม่สมควรเลย จึงเกิดความอุตสาหะ เริ่มตั้งวิปัสสนา กระทำวิปัสสนากรรมอยู่ตลอดคืนยังรุ่ง ไม่ได้ความเพียรอันสม่ำเสมอในการจงกรม แต่นั้นจึงเข้าไปยังวิหารแล้วนั่งบนที่นอน มีความประสงค์จะนอนจึงเอนกายลง. ศีรษะยังไม่ทันถึงหมอน, และเท้าพอพ้นจากพื้น ในระหว่างนี้ จิตก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายโดยไม่ถือมั่น ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖.

พระเถระประกอบด้วยคุณมีอภิญญา ๖ เป็นต้นอย่างนี้ บรรลุตำแหน่งเอตทัคคะโดยคุณมีความเป็นอุปัฏฐากเป็นต้น ระลึกถึงบุพกรรมของตน เมื่อจะแสดงอปทานแห่งความประพฤติในกาลก่อนด้วยความโสมนัส จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อารามทฺวารา นิกฺขมฺม ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อารามทฺวารา ความว่า พระมหามุนีสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จออกจากประตูพระวิหาร แล้วประทับนั่งบนบวรพุทธอาสน์ที่ปูลาดไว้เรียบร้อย ที่เขาทำไว้ท่ามกลางมณฑป ใกล้ประตูด้านนอก เพื่อจะทรงแสดงธรรมแก่สัตว์ทั้งปวง.

บทว่า วสฺสนฺโต อมตํ วุฏฺฐึ ความว่า หลั่งฝนคือธรรมด้วยสายธารแห่งมหาอมตะคือพระธรรมเทศนา.

บทว่า นิพฺพาเปสิ มหาชนํ ความว่า ทรงทำไฟคือกิเลสอันอยู่ในจิตสันดานของมหาชนให้ดับ คือให้สงบระงับ.

อธิบายว่า ทรงยังมหาชนให้ถึงความสงบคือความเย็น ด้วยการดื่มน้ำอมฤตคือพระนิพพาน.

เมื่อจะแสดงบริวารสมบัติจึงกล่าวว่า สตสหสฺสํ เต ธีรา ดังนี้.

อธิบายว่า นักปราชญ์เหล่านั้นเป็นพระขีณาสพประมาณหนึ่งแสน ประกอบด้วยอภิญญา ๖ คือส่วนแห่งญาณมีอิทธิวิธญาณเป็นต้น ชื่อว่ามีฤทธิ์ เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยฤทธิ์ทั้งหลาย อันสามารถไปในหลายแสนจักรวาลได้โดยทันที พากันแวดล้อมพระสัมพุทธเจ้าคือพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระพระองค์นั้น ประดุจเงาไม่ไปปราศในที่ไหนๆ. อธิบายว่า แวดล้อมฟังธรรมอยู่.

บทว่า หตฺถิกฺขนฺธคโต อาสึ ความว่า ในกาลนั้น คือในสมัยแสดงธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า เราได้นั่งอยู่บนหลังช้าง.

บทว่า เสตจฺฉตฺตํ วรุตฺตมํ ความว่า เรานั่งบนหลังช้างกั้นเศวตฉัตรชั้นสูงที่พึงต้องการไว้เหนือกระหม่อมของเรา.

บทว่า สุจารุรูปํ ทิสฺวาน ความว่า ความปลื้มใจคือความยินดี ได้แก่ความโสมนัสเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระรูปงดงามเป็นที่จับใจ กำลังทรงแสดงธรรมอยู่.

บทว่า โอรุยฺห หตฺถิกฺขนฺธมฺหา ความว่า เราเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นประทับนั่ง จึงลงจากหลังช้างแล้วเข้าไปเฝ้า คือไปสู่ที่ใกล้พระนราสภ คือพระผู้ประเสริฐแห่งนระ.

บทว่า รตนมยฉตฺตํ เม เชื่อมความว่า เรากั้นฉัตรของเราอันประดับด้วยรัตนะ เหนือพระเศียรแห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด.

บทว่า มม สงฺกปฺปมญฺญาย ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระนั้นทรงเป็นใหญ่ในระหว่างฤาษีทั้งหลาย ทรงทราบความดำริอันเกิดขึ้นด้วยความเลื่อมใสของเรา.

บทว่า ตํ กตํ ฐปยิตฺวาน ความว่า พระองค์ทรงหยุดพระธรรมกถาที่พระองค์กำลังทรงแสดงอยู่นั้น แล้วได้ภาษิตคือตรัสคาถาเหล่านี้ เพื่อต้องการพยากรณ์เรา.

หากจะมีคำถามว่า ทรงพยากรณ์อย่างไร?

จึงตรัสคำมีอาทิว่า โย โส ดังนี้.

ในคำนั้น เชื่อมความว่า พระราชกุมารนั้นใดทรงกั้นฉัตรอันประดับด้วยเครื่องอลังการอันเป็นทอง เหนือกระหม่อมของเราตถาคต.

บทว่า ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ ความว่า เราจักประกาศคือจักกระทำพระราชกุมารนั้นให้ปรากฏ.

บทว่า สุโณถ มม ภาสโต ความว่า ท่านทั้งหลายจงฟัง คือจงเงี่ยโสตลงมนสิการคำของเราผู้จะกล่าวอยู่.

บทว่า อิโต คนฺตฺวา อยํ โปโส ความว่า พระราชกุมารนี้จุติจากมนุษยโลกนี้ จักไปยังภพดุสิตแล้วอยู่ คือจักอยู่ในภพดุสิตนั้น.

ในคำนั้นเชื่อมเนื้อความว่า อันนางอัปสรทั้งหลายกระทำไว้ในเบื้องหน้าคือแวดล้อม จักเสวยสมบัติอยู่ในภพดุสิต.

บทว่า จตุตฺตึสกฺขตฺตุํ เชื่อมความว่า จุติจากภพดุสิตแล้วบังเกิดขึ้นในภพดาวดึงส์ จักเป็นจอมเทวดาครองเทวราชสมบัติอยู่ ๓๔ ครั้ง.

บทว่า พลาธิโป อฏฺฐสตํ ความว่า จุติจากภพดาวดึงส์มาบังเกิดในมนุษยโลก จักเป็นใหญ่ในกองทัพ คือเป็นใหญ่เป็นประธานในกองทัพอันประกอบด้วยองค์ ๔ จักเป็นเจ้าประเทศราช ๑๐๘ ชาติ จักอยู่ครองพสุธาคือปฐพีอันประเสริฐด้วยรัตนะมิใช่น้อย คือจักอยู่ในแผ่นดิน.

บทว่า อฏฺฐปญฺญาสกฺขตฺตุํ ความว่า จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๘ ชาติ. จักครองความเป็นเจ้าประเทศราชอันกว้างใหญ่คือนับไม่ถ้วน ในแผ่นดินคือในแผ่นดินชมพูทวีปทั้งสิ้น.

บทว่า สกฺยานํ กุลเกตุสฺส ความว่า จักได้เป็นญาติของพระพุทธเจ้าผู้เป็นธงชัยแห่งสักยราชสกุล.

บทว่า อาตาปี แปลว่า มีความเพียร.

บทว่า นิปโก ได้แก่ เป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา กล่าวคือปัญญารู้รอบคอบ. เป็นผู้เฉลียวฉลาด ในพาหุสัจจะคือความเป็นพหูสูต ได้แก่ในการทรงจำพระไตรปิฎก.

เชื่อมความว่า จักเป็นผู้มีความประพฤติในการถ่อมตน คือเป็นผู้ไม่ดูหมิ่นผู้อื่น เป็นผู้ไม่แข็งกระด้าง คือเว้นจากความกระด้างมีความคะนองทางกายเป็นต้น จักเป็นผู้ชำนาญบาลีทั้งปวง คือจักเป็นผู้มีปกติทรงจำพระไตรปิฎกทั้งสิ้นได้.

บทว่า ปธานปหิตตฺโต โส ความว่า พระอานนทเถระนั้นเป็นผู้มีจิตส่งไปเพื่อกระทำความเพียร.

บทว่า อุปสนฺโต นิรูปธิ ความว่า เป็นผู้เว้นอุปธิคือ ราคะ โทสะและโมหะ. เป็นผู้สงบ คือเป็นผู้มีกายและจิตสงบ เพราะละเหล่ากิเลสที่จะพึงละด้วยโสดาปัตติมรรค.

บทว่า สนฺติ อารญฺญกา ความว่า มีในอรัญ คือเกิดในป่าใหญ่.

บทว่า สฏฺฐิหายนา ความว่า ในเวลามีอายุ ๖๐ ปี มีกำลังเสื่อมไป.

บทว่า ติธา ปภินฺนา ความว่า ตกมัน ๓ แห่ง กล่าวคือที่ตาหูและอัณฑะ.

บทว่า มาตงฺคา แปลว่า เกิดในตระกูลช้างชื่อมาตังคะ.

บทว่า อีสาทนฺตา แปลว่า มีงาเหมือนงอนรถ. เป็นช้างทรงคือเป็นราชพาหนะ.

ช้างตัวประเสริฐได้แก่พญาช้าง กล่าวคือช้างกุญชรมีปรากฏอยู่ฉันใด บัณฑิตกล่าวคือพระขีณาสพ ได้แก่พระอรหันตนาคผู้มีฤทธิ์นับด้วยแสน ย่อมมีอยู่ฉันนั้น. พระอรหันตนาคทั้งหมดนั้น ของพญาช้างตัวประเสริฐคือพระพุทธเจ้า.

บทว่า น โหนฺติ ปณิธิมฺหิ เต ความว่า บัณฑิตเหล่านั้นย่อมไม่เป็นเช่นนั้นในความปรารถนา. อธิบายว่า บัณฑิตทั้งหมดนั้นพึงกลัวภัย ไม่อาจดำรงอยู่ตามภาวะของตนได้อย่างไร.

คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น เพราะมีนัยดังกล่าวแล้วฉะนี้แล. จบพรรณนาอานันทเถราปทาน จบพรรณนาพุทธวรรคที่ ๑ ด้วยลำดับคำเพียงเท่านี้ จบอรรถกถาอปทานภาคที่ ๑ -----------------------------------------------------

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. พุทธาปทาน

๒. ปัจเจกพุทธาปทาน

๓. สารีปุตตเถราปทาน

๔. มหาโมคคัลลานเถราปทาน

๕. มหากัสสปเถราปทาน

๖. อนุรุทธเถราปทาน

๗. ปุณณมันตานีปุตตเถราปทาน

๘. อุปาลีเถราปทาน

๙. อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน

๑๐. ปิณโฑภารทวาชเถราปทาน

๑๑. ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน

๑๒. อานันทเถราปทาน

ท่านรวบรวมคาถาทั้งหมดได้ ๖๕๐ คาถา. จบ อปทานพุทธวรรคที่ ๑ -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร