คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๘. โกสัมพีสูตร

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๒๖๘–๒๗๕พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค8 ข้อ2 ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๘. โกสัมพีสูตร

๒๖๘

สมัยหนึ่ง ท่านพระมุสิละ ท่านพระปวิฏฐะ ท่านพระนารทะ และท่านพระอานนท์ อยู่ ณ โฆสิตาราม เขตเมืองโกสัมพี ฯ

เอกํ สมยํ อายสฺมา จ มุสิโล อายสฺมา จ ปวิฏฺโฐ อายสฺมา จ นารโท อายสฺมา จ อานนฺโท โกสมฺพิยํ วิหรนฺติ โฆสิตาราเม ฯ

๒๖๙

ครั้งนั้น ท่านพระปวิฏฐะได้กล่าวคำนี้กะท่านพระมุสิละว่า ดูกร ท่านมุสิละ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความตรึกไปตาม อาการ และจากการทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ท่านมุสิละมีญาณเฉพาะตัวท่านว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ ดังนี้หรือ ฯ พระมุสิละกล่าวว่า ท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟัง ตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ และการทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็นอย่างนี้ว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ ฯ ป. ท่านมุสิละ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความ ตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ท่านมุสิละมีญาณเฉพาะตัว ท่านว่า เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ ฯลฯ เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ ... เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน ... เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา ... เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา ... เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ ... เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ ... เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป ... เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ ... เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร ดังนี้หรือ ฯ ม. ท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็น อย่างนี้ว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร ฯ

อถ โข อายสฺมา ปวิฏฺโฐ อายสฺมนฺตํ มุสิลํ เอตทโวจ อญฺญเตฺรว อาวุโส มุสิล สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อตฺถายสฺมโต มุสิลสฺส ปจฺจตฺตเมว ญาณํ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ฯ อญฺญเตฺรว อาวุโส ปวิฏฺฐ สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อหเมตํ ชานามิ อหเมตํ ปสฺสามิ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ฯ {๒๖๙.๑} อญฺญเตฺรว อาวุโส มุสิล สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อตฺถายสฺมโต มุสิลสฺส ปจฺจตฺตเมว ญาณํ ภวปจฺจยา ชาตีติ ฯเปฯ อุปาทานปจฺจยา ภโวติ ... ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานนฺติ ... เวทนาปจฺจยา ตณฺหาติ ... ผสฺสปจฺจยา เวทนาติ ... สฬายตนปจฺจยา ผสฺโสติ ... นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติ ... วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปนฺติ ... สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณนฺติ ... อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ฯ อญฺญเตฺรว อาวุโส ปวิฏฺฐ สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อหเมตํ ชานามิ อหเมตํ ปสฺสามิ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ฯ

๒๗๐

ป. ดูกรท่านมุสิละ อนึ่ง เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การ ฟังตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ท่านมุสิละ มีญาณเฉพาะตัวท่านว่า เพราะชาติดับ ชราและมรณะจึงดับ ดังนี้หรือ ฯ ม. ดูกรท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็น อย่างนี้ว่า เพราะชาติดับ ชราและมรณะจึงดับ ป. ดูกรท่านมุสิละ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ท่านมุสิละมีญาณเฉพาะ ตัวท่านว่า เพราะภพดับ ชาติจึงดับ ฯลฯ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ ... เพราะ ตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ ... เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ ... เพราะผัสสะดับ เวทนา จึงดับ ... เพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ ... เพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ ... เพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ ... เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ ... เพราะ อวิชชาดับ สังขารจึงดับ ดังนี้หรือ ฯ ม. ดูกรท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็น อย่างนี้ว่า เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ ฯ

อญฺญตฺร จ อาวุโส มุสิล สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อตฺถายสฺมโต มุสิลสฺส ปจฺจตฺตเมว ญาณํ ชาตินิโรธา ชรามรณนิโรโธติ ฯ อญฺญเตฺรว อาวุโส ปวิฏฺฐ สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อหเมตํ ชานามิ อหเมตํ ปสฺสามิ ชาตินิโรธา ชรามรณนิโรโธติ ฯ {๒๗๐.๑} อญฺญเตฺรว อาวุโส มุสิล สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อตฺถายสฺมโต มุสิลสฺส ปจฺจตฺตเมว ญาณํ ภวนิโรธา ชาตินิโรโธติ ฯเปฯ อุปาทานนิโรธา ภวนิโรโธติ ... ตณฺหานิโรธา อุปาทานนิโรโธติ ... เวทนานิโรธา ตณฺหานิโรโธติ ... ผสฺสนิโรธา เวทนานิโรโธติ ... สฬายตนนิโรธา ผสฺสนิโรโธติ ... นามรูปนิโรธา สฬายตนนิโรโธติ ... วิญฺญาณนิโรธา นามรูปนิโรโธติ ... สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธติ ... อวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธติ ฯ อญฺญเตฺรว อาวุโส ปวิฏฺฐ สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อหเมตํ ชานามิ อหเมตํ ปสฺสามิ อวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธติ ฯ

๒๗๑

ป. ดูกรท่านมุสิละ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟัง ตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ท่านมุสิละ มีญาณเฉพาะตัวท่านว่า ภพดับ เป็นนิพพานหรือ ฯ ม. ดูกรท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็น อย่างนี้ว่า ภพดับ เป็นนิพพาน ฯ ป. ถ้าอย่างนั้น ท่านมุสิละ ก็เป็นพระอรหันตขีณาสพ ฯ เมื่อพระปวิฏฐะกล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านมุสิละได้นิ่งอยู่ ฯ

อญฺญเตฺรว อาวุโส มุสิล สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อตฺถายสฺมโต มุสิลสฺส ปจฺจตฺตเมว ญาณํ ภวนิโรโธ นิพฺพานนฺติ ฯ อญฺญเตฺรว อาวุโส ปวิฏฺฐ สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อหเมตํ ชานามิ อหเมตํ ปสฺสามิ ภวนิโรโธ นิพฺพานนฺติ ฯ เตนหายสฺมา มุสิโล อรหํ ขีณาสโวติ ฯ เอวํ วุตฺเต อายสฺมา มุสิโล ตุณฺหี อโหสิ ฯ

๒๗๒

ครั้งนั้นแล ท่านพระนารทะได้กล่าวกะท่านปวิฏฐะว่า สาธุ ท่านปวิฏฐะ ผมพึงได้ปัญหานั้น ท่านจงถามปัญหาอย่างนั้น ผมจะแก้ปัญหานั้น แก่ท่าน ท่านปวิฏฐะกล่าวว่า ท่านนารทะได้ปัญหานั้น ผมขอถามปัญหานั้นกะท่าน นารทะ และขอท่านนารทะจงแก้ปัญหานั้นแก่ผม ดูกรท่านนารทะ เว้นจากความ เชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความ เพ่งพินิจด้วยทิฐิ ท่านนารทะมีญาณเฉพาะตัวท่านว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมี ชราและมรณะ ดังนี้หรือ ฯ นา. ท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็น อย่างนี้ว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ ฯ ป. ท่านนารทะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา การตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ท่านนารทะมีญาณเฉพาะ ตัวท่านว่า เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ ฯลฯ เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมี สังขาร ดังนี้หรือ ฯ นา. ท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความ ตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยอิฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็นอย่างนี้ว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร ฯ

อถ โข อายสฺมา นารโท อายสฺมนฺตํ ปวิฏฺฐํ เอตทโวจ สาธาวุโส ปวิฏฺฐ อหํ เอตํ ปญฺหํ ลเภยฺยํ เอวํ ปญฺหํ ปุจฺฉ อหํ เต เอตํ ปญฺหํ พฺยากริสฺสามีติ ฯ ลภติ อายสฺมา นารโท เอตํ ปญฺหํ ปุจฺฉามหํ อายสฺมนฺตํ นารทํ เอตํ ปญฺหํ พฺยากโรตุ จ เม อายสฺมา นารโท เอตํ ปญฺหํ อญฺญเตฺรว อาวุโส นารท สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อตฺถายสฺมโต นารทสฺส ปจฺจตฺตเมว ญาณํ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ฯ อญฺญเตฺรว อาวุโส ปวิฏฺฐ สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อหเมตํ ชานามิ อหเมตํ ปสฺสามิ ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ ฯ {๒๗๒.๑} อญฺญเตฺรว อาวุโส นารท สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อตฺถายสฺมโต นารทสฺส ปจฺจตฺตเมว ญาณํ ภวปจฺจยา ชาตีติ ฯเปฯ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ฯ อญฺญเตฺรว อาวุโส ปวิฏฺฐ สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อหเมตํ ชานามิ อหเมตํ ปสฺสามิ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ ฯ

๒๗๓

ป. ดูกรท่านนารทะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟัง ตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ท่านนารทะ มีญาณเฉพาะตัวท่านว่า เพราะชาติดับ ชราและมรณะจึงดับ ฯลฯ เพราะอวิชชา ดับ สังขารจึงดับ ดังนี้หรือ ฯ นา. ท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็น อย่างนี้ว่า เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ ฯ

อญฺญตฺร จ อาวุโส นารท สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อตฺถายสฺมโต นารทสฺส ปจฺจตฺตเมว ญาณํ ชาตินิโรธา ชรามรณนิโรโธติ ฯเปฯ อวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธติ ฯ อญฺญเตฺรว อาวุโส ปวิฏฺฐ สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อหเมตํ ชานามิ อหเมตํ ปสฺสามิ อวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธติ ฯ

๒๗๔

ป. ดูกรท่านนารทะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟัง ตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ท่านนารทะ มีญาณเฉพาะตัวท่านว่า ภพดับเป็นนิพพาน ดังนี้หรือ ฯ นา. ท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขามา ความ ตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็นอย่างนี้ว่า ภพดับเป็นนิพพาน ฯ ป. ถ้าอย่างนั้น ท่านนารทะก็เป็นพระอรหันตขีณาสพหรือ ฯ นา. อาวุโส ข้อว่าภพดับเป็นนิพพาน ผมเห็นดีแล้วด้วยปัญญาอันชอบ ตามความเป็นจริง แต่ว่าผมไม่ใช่พระอรหันตขีณาสพ อาวุโส เปรียบเหมือนบ่อน้ำ ในหนทางกันดาร ที่บ่อนั้นไม่มีเชือกโพงจะตักน้ำก็ไม่มี ลำดับนั้นบุรุษถูกความร้อน แผดเผา เหน็ดเหนื่อย หิว ระหาย เดินมา เขามองดูบ่อน้ำนั้น ก็รู้ว่ามีน้ำ แต่จะสัมผัสด้วยกายไม่ได้ ฉันใด ดูกรอาวุโส ข้อว่า ภพดับเป็นนิพพาน ผม เห็นดีแล้วด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริง แต่ว่า ผมไม่ใช่พระอรหันตขีณาสพ ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ

อญฺญเตฺรว อาวุโส นารท สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อตฺถายสฺมโต นารทสฺส ปจฺจตฺตเมว ญาณํ ภวนิโรโธ นิพฺพานนฺติ ฯ อญฺญเตฺรว อาวุโส ปวิฏฺฐ สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา อหเมตํ ชานามิ อหเมตํ ปสฺสามิ ภวนิโรโธ นิพฺพานนฺติ ฯ {๒๗๔.๑} เตนหายสฺมา นารโท อรหํ ขีณาสโวติ ฯ ภวนิโรโธ นิพฺพานนฺติ โข เม อาวุโส ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย สุทิฏฺฐํ น จมฺหิ อรหํ ขีณาสโว เสยฺยถาปิ อาวุโส กนฺตารมคฺเค อุทปาโน ตตฺร เนวสฺส รชฺชุ น อุทกวารโก อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ฆมฺมาภิตตฺโต ฆมฺมปเรโต กิลนฺโต ตสิโต ปิปาสิโต โส ตํ อุทปานํ โอโลเกยฺย ตสฺส อุทกนฺติ หิ โข ญาณํ อสฺส น จ กาเยน ผุสิตฺวา วิหเรยฺย เอวเมว โข อาวุโส ภวนิโรโธ นิพฺพานนฺติ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย สุทิฏฺฐํ น จมฺหิ อรหํ ขีณาสโวติ ฯ

๒๗๕

เมื่อท่านพระนารทะกล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านพระอานนท์ได้กล่าว กะท่านพระปวิฏฐะว่า ดูกรท่านปวิฏฐะ ท่านชอบพูดอย่างนี้ ท่านได้พูดอะไร กะท่านนารทะบ้าง พระปวิฏฐะกล่าวว่า ท่านอานนท์ ผมพูดอย่างนี้ ไม่ได้พูด อะไรกะท่านนารทะ นอกจากกัลยาณธรรม นอกจากกุศลธรรม ฯ จบสูตรที่ ๘

เอวํ วุตฺเต อายสฺมา อานนฺโท อายสฺมนฺตํ ปวิฏฺฐํ เอตทโวจ เอวํวาที ตฺวํ อาวุโส ปวิฏฺฐ อายสฺมนฺตํ นารทํ กึ วเทสีติ ฯ เอวํวาทาหํ อาวุโส อานนฺท อายสฺมนฺตํ นารทํ น กิญฺจิ วทามิ อญฺญตฺร กลฺยาณา อญฺญตฺร กุสลาติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย