จินตสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค ปปาตวรรคที่ ๔ จินตสูตร การคิดเรื่องตายแล้วเกิดหรือไม่ ไม่มีประโยชน์
ปปาตวคฺโค ปญฺจโม
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน กลันทกนิวาป- *สถาน ใกล้พระนครราชคฤห์ ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว บุรุษคนหนึ่งออกจากเมืองราชคฤห์ เข้าไปยังสระโบกขรณี ชื่อสุมาคธา ด้วยประสงค์ว่า จักคิดเรื่องโลก ครั้นแล้ว นั่งคิดเรื่องโลกอยู่ ณ ขอบสระโบก- *ขรณีชื่อสุมาคธา เข้าได้เห็นกองทัพประกอบด้วยองค์ ๔ เข้าไปสู่ก้านบัว ที่ขอบสระโบกขรณี ชื่อสุมาคธา ครั้นแล้ว ได้มีความคิดว่า เราชื่อว่าเป็นคนบ้า ชื่อว่าเป็นคนมีจิตฟุ้งซ่านเสียแล้ว เราเห็นสิ่งที่ไม่มีในโลก ครั้งนั้น บุรุษนั้นเข้าไปยังนครบอกแก่หมู่มหาชนว่า ท่านผู้เจริญ ทั้งหลาย เราชื่อว่าเป็นคนบ้า ชื่อว่าเป็นคนมีจิตฟุ้งซ่านเสียแล้ว เราเห็นสิ่งที่ไม่มีในโลก หมู่ มหาชนถามว่า ดูกรบุรุษผู้เจริญ ท่านเป็นบ้าได้อย่างไร ท่านมีจิตฟุ้งซ่านอย่างไร สิ่งอะไรที่ไม่มี ในโลกซึ่งท่านเห็นแล้ว? บุ. ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย จะบอกให้ทราบ เราออกจากกรุงราชคฤห์ เข้าไปยัง สระโบกขรณีชื่อสุมาคธา ด้วยประสงค์ว่า จักคิดเรื่องโลก ครั้นแล้ว นั่งคิดเรื่องโลกอยู่ ณ ขอบสระโบกขรณีชื่อสุมาคธา เราได้เห็นกองทัพประกอบด้วยองค์ ๔ เข้าไปสู่ก้านบัวที่ขอบสระ โบกขรณีชื่อสุมาคธา เราเป็นบ้าได้อย่างนี้ เรามีจิตฟุ้งซ่านอย่างนี้ ก็สิ่งนี้ไม่มีในโลก เราเห็น แล้ว. มหา. ดูกรบุรุษผู้เจริญ ท่านเป็นบ้าแน่ ท่านมีจิตฟุ้งซ่านแน่ ก็และสิ่งนี้ไม่มีในโลก ท่านเห็นแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษนั้นได้เห็นสิ่งที่เป็นจริง ไม่ใช่ได้เห็นสิ่งที่ไม่เป็นจริง.
เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อญฺญตโร ปุริโส ราชคหา นิกฺขมิตฺวา โลกจินฺตํ จินฺเตสฺสามีติ เยน สุมาคธา โปกฺขรณี เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา สุมาคธาย โปกฺขรณิยา ตีเร นิสีทิ โลกจินฺตํ จินฺเตนฺโต ฯ อทฺทสา โข ภิกฺขเว โส ปุริโส สุมาคธาย โปกฺขรณิยา ตีเร จตุรงฺคินึ เสนํ ภิสมุฬาลํ ปวิสนฺตํ ฯ ทิสฺวานสฺส เอตทโหสิ อุมฺมตฺโตสฺมิ นามาหํ วิเจโตสฺมิ นามาหํ ยํ โลเก นตฺถิ ตํ มยา ทิฏฺฐนฺติ ฯ {๑๗๒๕.๑} อถ โข โส ภิกฺขเว ปุริโส นครํ ปวิสิตฺวา มหาชนกายสฺส อาโรเจสิ อุมฺมตฺโตสฺมิ นามาหํ ภนฺเต วิเจโตสฺมิ นามาหํ ภนฺเต ยํ โลเก นตฺถิ ตํ มยา ทิฏฺฐนฺติ ฯ ยถากถํ ปน ตฺวํ อมฺโภ ปุริส อุมฺมตฺโต กถํ วิเจโต กิญฺจ โลเก นตฺถิ ยนฺตยา ทิฏฺฐนฺติ ฯ อิธาหํ ภนฺเต ราชคหา นิกฺขมิตฺวา โลกจินฺตํ จินฺเตสฺสามีติ เยน สุมาคธา โปกฺขรณี เตนุปสงฺกมึ อุปสงฺกมิตฺวา สุมาคธาย โปกฺขรณิยา ตีเร นิสีทึ โลกจินฺตํ จินฺเตนฺโต ฯ อทฺทสํ ขฺวาหํ ภนฺเต สุมาคธาย โปกฺขรณิยา ตีเร จตุรงฺคินึ เสนํ ภิสมุฬาลํ ปวิสนฺตํ ฯ เอวํ ขฺวาหํ ภนฺเต อุมฺมตฺโต เอวํ วิเจโต อิทญฺจ โลเก นตฺถิ ยํ มยา ทิฏฺฐนฺติ ฯ ตคฺฆ ตฺวํ อมฺโภ ปุริส อุมฺมตฺโต ตคฺฆ วิเจโต อิทญฺจ โลเก นตฺถิ ยํ ตยา ทิฏฺฐนฺติ ฯ ตํ โข ปน ภิกฺขเว โส ปุริโส ภูตํเยว อทฺทส โน อภูตํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว สงครามเทวดากับอสูรประชิดกัน ก็ ในสงครามนั้น พวกเทวดาชนะ พวกอสูรแพ้ ก็พวกอสูรที่แพ้กลัวแล้ว ยังจิตของพวก เทวดาให้งวยงงอยู่ เข้าไปสู่บุรีอสูรโดยทางก้านบัว เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายจงอย่าคิด เรื่องโลกว่า โลกเที่ยง โลกไม่เที่ยง โลกมีที่สุด โลกไม่มีที่สุด ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมไม่เป็นอีก สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็มี ย่อมไม่เป็นอีกก็มี สัตว์เบื้องหน้า แต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะความคิด นั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่ใช่พรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย ความ คลายกำหนัด ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน.
ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว เทวาสุรสงฺคาโม สมุปพฺยูโฬฺห อโหสิ ฯ ตสฺมึ โข ปน ภิกฺขเว สงฺคาเม เทวา ชินึสุ อสุรา ปราชินึสุ ฯ ปราชิตา จ โข ภิกฺขเว อสุรา ภีตา ภิสมุฬาเลน อสุรปุรํ ปวิสึสุ เทวานํเยว โมหยมานา ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว มา โลกจินฺตํ จินฺเตถ สสฺสโต โลโกติ วา อสสฺสโต โลโกติ วา อนฺตวา โลโกติ วา อนนฺตวา โลโกติ วา ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ วา อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ วา โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ เนสา ภิกฺขเว จินฺตา อตฺถสญฺหิตา น อาทิพฺรหฺมจริยกา น นิพฺพิทาย น วิราคาย น นิโรธาย น อุปสมาย น อภิญฺญาย น สมฺโพธาย น นิพฺพานาย สํวตฺตติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อเธอทั้งหลายจะคิด พึงคิดว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ข้อนั้นเพราะเหตุไร? เพราะความคิดนั้น ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น ย่อมเป็นไปเพื่อความหน่าย ... เพื่อนิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา. จบ สูตรที่ ๑
จินฺเตนฺตา จ โข ตุเมฺห ภิกฺขเว อิทํ ทุกฺขนฺติ จินฺเตยฺยาถ ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ จินฺเตยฺยาถ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ เอสา ภิกฺขเว จินฺตา อตฺถสญฺหิตา เอสา อาทิพฺรหฺมจริยกา เอสา นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว อิทํ ทุกฺขนฺติ โยโค กรณีโย ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โยโค กรณีโยติ ฯ