This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

经典 ·

เล่ม ๕

本册其他条目

มหาวรรค ภาค ๒ จัมมขันธกะ เศรษฐีบุตรโสณโกฬิวิสะเข้าเฝ้าพระเจ้าพิมพิสารเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จัมมขันธกะ ทรงอนุญาตรองเท้าเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จัมมขันธกะ พระพุทธบัญญัติห้ามจับโค เรื่องยานมหาวรรค ภาค ๒ จัมมขันธกะ พระพุทธบัญญัติห้ามใช้ที่นั่งและที่นอนสูงใหญ่เป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จัมมขันธกะ เรื่องพระโสณกุฏิกัณณะมหาวรรค ภาค ๒ จัมมขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ ภิกษุอาพาธในฤดูสารทเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ พระพุทธานุญาตน้ำมันเปลวเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ พระปิลินทวัจฉเถระอาพาธเป็นโรคลมเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ อาพาธเป็นโรคฝีเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ พระปิลินทวัจฉเถระซ่อมแปลงเงื้อมเขาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ พระพุทธานุญาตงบน้ำอ้อยเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ พระพุทธบัญญัติห้ามทำสัตถกรรมเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ อุบาสิกาสุปปิยาถวายเนื้อขาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องพราหมณ์ถวายยาคูและขนมปรุงด้วยน้ำหวานเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องมหาอำมาตย์ผู้เริ่มเลื่อมใสมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องพราหมณ์เวลัฏฐกัจจานะถวายงบน้ำอ้อยมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องทรงรับอาคารพักแรมเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องสุนีธะวัสสการะมหาอำมาตย์มหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องเจ้าลิจฉวีชาวพระนครเวสาลีมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องสีหเสนาบดีเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องสีหเสนาบดีเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องเมณฑกะคหบดีมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องเกณิยชฎิลเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ เรื่องวุฑฒบรรพชิตเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ พระพุทธานุญาตมหาประเทศ ๔ เป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ เภสัชชขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะมหาวรรค ภาค ๒ กฐินขันธกะ ภิกษุปาไฐยรัฐเดินทางเข้าเฝ้าเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ กฐินขันธกะ มาติกา ๘ เป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ กฐินขันธกะ ความสิ้นหวัง ๑๒ หมวดเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ กฐินขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ กำเนิดชีวกโกมารภัจจ์เป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ เรื่องพระเจ้าจัณฑปัชโชตทรงประชวรโรคผอมเหลืองมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ พระพุทธานุญาตคหบดีจีวรมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ องค์ของเจ้าหน้าที่ผู้รับจีวรเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ องค์ของเจ้าหน้าที่ผู้แจกจีวรเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ พระพุทธานุญาตน้ำย้อมเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ พระพุทธบัญญัติห้ามใช้จีวรที่ไม่ตัดเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ เรื่องนางวิสาขา มิคารมาตาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ พระนอนหลับลืมสติเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ องค์ของการถือวิสาสะ ๕ ประการเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ พระให้ผ้าแก่โยมมารดาบิดาได้เป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ ถวายจีวรเป็นของสงฆ์มหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ เรื่องพระอุปนนท์มหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ เรื่องพระอาพาธโรคท้องร่วงเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ เรื่องสมาทานติตถิยมีวัตรเปลือยกายเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ เรื่องจีวรยังไม่เกิดแก่ผู้จำพรรษาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ จีวรที่เกิดขึ้นมี ๘ มาติกามหาวรรค ภาค ๒ จีวรขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะมหาวรรค ภาค ๒ จัมเปยยขันธกะ เรื่องพระกัสสปโคตรเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จัมเปยยขันธกะ สงฆ์ ๕ ประเภทเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จัมเปยยขันธกะ ปฏิโกสนา ๒ อย่างเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จัมเปยยขันธกะ อุกเขปนียกรรมที่ไม่เป็นธรรมเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จัมเปยยขันธกะ พระอุบาลีทูลถามปัพพาชนียกรรมเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จัมเปยยขันธกะ ตัชชนียกรรมเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จัมเปยยขันธกะ ตัชชนียกรรมเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ จัมเปยยขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะมหาวรรค ภาค ๒ โกสัมพีขันธกะ เรื่องภิกษุรูปหนึ่งเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ โกสัมพีขันธกะ แยกกันทำอุโบสถในสีมาเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ โกสัมพีขันธกะ เรื่องความบาดหมางกันเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ โกสัมพีขันธกะ เรื่องทีฆาวุกุมารเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ โกสัมพีขันธกะ เสด็จพาลกโลณการกคามเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ โกสัมพีขันธกะ พระสารีบุตรเข้าเฝ้าทูลถามข้อปฏิบัติเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ โกสัมพีขันธกะ พระเถรานุเถระเข้าเฝ้าทูลถามข้อปฏิบัติเป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ โกสัมพีขันธกะ รับภิกษุผู้ถูกยกเข้าหมู่เป็นต้นมหาวรรค ภาค ๒ โกสัมพีขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะ

经典

มหาวรรค ภาค ๒ จัมเปยยขันธกะ เรื่องพระกัสสปโคตรเป็นต้น

อรรถกถาแปลไทย

41 行1 个版本

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

印本前页文字

อรรถกถาจัมเปยยขันธกะ วินิจฉัยในจัมเปยยขันธกะ

วินิจฉัยในจัมเปยยขันธกะ พึงทราบดังนี้ :-

หลายบทว่า คคฺคราย โปกฺขรณิยา ตีเร คือที่ฝั่งแห่งสระโบกขรณี ซึ่งหญิงมีชื่อว่าคันคราสร้าง.

บทว่า ตนฺติพทฺโธ มีความว่า ชื่อผู้เนื่องเฉพาะในความขวนขวาย เพราะข้อที่ความขวนขวายเป็นกิจอันเธอพึงทำในอาวาสนั้น.

วินิจฉัยในข้อว่า อุสฺสุกฺกมฺปิ อกาสิ ยาคุยา เป็นอาทิ พึงทราบดังนี้ :-

สมควรทำความขวนขวายแต่ในที่ซึ่งชนทั้งหลายสั่งไว้ว่า เมื่อภิกษุอาคันตุกะมา ท่านพึงบอก, ไม่สมควรทำในที่ซึ่งเขาไม่ได้สั่งไว้.

ข้อว่า คจฺฉ ตฺวํ ภิกฺขุ มีความว่า พระศาสดาได้ทรงเห็นว่าเสนาสนะในอาวาสนั้นนั่นแลของภิกษุนั้น เป็นที่สบาย ด้วยเหตุนั้นแล จึงตรัสว่า เธอจงสำเร็จการอยู่ในวาสภคามนั้นแล.

ความกระทำต่างแห่งคำว่า อธมฺเมน วคฺคกมฺมํ กโรนฺติ เป็นอาทิ จักมาในบาลีข้างหน้าเป็นแท้.

ข้อว่า อญฺญตฺราปิ ธมฺมา กมฺมํ กโรนฺติ มีความว่า ภิกษุฉัพพัคคีย์ทำกรรม เว้นจากธรรมบ้าง. อีกอย่างหนึ่ง ปาฐะนี้เองเป็นบาลี ; กรรมที่ทำด้วยวัตถุเป็นจริง จัดเป็นกรรมที่ทำตามธรรม. ความว่า ภิกษุฉัพพัคคีย์ไม่ทำอย่างนั้น.

แม้ในข้อว่า อญฺญตฺราปิ วินยา กมฺมํ, อญฺญตฺราปิ สตฺถุสาสนา กมฺมํ ก็นัยนี้แล. ก็ในวินัยและสัตถุศาสนานี้ การโจทและการประกาศ ชื่อวินัย. ญัตติสัมปทาและอนุสาวนสัมปทา ชื่อสัตถุศาสนา. ความว่า ภิกษุฉัพพัคคีย์ทำกรรมเว้นจากการโจท การประกาศญัตติสัมปทาและอนุสาวนสัมปทาเหล่านั้น.

บทว่า ปฏิกฺกุฏฺฐกตํ ได้แก่ กรรมที่ถูกคัดค้านและอันเธอขืนทำ. กรรมใด อันภิกษุขืนทำในเมื่อภิกษุเหล่าอื่นคัดค้านอยู่. กรรมนั้นจัดเป็นกรรมที่ถูกคัดค้านและอันภิกษุขืนทำ. ความว่า ภิกษุฉัพพัคคีย์ทำกรรมเช่นนั้นบ้าง.

กรรมหก

ก็ในคำว่า ฉยิมานิ ภิกฺขเว กมฺมานิ อธมฺมกมฺมํ เป็นอาทิ คำว่า ธรรม เป็นชื่อแห่งบาลี. เพราะเหตุนั้น กรรมใดสงฆ์ไม่ทำโดยบาลีตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้, กรรมนั้น พึงทราบว่า กรรมไม่เป็นธรรม.

ความสังเขปในฉกัมมาธิการนี้ เท่านี้. ส่วนความพิสดารมาแล้วในบาลีนั่นแล.

ก็ความพิสดารนั้นแล มาแล้วด้วยอำนาจแห่งญัตติทุติยกรรมและญัตติจตุตถกรรมเท่านั้น. อันในญัตติกรรมไม่มีความลดหย่อนหรือความทำโดยประการอย่างอื่น เหมือนในญัตติทุติยกรรมและญัตติจตุตถกรรม.

ส่วนอปโลกนกรรมอันภิกษุย่อมทำเพียงสวดประกาศ เพราะฉะนั้น ญัตติกรรมและอปโลกนกรรมนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ทรงแสดงไว้ในบาลี. ข้าพเจ้าจักพรรณนาวินิจฉัยแห่งกรรมเหล่านั้นแม้ทั้งหมดข้างหน้า.

บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำว่า ปญฺจ สงฺฆา เป็นอาทิ เพื่อแสดงประเภทแห่งสงฆ์ทั้งหลาย ผู้จะพึงทำกรรมที่พร้อมเพรียงโดยธรรม ซึ่งเป็นที่หก.

บทว่า กมฺมปฺปตฺโต คือ ผู้เข้ากรรม ได้แก่ผู้ประกอบในกรรมคือผู้ควรกรรม. ความว่า ไม่ควรเพื่อทำกรรมใดๆ หามิได้.

คำว่า จตุวคฺคกรณญฺเจ ภิกฺขเว กมฺมํ ภิกฺขุนีจตุตฺโถ เป็นอาทิ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส เพื่อแสดงวิบัติแห่งกรรมโดยบริษัท.

ในคำนั้น บุคคลผู้มีสังวาสต่างกันเพราะกรรม พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอา ด้วยอุกขิตตกศัพท์. บุคคลผู้มีสังวาสต่างกันเพราะลัทธิ ทรงถือเอาด้วยนานาสังวาสกศัพท์.

สองบทว่า นานาสีมาย ฐิตจตุตฺโถ มีความว่า เป็นจตุวรรคกับภิกษุผู้ตั้งอยู่ในหัตถบาสที่สีมันตริกหรือภายนอกสีมา.

คำว่า ปาริวาสิกจตุตฺโถ เป็นอาทิ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเพื่อแสดงวิบัติโดยบริษัทแห่งปริวาสกรรมเป็นต้นเท่านั้น. ข้าพเจ้าจักพรรณนาวินิจฉัยแห่งกรรมเหล่านั้น ข้างหน้า.

เพื่อแสดงข้อที่กรรมถูกคัดค้านแล้วและขืนทำ เป็นกรรมกำเริบและไม่กำเริบ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำว่า เอกจฺจสฺส ภิกฺขเว สงฺฆสฺส มชฺเฌ ปฏิกฺโกสนา รูหติ เป็นต้น.

บทว่า ปกตตฺตสฺส ได้แก่ ผู้มีศีลไม่วิบัติ คือ ผู้ไม่ต้องปาราชิก.

บทว่า อนนฺตริกสฺส ได้แก่ ผู้นั่งเป็นลำดับแห่งตน. เพื่อแสดงข้อที่กรรมทั้งหลายเป็นของกำเริบและไม่กำเริบ โดยวัตถุพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำว่า เทฺว มา ภิกฺขเว นิสฺสารณา เป็นต้น.

บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า อปฺปตฺโต นิสฺสารณํ, ตญฺเจ สงฺโฆ นิสฺสาเรติ, สุนิสฺสาริโต นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอาปัพพาชนียกรรม.

จริงอยู่ สงฆ์ย่อมขับให้ออกจากวัด ด้วยปัพพาชนียกรรม, เพราะฉะนั้น ปัพพาชนียกรรมนั้น ท่านจึงเรียกว่า นิสสารณา. ก็เพราะเหตุที่ไม่เป็นผู้ประทุษร้ายสกุล, บุคคลนั้นจึงไม่ถึงปัพพาชนียกรรมนั้น. ด้วยลักษณะแผนกหนึ่ง ; แต่ว่า เพราะเหตุที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า สงฆ์หวังอยู่พึงลงปัพพาชนียกรรมแก่บุคคลนั้น ดังนี้ บุคคลนั้นจึงจัดว่า เป็นผู้อันสงฆ์ขับออกด้วยดีแล้ว.

นิสสารณา

ข้อว่า ตญฺเจ สงฺโฆ นิสฺสาเรติ มีความว่า หากสงฆ์ขับออกด้วยอำนาจแห่งตัชชนียกรรมเป็นต้นไซร้, บุคคลนั้น ชื่อว่าถูกขับออกด้วยดี เพราะเหตุที่ในวินัยว่าด้วยตัชชนียกรรมเป็นต้นนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตนิสสารณาด้วยองค์แม้อันหนึ่งอย่างนี้ว่า ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์จำนงอยู่พึงลงตัชชนียกรรมแก่ภิกษุ ๓ พวก คือ เป็นผู้ทำความบาดหมาง เป็นผู้ทำการทะเลาะ เป็นผู้ทำการวิวาท เป็นผู้ทำการอื้อฉาว เป็นผู้ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ พวกหนึ่ง, เป็นพาล ไม่ฉลาด มีอาบัติมาก มีมรรยาทไม่สมควร พวกหนึ่ง, อยู่คลุกคลีด้วยคฤหัสถ์ด้วยการคลุกคลีอันไม่สมควร พวกหนึ่ง.

โอสารณา

กิริยาที่เรียกเข้าหมู่ ชื่อโอสารณา.

ในเรื่องโอสารณานั้น ข้อว่า ตญฺเจ สงฺโฆ โอสาเรติ ได้แก่ เรียกเข้าหมู่ ด้วยอำนาจอุปสมบทกรรม.

บทว่า โทสาริโต มีความว่า บุคคลนั้น สงฆ์ให้อุปสมบทแล้วแม้ตั้งพันครั้ง ก็คงเป็นอนุปสัมบันนั่นเอง. ฝ่ายอาจารย์และอุปัชฌาย์ย่อมมีโทษ การกสงฆ์ที่เหลือก็เหมือนกัน ใครๆ ไม่พ้นจากอาบัติ. อภัพพบุคคล ๑๑ จำพวกเหล่านี้ สงฆ์เรียกเข้าหมู่ใช้ไม่ได้เลย ด้วยประการฉะนี้.

ส่วนบุคคล ๓๒ จำพวกมีคนมือด้วนเป็นต้น เรียกเข้าหมู่โดยชอบ, สงฆ์ให้อุปสมบทแล้ว ย่อมเป็นอุปสัมบันแท้, บุคคลเหล่านั้น ใครๆ จะว่ากล่าวอะไรๆ ไม่ได้. แต่อาจารย์กับอุปัชฌาย์และการกสงฆ์ย่อมไม่มีโทษ, ใครๆ ไม่พ้นจากอาบัติ.

เพื่อแสดงกรรมไม่เป็นธรรมด้วยอำนาจวัตถุไม่เป็นจริง และกรรมเป็นธรรมด้วยอำนาจวัตถุเป็นจริง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำว่า อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส น โหติ อาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปฏินิสฺสชฺเชตา คือ ทิฏฐิลามกอันจะพึงสละเสีย. กรรมเป็นธรรมและไม่เป็นธรรม ด้วยอำนาจวัตถุนั่นแล. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจำแนกไว้ ในอุบาลีปัญหาก็มี.

ในอุบาลีปัญหานั้น มีนัย ๒ คือ นัยมีมูลอันเดียว ๑ นัยมีมูลสอง ๑ นัยมีมูลอันเดียวชัดเจนแล้ว. ในนัยมีมูลสอง สติวินัยกับอมูฬหวินัย ท่านทำให้เป็นคำถามอันเดียวกันฉันใด, แม้อมูฬหวินัยเป็นต้นกับตัสสปาปิยสิกาเป็นต้น ก็พึงทำให้เป็นคำถามอันเดียวกันฉันนั้น. ส่วนในข้อสุดท้าย คำว่า อุปสมฺปทรหํ อุปสมฺปาเทติ ย่อมเป็นบทอันเดียวกันแท้. ข้างหน้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกอบบทที่เหลือทั้งหลายกับบทอันหนึ่งๆ ทำสติวินัยแม้แห่งภิกษุให้เป็นต้น.

เพื่อแสดงวิบัติในกรรม ๗ อย่างมีตัชชนียกรรมเป็นต้น พร้อมทั้งกิริยาที่ระงับ จัดเป็นหมวดด้วยอำนาจบทเหล่านี้ คือ อธมฺเมน วคฺคํ อธมฺเมน สมคฺคํ ธมฺเมน วคฺคํ ธมฺมปฏิรูปเกน วคฺคํ ธมฺมปฏรูปเกน สมคฺคํ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ ภณฺฑการโก เป็นอาทิ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนปาทาโน ได้แก่ ผู้เว้นจากมรรยาท, อาการเป็นเครื่องกำหนด เรียกว่ามรรยาท. ความว่า ผู้เว้นจากความกำหนดอาบัติ.

เบื้องหน้าแต่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสบาลีนั้นเอง เทียบเคียงกับบทว่า อกตํ กมฺมํ เป็นต้น เพื่อแสดงประเภทแห่งกรรมที่ถูกคัดค้านแล้วและขืนทำ. ในบาลีนั้น ใครๆ ไม่สามารถจะทราบคำใดๆ โดยทำนองแห่งบาลีหามิได้, เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่พรรณนาให้พิสดาร ฉะนี้แล.

อรรถกถาจัมเปยยขันธกะ จบ. -----------------------------------------------------

所用版本与授权

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · 证据核验于 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร