คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

ติกนิเทศ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๙๒๖–๙๖๐พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์35 ข้อ2 ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ ติกนิเทศ

๙๒๖

ในติกมาติกาเหล่านั้น อกุศลมูล ๓ เป็นไฉน โลภะ โทสะ โมหะ บรรดาอกุศลมูล ๓ นั้น โลภะ เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ความคล้อยตามอารมณ์ ความยินดี ความเพลิดเพลิน ความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิดเพลิน ความกำหนัดนักแห่งจิต ความอยาก ความสยบ ความหมกมุ่น ความใคร่ ความรักใคร่ ความข้องอยู่ ความจมอยู่ ธรรมชาติผู้คร่าไป ธรรมชาติผู้หลอกลวง ธรรมชาติผู้ยังสัตว์ให้เกิด ธรรมชาติผู้ยังให้เกิดพร้อม ธรรมชาติอันร้อยรัด ธรรมชาติอันมีข่าย ธรรมชาติ อันกำซาบใจ ธรรมชาติอันซ่านไป ธรรมชาติเหมือนเส้นด้าย ธรรมชาติอันแผ่ไป ธรรมชาติผู้ประมวลมา ธรรมชาติเป็นเพื่อนสองปณิธาน ธรรมชาติผู้นำไปสู่ภพ ตัณหาเหมือนป่า ตัณหาเหมือนดง ความเกี่ยวข้อง ความเยื่อใย ความห่วงใย ความผูกพัน การหวัง กิริยาที่หวัง สภาพที่หวัง ความหวังรูป ความหวังเสียง ความหวังกลิ่น ความหวังรส ความหวังโผฏฐัพพะ ความหวังลาภ ความหวังทรัพย์ ความหวังบุตร ความหวังชีวิต ธรรมชาติผู้กระซิบ ธรรมชาติผู้กระซิบทั่ว ธรรมชาติ ผู้กระซิบยิ่ง การกระซิบ กิริยาที่กระซิบ สภาพที่กระซิบ การละโมภ กิริยาที่ ละโมภ สภาพที่ละโมภ ธรรมชาติที่เป็นเหตุซมซานไป ความใคร่ในอารมณ์ดีๆ ความกำหนัดในฐานะอันไม่ควร ความโลภเกินขนาด ความติดใจ กิริยาที่ติดใจ ความปรารถนา ความกระหยิ่มใจ ความปรารถนานัก กามตัณหา ภวตัณหา วิภว- *ตัณหา ตัณหาในรูปภพ ตัณหาในอรูปภพ ตัณหาในนิโรธ (คือ ราคะที่สหรคต ด้วยอุจเฉททิฏฐิ) รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธัมมตัณหา โอฆะ โยคะ คันถะ อุปาทาน อาวรณ์ นิวรณ์ เครื่องปิดบัง เครื่องผูก อุปกิเลส อนุสัย ปริยุฏฐาน ตัณหาเหมือนเถาวัลย์ ความปรารถนา วัตถุมีอย่างต่างๆ รากเหง้าแห่งทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ แดนเกิดแห่งทุกข์ บ่วงแห่ง มาร เบ็ดแห่งมาร แดนแห่งมาร ตัณหาเหมือนแม่น้ำ ตัณหาเหมือนข่าย ตัณหา เหมือนเชือกผูก ตัณหาเหมือนสมุทร อภิชฌา อกุศลมูลคือโลภะ อันใด นี้เรียกว่า โลภะ โทสะ เป็นไฉน ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้กระทำความเสื่อมเสียแก่เราแล้ว ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้กำลังทำความเสื่อมเสียแก่เรา ความอาฆาต ย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้จักทำความเสื่อมเสียแก่เรา ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วย คิดว่า ผู้นี้ได้ทำความเสื่อมเสียแก่คนผู้เป็นที่รักที่ชอบพอของเราแล้ว ความอาฆาต ย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้กำลังทำความเสื่อมเสียแก่คนผู้เป็นที่รักที่ชอบพอของเรา ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้จักทำความเสื่อมเสียแก่คนผู้เป็นที่รักที่ชอบ พอของเรา ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้ทำความเจริญแก่คนผู้ไม่เป็น ที่รักไม่เป็นที่ชอบพอของเราแล้ว ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นี้กำลังทำ ความเจริญแก่ผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบพอของเรา ความอาฆาตย่อมเกิดขึ้นด้วย คิดว่า ผู้นี้จักทำความเจริญแก่คนผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบพอของเรา หรือความ อาฆาตย่อมเกิดขึ้นในฐานะอันใช่เหตุ ความอาฆาตแห่งจิต การกระทบกระทั่ง ความกระทบกระทั่ง ความยินร้าย ความขุ่นเคือง การขุ่นเคือง ความขุ่นเคือง อย่างแรง ความคิดประทุษร้าย การมุ่งคิดประทุษร้าย ความมุ่งคิดประทุษร้าย ความ พยาบาทแห่งจิต ความคิดประทุษร้ายทางใจ ความโกรธ กิริยาที่โกรธ สภาพที่ โกรธ ความคิดประทุษร้าย กิริยาที่คิดประทุษร้าย สภาพที่คิดประทุษร้าย ความ คิดปองร้าย กิริยาที่คิดปองร้าย สภาพที่คิดปองร้าย การยินร้าย ความยินร้าย ความดุร้าย ความปากร้าย ความไม่แช่มชื่นแห่งจิต อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า โทสะ โมหะ เป็นไฉน ความไม่รู้ในทุกข์ ความไม่รู้ในทุกขสมุทัย ความไม่รู้ในทุกขนิโรธ ความ ไม่รู้ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ความไม่รู้ในส่วนอดีต ความไม่รู้ในส่วนอนาคต ความไม่รู้ทั้งในส่วนอดีตและส่วนอนาคต ความไม่รู้ในธรรมอันเป็นปัจจัยของกัน และกันและอาศัยกันและกันเกิดขึ้น ความไม่รู้ ความไม่เห็น ความไม่ตรัสรู้ ความไม่รู้โดยสมควร ความไม่รู้ตามเป็นจริง ความไม่แทงตลอด ความไม่ถือเอา โดยถูกต้อง ความไม่หยั่งลงโดยรอบคอบ ความไม่พินิจ ความไม่พิจารณา การ ไม่กระทำให้ประจักษ์ ความทรามปัญญา ความโง่เขลา ความไม่รู้ชัด ความหลง ความลุ่มหลง ความหลงไหล อวิชชา โอฆะคืออวิชชา โยคะคืออวิชชา อนุสัย คืออวิชชา ปริยุฏฐานคืออวิชชา ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือโมหะ อันใด มี ลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า โมหะ เหล่านี้เรียกว่า อกุศลมูล ๓

ตตฺถ กตมานิ ตีณิ อกุสลมูลานิ โลโภ โทโส โมโห ฯ ตตฺถ กตโม โลโภ โย ราโค สาราโค อนุนโย อนุโรโธ นนฺที นนฺทีราโค จิตฺตสฺส สาราโค อิจฺฉา มุจฺฉา อชฺโฌสานํ เคโธ ปลิเคโธ สงฺโค ปงฺโก เอชา มายา ชนิกา สญฺชนนี สิพฺพินี ชาลินี สริตา วิสตฺติกา สุตฺตํ วิสฏา อายูหนี ทุติยา ปณิธิ ภวเนตฺติ วนํ วนโถ สนฺถโว สิเนโห อเปกฺขา ปฏิพนฺธุ อาสา อาสึสนา อาสึสิตตฺตํ รูปาสา สทฺทาสา คนฺธาสา รสาสา โผฏฺฐพฺพาสา ลาภาสา ธนาสา ปุตฺตาสา ชีวิตาสา ชปฺปา ปชปฺปา อภิชปฺปา ชปฺปา ชปฺปนา ชปฺปิตตฺตํ โลลุปฺปํ โลลุปฺปายนา โลลุปฺปายิตตฺตํ ปุญฺจิกตา สาธุกมฺยตา อธมฺมราโค วิสมโลโภ นิกนฺติ นิกามนา ปตฺถนา ปิหนา สมฺปตฺถนา กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา รูปตณฺหา อรูปตณฺหา นิโรธตณฺหา รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา ธมฺมตณฺหา โอโฆ โยโค คนฺโถ อุปาทานํ อาวรณํ นีวรณํ ฉาทนํ พนฺธนํ อุปกฺกิเลโส กิเลโส อนุสโย ปริยุฏฺฐานํ ลตา เววิจฺฉํ ทุกฺขมูลํ ทุกฺขนิทานํ ทุกฺขปฺปภโว มารปาโส มารพลิสํ มารวิสโย ตณฺหานที ตณฺหาชาลํ ตณฺหาคทฺทุลํ ตณฺหาสมุทฺโท อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ อยํ วุจฺจติ โลโภ ฯ {๙๒๖.๑} ตตฺถ กตโม โทโส อนตฺถํ เม อจรีติ อาฆาโต ชายติ อนตฺถํ เม จรตีติ อาฆาโต ชายติ อนตฺถํ เม จริสฺสตีติ อาฆาโต ชายติ ปิยสฺส เม มนาปสฺส อนตฺถํ อจริ อนตฺถํ จรติ อนตฺถํ จริสฺสตีติ อาฆาโต ชายติ อปฺปิยสฺส เม อมนาปสฺส อตฺถํ อจริ อตฺถํ จรติ อตฺถํ จริสฺสตีติ อาฆาโต ชายติ อฏฺฐาเน วา ปน อาฆาโต ชายติ โย เอวรูโป จิตฺตสฺส อาฆาโต ปฏิฆาโต ปฏิฆํ ปฏิวิโรโธ โกโป ปโกโป สมฺปโกโป โทโส ปโทโส สมฺปโทโส จิตฺตสฺส พฺยาปตฺติ มโนปโทโส โกโธ กุชฺฌนา กุชฺฌิตตฺตํ โทโส ทูสนา ทูสิตตฺตํ พฺยาปตฺติ พฺยาปชฺชนา พฺยาปชฺชิตตฺตํ วิโรโธ ปฏิวิโรโธ จณฺฑิกฺกํ อสฺสุโรโป อนตฺตมนตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ โทโส ฯ {๙๒๖.๒} ตตฺถ กตโม โมโห ทุกฺเข อญฺญาณํ ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ ทุกฺขนิโรเธ อญฺญาณํ ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทาย อญฺญาณํ ปุพฺพนฺเต อญฺญาณํ อปรนฺเต อญฺญาณํ ปุพฺพนฺตาปรนฺเต อญฺญาณํ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ อญฺญาณํ ยํ เอวรูปํ อญฺญาณํ อทสฺสนํ ฯเปฯ อวิชฺชาลงฺคี โมโห อกุสลมูลํ อยํ วุจฺจติ โมโห ฯ อิมานิ ตีณิ อกุสลมูลานิ ฯ

๙๒๗

อกุศลวิตก ๓ เป็นไฉน กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก บรรดาวิตก ๓ นั้น กามวิตก เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันเกี่ยวด้วยกาม นี้เรียกว่า กามวิตก พยาบาทวิตก เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันเกี่ยวด้วยความ พยาบาท นี้เรียกว่า พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันเกี่ยวด้วยความ เบียดเบียน นี้เรียกว่า วิหิงสาวิตก เหล่านี้เรียกว่า อกุศลวิตก ๓

ตตฺถ กตเม ตโย อกุสลวิตกฺกา กามวิตกฺโก พฺยาปาทวิตกฺโก วิหึสาวิตกฺโก ฯ ตตฺถ กตโม กามวิตกฺโก กามปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ กามวิตกฺโก ฯ ตตฺถ กตโม พฺยาปาทวิตกฺโก พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ พฺยาปาทวิตกฺโก ฯ ตตฺถ กตโม วิหึสาวิตกฺโก วิหึสาปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ วิหึสาวิตกฺโก ฯ อิเม ตโย อกุสลวิตกฺกา ฯ

๙๒๘

อกุศลสัญญา ๓ เป็นไฉน กามสัญญา พยาบาทสัญญา วิหิงสาสัญญา บรรดาสัญญา ๓ นั้น กามสัญญา เป็นไฉน ความจำ กิริยาที่จำ สภาพที่จำ อันเกี่ยวด้วยกาม นี้เรียกว่า กามสัญญา พยาบาทสัญญา เป็นไฉน ความจำ กิริยาที่จำ สภาพที่จำ เกี่ยวด้วยพยาบาท นี้เรียกว่า พยาบาท สัญญา วิหิงสาสัญญา เป็นไฉน ความจำ กิริยาที่จำ สภาพที่จำ อันเกี่ยวด้วยความเบียดเบียน นี้เรียกว่า วิหิงสาสัญญา เหล่านี้เรียกว่า อกุศลสัญญา ๓

ตตฺถ กตมา ติสฺโส อกุสลสญฺญา กามสญฺญา พฺยาปาทสญฺญา วิหึสาสญฺญา ฯ ตตฺถ กตมา กามสญฺญา กามปฏิสํยุตฺตา สญฺญา สญฺชานนา สญฺชานิตตฺตํ อยํ วุจฺจติ กามสญฺญา ฯ ตตฺถ กตมา พฺยาปาทสญฺญา พฺยาปาทปฏิสํยุตฺตา สญฺญา สญฺชานนา สญฺชานิตตฺตํ อยํ วุจฺจติ พฺยาปาทสญฺญา ฯ ตตฺถ กตมา วิหึสาสญฺญา วิหึสาปฏิสํยุตฺตา สญฺญา สญฺชานนา สญฺชานิตตฺตํ อยํ วุจฺจติ วิหึสาสญฺญา ฯ อิมา ติสฺโส อกุสลสญฺญา ฯ

๙๒๙

อกุศลธาตุ ๓ เป็นไฉน กามธาตุ พยาบาทธาตุ วิหิงสาธาตุ บรรดาอกุศลธาตุ ๓ นั้น กามธาตุ เป็นไฉน กามวิตก จัดเป็นกามธาตุ พยาบาทวิตก จัดเป็นพยาบาทธาตุ วิหิงสา วิตก จัดเป็นวิหิงสาธาตุ บรรดาวิตก ๓ นั้น กามวิตก เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันเกี่ยวด้วยกาม นี้เรียกว่า กามวิตก พยาบาทวิตก เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันเกี่ยวด้วยความ พยาบาท นี้เรียกว่า พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก เป็นไฉน ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ฯลฯ ความดำริผิด อันเกี่ยวด้วยความ เบียดเบียน นี้เรียกว่า วิหิงสาวิตก เหล่านี้เรียกว่า อกุศลธาตุ ๓

ตตฺถ กตมา ติสฺโส อกุสลธาตุโย กามธาตุ พฺยาปาทธาตุ วิหึสาธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา กามธาตุ กามวิตกฺโก กามธาตุ ฯ พฺยาปาทวิตกฺโก พฺยาปาทธาตุ ฯ วิหึสาวิตกฺโก วิหึสาธาตุ ฯ ตตฺถ กตโม กามวิตกฺโก กามปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ กามวิตกฺโก ฯ ตตฺถ กตโม พฺยาปาทวิตกฺโก พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ พฺยาปาทวิตกฺโก ฯ ตตฺถ กตโม วิหึสาวิตกฺโก วิหึสาปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ วิหึสาวิตกฺโก ฯ อิมา ติสฺโส อกุสลธาตุโย ฯ

๙๓๐

ทุจริต ๓ เป็นไฉน กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต บรรดาทุจริต ๓ นั้น กายทุจริต เป็นไฉน ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร นี้เรียกว่า กายทุจริต วจีทุจริต เป็นไฉน มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ นี้เรียกว่า วจีทุจริต มโนทุจริต เป็นไฉน อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ นี้เรียกว่า มโนทุจริต กายทุจริต เป็นไฉน กายกรรมฝ่ายอกุศล ชื่อว่า กายทุจริต วจีกรรมฝ่ายอกุศล ชื่อว่า วจีทุจริต มโนกรรมฝ่ายอกุศล ชื่อว่า มโนทุจริต บรรดาทุจริต ๓ นั้น กายกรรมฝ่ายอกุศล เป็นไฉน กายสัญเจตนาฝ่ายอกุศล ชื่อว่า กายกรรมฝ่ายอกุศล วจีสัญเจตนาฝ่ายอกุศล ชื่อว่า วจีกรรมฝ่ายอกุศล มโนสัญเจตนาฝ่ายอกุศล ชื่อว่า มโนกรรมฝ่ายอกุศล เหล่านี้เรียกว่า ทุจริต ๓

ตตฺถ กตมานิ ตีณิ ทุจฺจริตานิ กายทุจฺจริตํ วจีทุจฺจริตํ มโนทุจฺจริตํ ฯ ตตฺถ กตมํ กายทุจฺจริตํ ปาณาติปาโต อทินฺนาทานํ กาเมสุมิจฺฉาจาโร อิทํ วุจฺจติ กายทุจฺจริตํ ฯ ตตฺถ กตมํ วจีทุจฺจริตํ มุสาวาโท ปิสุณา วาจา ผรุสา วาจา สมฺผปฺปลาโป อิทํ วุจฺจติ วจีทุจฺจริตํ ฯ ตตฺถ กตมํ มโนทุจฺจริตํ อภิชฺฌา พฺยาปาโท มิจฺฉาทิฏฺฐิ อิทํ วุจฺจติ มโนทุจฺจริตํ ฯ ตตฺถ กตมํ กายทุจฺจริตํ อกุสลํ กายกมฺมํ กายทุจฺจริตํ ฯ อกุสลํ วจีกมฺมํ วจีทุจฺจริตํ ฯ อกุสลํ มโนกมฺมํ มโนทุจฺจริตํ ฯ ตตฺถ กตมํ อกุสลํ กายกมฺมํ อกุสลา กายสญฺเจตนา อกุสลํ กายกมฺมํ ฯ อกุสลา วจีสญฺเจตนา อกุสลํ วจีกมฺมํ ฯ อกุสลา มโนสญฺเจตนา อกุสลํ มโนกมฺมํ ฯ อิมานิ ตีณิ ทุจฺจริตานิ ฯ

๙๓๑

อาสวะ ๓ เป็นไฉน กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ บรรดาอาสวะ ๓ นั้น กามาสวะ เป็นไฉน ความพอใจในกาม ฯลฯ ความหมกมุ่นในกาม อันใด นี้เรียกว่า กามาสวะ ภวาสวะ เป็นไฉน ความพอใจในภพ ฯลฯ ความหมกมุ่นในภพ อันใด นี้เรียกว่า ภวาสวะ อวิชชาสวะ เป็นไฉน ความไม่รู้ในทุกข์ ฯลฯ ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือ โมหะ นี้เรียกว่า อวิชชาสวะ เหล่านี้เรียกว่า อาสวะ ๓

ตตฺถ กตเม ตโย อาสวา กามาสโว ภวาสโว อวิชฺชาสโว ฯ ตตฺถ กตโม กามาสโว โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท ฯเปฯ กามชฺโฌสานํ อยํ วุจฺจติ กามาสโว ฯ ตตฺถ กตโม ภวาสโว โย ภเวสุ ภวจฺฉนฺโท ฯเปฯ ภวชฺโฌสานํ อยํ วุจฺจติ ภวาสโว ฯ ตตฺถ กตโม อวิชฺชาสโว ทุกฺเข อญฺญาณํ ฯเปฯ อวิชฺชาลงฺคี โมโห อกุสลมูลํ อยํ วุจฺจติ อวิชฺชาสโว ฯ อิเม ตโย อาสวา ฯ

๙๓๒

สัญโญชน์ ๓ เป็นไฉน สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส บรรดาสัญโญชน์ ๓ เหล่านั้น สักกายทิฏฐิ เป็นไฉน ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไร้การศึกษา ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้า ไม่ฉลาดใน ธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้เห็น สัปบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัปบุรุษ ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของสัปบุรุษ ย่อมเห็นรูปเป็นตน หรือเห็นตนมีรูป เห็นรูปในตน เห็นตนในรูป ย่อมเห็น เวทนาเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสัญญาเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสังขารเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นวิญญาณเป็นตน หรือเห็นตนมีวิญญาณ เห็นวิญญาณในตน เห็นตนใน วิญญาณ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มี ลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา เป็นไฉน ปุถุชนเคลือบแคลงสงสัยในพระศาสดา เคลือบแคลงสงสัยในพระธรรม เคลือบแคลงสงสัยในพระสงฆ์ เคลือบแคลงสงสัยในสิกขา เคลือบแคลงสงสัย ในส่วนอดีต เคลือบแคลงสงสัยในส่วนอนาคต เคลือบแคลงสงสัยทั้งในส่วนอดีต และส่วนอนาคต เคลือบแคลงสงสัยในธรรมอันเป็นปัจจัยของกันและกันและ อาศัยกันและกันเกิดขึ้น ความเคลือบแคลง กิริยาที่เคลือบแคลง สภาพที่ เคลือบแคลง ฯลฯ ความกระด้างแห่งจิต ความลังเลใจ อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส เป็นไฉน สมณพราหมณ์ภายนอกศาสนานี้ มีความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ ด้วยศีล ด้วยวัตร ด้วยศีลและวัตร ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า สีลัพพตปรามาส เหล่านี้เรียกว่า สัญโญชน์ ๓

ตตฺถ กตมานิ ตีณิ สญฺโญชนานิ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโส ฯ ตตฺถ กตมา สกฺกายทิฏฺฐิ อิธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท อริยธมฺเม อวินีโต สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท สปฺปุริสธมฺเม อวินีโต รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา รูปํ รูปสฺมึ วา อตฺตานํ เวทนํ ฯเปฯ สญฺญํ ฯเปฯ สงฺขาเร ฯเปฯ วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ วิญฺญาณวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา วิญฺญาณํ วิญฺญาณสฺมึ วา อตฺตานํ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ สกฺกายทิฏฺฐิ ฯ {๙๓๒.๑} ตตฺถ กตมา วิจิกิจฺฉา สตฺถริ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ ธมฺเม กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ สงฺเฆ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ สิกฺขาย กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ ปุพฺพนฺเต กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ อปรนฺเต กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ ปุพฺพนฺตาปรนฺเต กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ ยา เอวรูปา กงฺขา กงฺขายนา กงฺขายิตตฺตํ ฯเปฯ ถมฺภิตตฺตํ จิตฺตสฺส มโนวิเลโข อยํ วุจฺจติ วิจิกิจฺฉา ฯ ตตฺถ กตโม สีลพฺพตปรามาโส อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ สีลพฺพเตน สุทฺธีติ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ สีลพฺพตปรามาโส ฯ อิมานิ ตีณิ สญฺโญชนานิ ฯ

๙๓๓

ตัณหา ๓ เป็นไฉน กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา บรรดาตัณหา ๓ นั้น ภวตัณหา เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันสหรคต ด้วยภวทิฏฐิ นี้เรียกว่า ภวตัณหา วิภวตัณหา เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันสหรคต ด้วยอุจเฉททิฏฐิ นี้เรียกว่า วิภวตัณหา ตัณหาที่เหลือนอกนั้น เรียกว่า กามตัณหา บรรดาตัณหา ๓ นั้น กามตัณหา เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันประกอบ ด้วยกามธาตุ นี้เรียกว่า กามตัณหา ความกำหนัด ความกำหนัดนักแห่งจิต ฯลฯ อันประกอบด้วยรูปธาตุและ อรูปธาตุ เรียกว่า ภวตัณหา ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันสหรคต ด้วยอุจเฉททิฏฐิ นี้เรียกว่า วิภวตัณหา เหล่านี้เรียกว่า ตัณหา ๓

ตตฺถ กตมา ติสฺโส ตณฺหา กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา ฯ ตตฺถ กตมา ภวตณฺหา ภวทิฏฺฐิสหคโต ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ ภวตณฺหา ฯ ตตฺถ กตมา วิภวตณฺหา อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคโต ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ วิภวตณฺหา ฯ อวเสสา ตณฺหา กามตณฺหา ฯ ตตฺถ กตมา กามตณฺหา กามธาตุปฏิสํยุตฺโต ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ กามตณฺหา ฯ รูปธาตุ- อรูปธาตุปฏิสํยุตฺโต ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ ภวตณฺหา ฯ อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคโต ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ วิภวตณฺหา ฯ อิมา ติสฺโส ตณฺหา ฯ

๙๓๔

ตัณหา ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน กามตัณหา รูปตัณหา อรูปตัณหา บรรดาตัณหา ๓ นั้น กามตัณหา เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันประกอบ ด้วยกามธาตุ นี้เรียกว่า กามตัณหา รูปตัณหา เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันประกอบ ด้วยรูปธาตุ นี้เรียกว่า รูปตัณหา อรูปตัณหา เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันประกอบ ด้วยอรูปธาตุ นี้เรียกว่า อรูปตัณหา เหล่านี้เรียกว่า ตัณหา ๓

ตตฺถ กตมา อปราปิ ติสฺโส ตณฺหา กามตณฺหา รูปตณฺหา อรูปตณฺหา ฯ ตตฺถ กตมา กามตณฺหา กามธาตุ- ปฏิสํยุตฺโต ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ กามตณฺหา ฯ ตตฺถ กตมา รูปตณฺหา รูปธาตุปฏิสํยุตฺโต ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ รูปตณฺหา ฯ ตตฺถ กตมา อรูปตณฺหา อรูปธาตุปฏิสํยุตฺโต ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ อรูปตณฺหา ฯ อิมา ติสฺโส ตณฺหา ฯ

๙๓๕

ตัณหา ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน รูปตัณหา อรูปตัณหา นิโรธตัณหา บรรดาตัณหา ๓ นั้น รูปตัณหา เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันประกอบ ด้วยรูปธาตุ นี้เรียกว่า รูปตัณหา อรูปตัณหา เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันประกอบ ด้วยอรูปธาตุ นี้เรียกว่า อรูปตัณหา นิโรธตัณหา เป็นไฉน ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันสหรคต ด้วยอุจเฉททิฏฐิ นี้เรียกว่า นิโรธตัณหา เหล่านี้เรียกว่า ตัณหา ๓

ตตฺถ กตมา อปราปิ ติสฺโส ตณฺหา รูปตณฺหา อรูปตณฺหา นิโรธตณฺหา ฯ ตตฺถ กตมา รูปตณฺหา รูปธาตุปฏิสํยุตฺโต ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ รูปตณฺหา ฯ ตตฺถ กตมา อรูปตณฺหา อรูปธาตุปฏิสํยุตฺโต ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ อรูปตณฺหา ฯ ตตฺถ กตมา นิโรธตณฺหา อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคโต ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ นิโรธตณฺหา ฯ อิมา ติสฺโส ตณฺหา ฯ

๙๓๖

เอสนา ๓ เป็นไฉน กาเมสนา ภเวสนา พรหมจริเยสนา บรรดาเอสนา ๓ นั้น กาเมสนา เป็นไฉน ความพอใจในกาม ฯลฯ ความหมกมุ่นในกาม อันใด นี้เรียกว่า กาเมสนา ภเวสนา เป็นไฉน ความพอใจในภพ ฯลฯ ความหมกมุ่นในภพ อันใด นี้เรียกว่า ภเวสนา พรหมจริเยสนา เป็นไฉน ความเห็นว่าโลกเที่ยง หรือความเห็นว่าโลกไม่เที่ยง ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้า แต่ตายจะเกิดอีกก็หามิได้ จะไม่เกิดอีกก็หามิได้ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้าง ทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า พรหม- *จริเยสนา บรรดาเอสนา ๓ นั้น กาเมสนา เป็นไฉน ความกำหนัดในกาม กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันเป็นอกุศล ตั้งอยู่ในฐานเดียวกันกับความกำหนัดในกามนั้น นี้เรียกว่า กาเมสนา ภเวสนา เป็นไฉน ความกำหนัดในภพ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันเป็นอกุศล ตั้งอยู่ในฐานเดียวกันกับความกำหนัดในภพนั้น นี้เรียกว่า ภเวสนา ความเห็นว่าโลกมีที่สุด กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อันเป็นอกุศล ตั้งอยู่ในฐานเดียวกันกับความเห็นว่าโลกมีที่สุดนั้น นี้เรียกว่า พรหมจริเยสนา เหล่านี้เรียกว่า เอสนา ๓

ตตฺถ กตมา ติสฺโส เอสนา กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนา ฯ ตตฺถ กตมา กาเมสนา โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท ฯเปฯ กามชฺโฌสานํ อยํ วุจฺจติ กาเมสนา ฯ ตตฺถ กตมา ภเวสนา โย ภเวสุ ภวจฺฉนฺโท ฯเปฯ ภวชฺโฌสานํ อยํ วุจฺจติ ภเวสนา ฯ ตตฺถ กตมา พฺรหฺมจริเยสนา สสฺสโต โลโกติ วา อสสฺสโต โลโกติ วา ฯเปฯ เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณาติ วา ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ พฺรหฺมจริเยสนา ฯ ตตฺถ กตมา กาเมสนา กามราโค ตเทกฏฺฐํ อกุสลํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อยํ วุจฺจติ กาเมสนา ฯ ตตฺถ กตมา ภเวสนา ภวราโค ตเทกฏฺฐํ อกุสลํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อยํ วุจฺจติ ภเวสนา ฯ อนฺตคฺคาหิกา ทิฏฺฐิ ตเทกฏฺฐํ อกุสลํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมํ อยํ วุจฺจติ พฺรหฺมจริเยสนา ฯ อิมา ติสฺโส เอสนา ฯ

๙๓๗

วิธา ๓ เป็นไฉน ความถือตัวว่าประเสริฐกว่าเขา ความถือตัวว่าเสมอเขา ความถือตัวว่า เลวกว่าเขา เหล่านี้เรียกว่า วิธา ๓

ตตฺถ กตมา ติสฺโส วิธา เสยฺโยหมสฺมีติ วิธา สทิโสหมสฺมีติ วิธา หีโนหมสฺมีติ วิธา อิมา ติสฺโส วิธา ฯ

๙๓๘

ภัย ๓ เป็นไฉน ชาติภัย ชราภัย มรณภัย บรรดาภัย ๓ นั้น ชาติภัย เป็นไฉน ความกลัว ความขลาด ความหวาดเสียว ความชูชันแห่งขน ความสะดุ้ง แห่งจิต เพราะอาศัยความเกิด นี้เรียกว่า ชาติภัย ชราภัย เป็นไฉน ความกลัว ความขลาด ความหวาดเสียว ความชูชันแห่งขน ความสะดุ้ง แห่งจิต เพราะอาศัยชรา นี้เรียกว่า ชราภัย มรณภัย เป็นไฉน ความกลัว ความขลาด ความหวาดเสียว ความชูชันแห่งขน ความสะดุ้ง แห่งจิต เพราะอาศัยความตาย นี้เรียกว่า มรณภัย เหล่านี้เรียกว่า ภัย ๓

ตตฺถ กตมานิ ตีณิ ภยานิ ชาติภยํ ชราภยํ มรณภยํ ฯ ตตฺถ กตมํ ชาติภยํ ชาตึ ปฏิจฺจ ภยํ ภยานกํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํโส เจตโส อุตฺราโส อิทํ วุจฺจติ ชาติภยํ ฯ ตตฺถ กตมํ ชราภยํ ชรํ ปฏิจฺจ ภยํ ภยานกํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํโส เจตโส อุตฺราโส อิทํ วุจฺจติ ชราภยํ ฯ ตตฺถ กตมํ มรณภยํ มรณํ ปฏิจฺจ ภยํ ภยานกํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํโส เจตโส อุตฺราโส อิทํ วุจฺจติ มรณภยํ ฯ อิมานิ ตีณิ ภยานิ ฯ

๙๓๙

ตมะ ๓ เป็นไฉน บุคคลย่อมเคลือบแคลงสงสัย ไม่น้อมใจเชื่อ ไม่เลื่อมใส ปรารภ- *อดีตกาล ย่อมเคลือบแคลงสงสัย ไม่น้อมใจเชื่อ ไม่เลื่อมใส ปรารภอนาคตกาล ย่อมเคลือบแคลงสงสัย ไม่น้อมใจเชื่อ ไม่เลื่อมใส ปรารภปัจจุบันกาล เหล่านี้เรียกว่า ตมะ ๓

ตตฺถ กตมานิ ตีณิ ตมานิ อตีตํ อทฺธานํ อารพฺภ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ อนาคตํ อทฺธานํ อารพฺภ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานํ อารพฺภ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ อิมานิ ตีณิ ตมานิ ฯ

๙๔๐

ติตถายตนะ ๓ เป็นไฉน สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีวาทะอย่างนี้ มีความเห็น อย่างนี้ว่า คนเรานี้ย่อมได้เสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ไม่สุขไม่ทุกข์บ้าง อย่างใด อย่างหนึ่ง ย่อมได้เสวยสุขทุกข์หรือไม่สุขไม่ทุกข์ทั้งหมดนั้น เพราะได้ทำเหตุไว้ ในปางก่อน สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีวาทะอย่างนี้ มีความเห็น อย่างนี้ว่า คนเรานี้ย่อมได้เสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ไม่สุขไม่ทุกข์บ้าง อย่างใด อย่างหนึ่ง ย่อมได้เสวยสุขทุกข์หรือไม่สุขไม่ทุกข์ทั้งหมดนั้น เพราะเหตุคือมีผู้ เป็นใหญ่สร้างให้ สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีวาทะอย่างนี้ มีความเห็น อย่างนี้ว่า คนเรานี้ย่อมได้เสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ไม่สุขไม่ทุกข์บ้าง อย่างใด อย่างหนึ่ง ย่อมได้เสวยสุขทุกข์หรือไม่สุขไม่ทุกข์ทั้งหมดนั้น โดยไม่มีเหตุไม่มี ปัจจัย เหล่านี้เรียกว่า ติตถายตนะ ๓

ตตฺถ กตมานิ ตีณิ ติตฺถายตนานิ อิเธกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เอวํวาที โหติ เอวํทิฏฺฐิ ยงฺกิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพนฺตํ ปุพฺเพ กตเหตูติ อิธ ปเนกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เอวํวาที โหติ เอวํทิฏฺฐิ ยงฺกิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพนฺตํ อิสฺสรนิมฺมานเหตูติ อิธ ปเนกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เอวํวาที โหติ เอวํทิฏฺฐิ ยงฺกิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพนฺตํ อเหตุอปฺปจฺจยาติ อิมานิ ตีณิ ติตฺถายตนานิ ฯ

๙๔๑

กิญจนะ ๓ เป็นไฉน กิเลสเครื่องกังวลคือราคะ กิเลสเครื่องกังวลคือโทสะ กิเลสเครื่องกังวล คือโมหะ เหล่านี้เรียกว่า กิญจนะ ๓

ตตฺถ กตเม ตโย กิญฺจนา ราโค กิญฺจนํ โทโส กิญฺจนํ โมโห กิญฺจนํ อิเม ตโย กิญฺจนา ฯ

๙๔๒

อังคณะ ๓ เป็นไฉน กิเลสเพียงดังเนินคือราคะ กิเลสเพียงดังเนินคือโทสะ กิเลสเพียงดังเนิน คือโมหะ เหล่านี้เรียกว่า อังคณะ ๓

ตตฺถ กตมานิ ตีณิ องฺคณานิ ราโค องฺคณํ โทโส องฺคณํ โมโห องฺคณํ อิมานิ ตีณิ องฺคณานิ ฯ

๙๔๓

มละ ๓ เป็นไฉน มลทินคือราคะ มลทินคือโทสะ มลทินคือโมหะ เหล่านี้เรียกว่า มละ ๓

ตตฺถ กตมานิ ตีณิ มลานิ ราโค มลํ โทโส มลํ โมโห มลํ อิมานิ ตีณิ มลานิ ฯ

๙๔๔

วิสมะ ๓ เป็นไฉน ความไม่สม่ำเสมอคือราคะ ความไม่สม่ำเสมอคือโทสะ ความไม่สม่ำ เสมอคือโมหะ เหล่านี้เรียกว่า วิสมะ ๓

ตตฺถ กตมานิ ตีณิ วิสมานิ ราโค วิสมํ โทโส วิสมํ โมโห วิสมํ อิมานิ ตีณิ วิสมานิ ฯ

๙๔๕

วิสมะ ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทางกาย ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทางวาจา ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทางใจ เหล่านี้เรียกว่า วิสมะ ๓

ตตฺถ กตมานิ อปรานิปิ ตีณิ วิสมานิ กายวิสมํ วจีวิสมํ มโนวิสมํ อิมานิ ตีณิ วิสมานิ ฯ

๙๔๖

อัคคิ ๓ เป็นไฉน ไฟคือราคะ ไฟคือโทสะ ไฟคือโมหะ เหล่านี้เรียกว่า อัคคิ ๓

ตตฺถ กตเม ตโย อคฺคี ราคคฺคิ โทสคฺคิ โมหคฺคิ อิเม ตโย อคฺคี ฯ

๙๔๗

กสาวะ ๓ เป็นไฉน น้ำฝาดคือราคะ น้ำฝาดคือโทสะ น้ำฝาดคือโมหะ เหล่านี้เรียกว่ากสาวะ ๓

ตตฺถ กตเม ตโย กสาวา ราคกสาโว โทสกสาโว โมหกสาโว อิเม ตโย กสาวา ฯ

๙๔๘

กสาวะ ๓ แม้อีกนัยหนึ่ง เป็นไฉน น้ำฝาดทางกาย น้ำฝาดทางวาจา น้ำฝาดทางใจ เหล่านี้เรียกว่า กสาวะ ๓

ตตฺถ กตเม อปเรปิ ตโย กสาวา กายกสาโว วจีกสาโว มโนกสาโว อิเม ตโย กสาวา ฯ

๙๔๙

อัสสาททิฏฐิ ความเห็นผิดอันประกอบด้วยความยินดี เป็นไฉน สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีวาทะอย่างนี้ มีความเห็น อย่างนี้ว่า กามทั้งหลายไม่มีโทษ ดังนี้ เขาจึงบริโภคกาม นี้เรียกว่า อัสสาททิฏฐิ ความเห็นผิดอันประกอบด้วยความยินดี อัตตานุทิฏฐิ ความตามเห็นว่ามีอัตตาตัวตน เป็นไฉน ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไร้การศึกษา ไม่ได้เห็นพระอริยะเจ้า ไม่ฉลาดใน ธรรมของพระอริยะเจ้า ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของพระอริยะเจ้า ไม่ได้เห็น สัปบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรมของสัปบุรุษ ไม่ได้รับการแนะนำในธรรมของสัปบุรุษ ย่อมเห็นรูปเป็นตน หรือเห็นตนมีรูป เห็นรูปในตน เห็นตนในรูป ย่อมเห็น เวทนาเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสัญญาเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นสังขารเป็นตน ฯลฯ ย่อมเห็นวิญญาณเป็นตน หรือเห็นตนมีวิญญาณ เห็นวิญญาณในตน เห็นตนใน วิญญาณ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดยวิปลาส อันใด มี ลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า อัตตานุทิฏฐิ ความตามเห็นว่ามีอัตตาตัวตน มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิด เป็นไฉน ความเห็นว่า ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล การบูชาไม่มีผล ฯลฯ สมณะ หรือพราหมณ์ผู้รู้ยิ่งเห็นจริงประจักษ์ซึ่งโลกนี้ และโลกหน้าด้วยตนเอง แล้วประกาศ ให้ผู้อื่นรู้ได้ ไม่มีในโลกนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ฯลฯ การถือเอาโดย วิปลาส อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า มิจฉาทิฏฐิ สัสสตทิฏฐิ จัดเป็น อัสสาททิฏฐิ สักกายทิฏฐิ จัดเป็นอัตตานุทิฏฐิ อุจเฉททิฏฐิ จัดเป็นมิจฉาทิฏฐิ

ตตฺถ กตมา อสฺสาททิฏฺฐิ อิเธกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เอวํวาที โหติ เอวํทิฏฺฐิ นตฺถิ กาเมสุ โทโสติ โส กาเมสุ ปาตพฺยตํ อาปชฺชติ อยํ วุจฺจติ อสฺสาททิฏฺฐิ ฯ ตตฺถ กตมา อตฺตานุทิฏฺฐิ อิธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี อริยธมฺมสฺส อโกวิโท อริยธมฺเม อวินีโต สปฺปุริสานํ อทสฺสาวี สปฺปุริสธมฺมสฺส อโกวิโท สปฺปุริสธมฺเม อวินีโต รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา รูปํ รูปสฺมึ วา อตฺตานํ เวทนํ ฯเปฯ สญฺญํ ฯเปฯ สงฺขาเร ฯเปฯ วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ วิญฺญาณวนฺตํ วา อตฺตานํ อตฺตนิ วา วิญฺญาณํ วิญฺญาณสฺมึ วา อตฺตานํ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ อตฺตานุทิฏฺฐิ ฯ ตตฺถ กตมา มิจฺฉาทิฏฺฐิ นตฺถิ ทินฺนํ นตฺถิ ยิฏฺฐํ ฯเปฯ เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ ยา เอวรูปา ทิฏฺฐิ ทิฏฺฐิคตํ ฯเปฯ วิปริเยสคฺคาโห อยํ วุจฺจติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ฯ สสฺสตทิฏฺฐิ อสฺสาททิฏฺฐิ ฯ สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺตานุทิฏฺฐิ ฯ อุจฺเฉททิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐิ ฯ

๙๕๐

อรติ ความไม่ยินดี เป็นไฉน ความไม่ยินดี กิริยาที่ไม่ยินดี ความไม่ยินดียิ่ง กิริยาที่ไม่ยินดียิ่ง ความ กระสัน ความดิ้นรน ในเสนาสนะอันสงัด หรือในอธิกุศลธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง นี้เรียกว่า อรติ ความไม่ยินดี วิเหสา ความเบียดเบียน เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายด้วยฝ่ามือบ้าง ก้อน ดินบ้าง ท่อนไม้บ้าง ศาตราบ้าง เชือกบ้าง อย่างใดอย่างหนึ่ง ความบีบคั้น ความบีบคั้นยิ่ง ความเบียดเบียน ความเบียดเบียนยิ่ง ความทำให้เดือดร้อน ความ ทำให้เดือดร้อนยิ่ง ความทำร้ายสัตว์อื่น อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า วิเหสา ความเบียดเบียน อธัมมจริยา ความประพฤติไม่เป็นธรรม เป็นไฉน ความประพฤติไม่เป็นธรรมทางกาย ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทางกาย ความประพฤติไม่เป็นธรรมทางวาจา ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทางวาจา ความ ประพฤติไม่เป็นธรรมทางใจ ความประพฤติไม่สม่ำเสมอทางใจ นี้เรียกว่า อธัมม- *จริยา ความประพฤติไม่เป็นธรรม

ตตฺถ กตมา อรติ ปนฺเตสุ วา เสนาสเนสุ อญฺญตรญฺญตเรสุ วา อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ อรติ อรติกา อนภิรติ อนภิรมนา อุกฺกณฺฐิตา ปริตสิตา อยํ วุจฺจติ อรติ ฯ ตตฺถ กตมา วิเหสา อิเธกจฺโจ ปาณินา วา เลฑฺฑุนา วา ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา รชฺชุยา วา อญฺญตรญฺญตเรน สตฺเต วิเหเฐติ ยา เอวรูปา เหฐนา วิเหฐนา หึสนา วิหึสนา โรสนา วิโรสนา ปรูปฆาโต อยํ วุจฺจติ วิเหสา ฯ ตตฺถ กตมา อธมฺมจริยา กาเยน อธมฺมจริยา วิสมจริยา วาจาย อธมฺมจริยา วิสมจริยา มนสา อธมฺมจริยา วิสมจริยา อยํ วุจฺจติ อธมฺมจริยา ฯ

๙๕๑

โทวจัสสตา ความเป็นผู้ว่ายาก เป็นไฉน กิริยาที่เป็นผู้ว่ายาก ความเป็นผู้ว่ายาก สภาพที่เป็นผู้ว่ายาก ความยึดถือ ข้างขัดขืน ความพอใจทางโต้แย้ง กิริยาที่ไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่ เคารพ ความไม่เชื่อฟัง ในเมื่อถูกว่ากล่าวโดยสหธรรม นี้เรียกว่า โทวจัสสตา ความเป็นผู้ว่ายาก ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว เป็นไฉน บุคคลเหล่าใดไม่มีศรัทธา ไม่มีศีล มีการศึกษาน้อย มีความตระหนี่ มีปัญญาทราม การเสพ การเสพเป็นนิตย์ การเสพด้วยดี การคบ การคบด้วยดี ความภักดี ความจงรักภักดีแก่บุคคลเหล่านั้น ความเป็นผู้โน้มน้าวไปตามบุคคล เหล่านั้น อันใด นี้เรียกว่า ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว นานัตตสัญญา สัญญาต่างๆ เป็นไฉน สัญญาที่เกี่ยวด้วยกาม สัญญาที่เกี่ยวด้วยพยาบาท สัญญาที่เกี่ยวด้วย ความเบียดเบียน นี้เรียกว่า นานัตตสัญญา สัญญาต่างๆ อกุศลสัญญา แม้ ทั้งหมด ก็เรียกว่า นานัตตสัญญา

ตตฺถ กตมา โทวจสฺสตา สหธมฺมิเก วุจฺจมาเน โทวจสฺสายํ โทวจสฺสิยํ โทวจสฺสตา วิปฺปฏิกูลคาหิตา วิปจฺจนีกสาตตา อนาทริยํ อนาทรตา อคารวตา อปฺปฏิสฺสวตา อยํ วุจฺจติ โทวจสฺสตา ฯ ตตฺถ กตมา ปาปมิตฺตตา เย เต ปุคฺคลา อสฺสทฺธา ทุสฺสีลา อปฺปสฺสุตา มจฺฉริโน ทุปฺปญฺญา ยา เตสํ เสวนา นิเสวนา สํเสวนา ภชนา สมฺภชนา ภตฺติ สมฺภตฺติ ตํสมฺปวงฺกตา อยํ วุจฺจติ ปาปมิตฺตตา ฯ ตตฺถ กตมา นานตฺตสญฺญา กามสญฺญา พฺยาปาทสญฺญา วิหึสาสญฺญา อยํ วุจฺจติ นานตฺตสญฺญา สพฺพาปิ อกุสลสญฺญา นานตฺตสญฺญา ฯ

๙๕๒

อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน เป็นไฉน ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ความไม่สงบแห่งจิต ความกวัดแกว่งแห่งจิต ความ พล่านแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน โกสัชชะ ความเกียจคร้าน เป็นไฉน การปล่อยจิต ความเพิ่มพูนการปล่อยจิตไปในกายทุจริต วจีทุจริต มโน- *ทุจริต หรือในกามคุณ ๕ หรือความทำโดยความไม่เคารพ ความทำโดยไม่ติดต่อ ความทำโดยไม่มั่นคง ความประพฤติย่อหย่อน ความทอดทิ้งฉันทะ ความทอดทิ้ง ธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก ความไม่ตั้งมั่น ความไม่ประกอบเนืองๆ ความประมาท ในการเจริญกุศลธรรมทั้งหลาย นี้เรียกว่า โกสัชชะ ความเกียจคร้าน ปมาทะ ความประมาท เป็นไฉน การปล่อยจิต ความเพิ่มพูนการปล่อยจิตไปในกายทุจริต วจีทุจริต มโน- *ทุจริต หรือในกามคุณ ๕ หรือความทำโดยความไม่เคารพ ความทำโดยไม่ติดต่อ ความทำโดยไม่มั่นคง ความประพฤติย่อหย่อน ความทอดทิ้งฉันทะ ความทอดทิ้ง ธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก ความไม่ตั้งมั่น ความไม่ประกอบเนืองๆ ความประมาท ในการเจริญกุศลธรรมทั้งหลาย ความ ประมาท กิริยาที่ประมาท สภาพที่ประมาท อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ปมาทะ ความประมาท

ตตฺถ กตมํ อุทฺธจฺจํ ยํ จิตฺตสฺส อุทฺธจฺจํ อวูปสโม เจตโส วิกฺเขโป ภนฺตตฺตํ จิตฺตสฺส อิทํ วุจฺจจิ อุทฺธจฺจํ ฯ ตตฺถ กตมํ โกสชฺชํ กายทุจฺจริเต วา วจีทุจฺจริเต วา มโนทุจฺจริเต วา ปญฺจสุ วา กามคุเณสุ จิตฺตสฺส โวสฺสคฺโค โวสฺสคฺคานุปฺปทานํ กุสลานํ วา ธมฺมานํ ภาวนาย อสกฺกจฺจกิริยตา อสาตจฺจกิริยตา อนฏฺฐิตกิริยตา โอลีนวุตฺติตา นิกฺขิตฺตจฺฉนฺทตา นิกฺขิตฺตธุรตา อนาเสวนา อภาวนา อพหุลีกมฺมํ อนธิฏฺฐานํ อนนุโยโค ปมาโท อิทํ วุจฺจติ โกสชฺชํ ฯ ตตฺถ กตโม ปมาโท กายทุจฺจริเต วา วจีทุจฺจริเต วา มโนทุจฺจริเต วา ปญฺจสุ วา กามคุเณสุ จิตฺตสฺส โวสฺสคฺโค โวสฺสคฺคานุปฺปทานํ กุสลานํ วา ธมฺมานํ ภาวนาย อสกฺกจฺจกิริยตา อสาตจฺจกิริยตา อนฏฺฐิตกิริยตา โอลีนวุตฺติตา นิกฺขิตฺตจฺฉนฺทตา นิกฺขิตฺตธุรตา อนาเสวนา อภาวนา อพหุลีกมฺมํ อนธิฏฺฐานํ อนนุโยโค ปมาโท โย เอวรูโป ปมาโท ปมชฺชนา ปมชฺชิตตฺตํ อยํ วุจฺจติ ปมาโท ฯ

๙๕๓

อสันตุฏฐิตา ความไม่สันโดษ เป็นไฉน ความอยากได้มากยิ่ง ของบุคคลผู้ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจยเภสัช และบริขาร ตามมีตามได้หรือด้วยกามคุณ ๕ ความปรารถนา การปรารถนา ความไม่สันโดษ ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันใดมีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า อสันตุฏฐิตา ความ ไม่สันโดษ อสัมปชัญญตา ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ เป็นไฉน ความไม่รู้ ความไม่เห็น ฯลฯ ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือ โมหะ อันใด นี้เรียกว่า อสัมปชัญญตา ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ มหิจฉตา ความมักมาก เป็นไฉน ความอยากได้มากยิ่งของบุคคลผู้ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนา- *สนะ คิลานปัจจยเภสัช และบริขาร ตามมีตามได้หรือด้วยกามคุณ ๕ ความ ปรารถนา การปรารถนา ความมักมาก ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า มหิจฉตา ความ มักมาก

ตตฺถ กตมา อสนฺตุฏฺฐิตา อิตริตรจีวรปิณฺฑปาตเสนาสน- คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรหิ ปญฺจหิ วา กามคุเณหิ อสนฺตุฏฺฐสฺส ภิยฺโยกมฺยตา ยา เอวรูปา อิจฺฉา อิจฺฉาคตํ อสนฺตุฏฺฐิตา ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ อสนฺตุฏฺฐิตา ฯ ตตฺถ กตมา อสมฺปชญฺญตา ยํ อญฺญาณํ อทสฺสนํ ฯเปฯ อวิชฺชาลงฺคี โมโห อกุสลมูลํ อยํ วุจฺจติ อสมฺปชญฺญตา ฯ ตตฺถ กตมา มหิจฺฉตา อิตริตรจีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรหิ ปญฺจหิ วา กามคุเณหิ อสนฺตุฏฺฐสฺส ภิยฺโยกมฺยตา ยา เอวรูปา อิจฺฉา อิจฺฉาคตํ มหิจฺฉตา ราโค สาราโค ฯเปฯ จิตฺตสฺส สาราโค อยํ วุจฺจติ มหิจฺฉตา ฯ

๙๕๔

อหิริกะ ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริต เป็นไฉน ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริตอันเป็นสิ่งที่ควรละอาย ความไม่ ละอายต่อการประกอบอกุศลบาปธรรมทั้งหลาย อันใด นี้เรียกว่า อหิริกะ ความ ไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริต อโนตตัปปะ ความไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริต เป็นไฉน ความไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริตอันเป็นสิ่งที่ควรเกรงกลัว ความ ไม่เกรงกลัวต่อการประกอบอกุศลบาปธรรมทั้งหลาย อันใด นี้เรียกว่า อโนตตัปปะ ความไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริต ปมาทะ ความประมาท เป็นไฉน การปล่อยจิต ความเพิ่มพูน การปล่อยจิตไปในกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต หรือในกามคุณ ๕ หรือความทำโดยความไม่เคารพ ความทำโดยไม่ ติดต่อ ความไม่มั่นคง ความประพฤติย่อหย่อน ความทอดทิ้งฉันทะ ความ ทอดทิ้งธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก ความ ไม่ตั้งมั่น ความไม่ประกอบเนืองๆ ความประมาทในการเจริญกุศลธรรมทั้งหลาย ความประมาท กิริยาที่ประมาท สภาพที่ประมาท อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ปมาทะ ความประมาท

ตตฺถ กตมํ อหิริกํ ยํ น หิริยติ หิริยิตพฺเพน น หิริยติ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา อิทํ วุจฺจติ อหิริกํ ฯ ตตฺถ กตมํ อโนตฺตปฺปํ ยํ น โอตฺตปฺปติ โอตฺตปฺปิตพฺเพน น โอตฺตปฺปติ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา อิทํ วุจฺจติ อโนตฺตปฺปํ ฯ ตตฺถ กตโม ปมาโท กายทุจฺจริเต วา วจีทุจฺจริเต วา มโนทุจฺจริเต วา ปญฺจสุ วา กามคุเณสุ จิตฺตสฺส โวสฺสคฺโค โวสฺสคฺคานุปฺปทานํ กุสลานํ วา ธมฺมานํ ภาวนาย อสกฺกจฺจกิริยตา อสาตจฺจกิริยตา อนฏฺฐิตกิริยตา โอลีนวุตฺติตา นิกฺขิตฺตจฺฉนฺทตา นิกฺขิตฺตธุรตา อนาเสวนา อภาวนา อพหุลีกมฺมํ อนธิฏฺฐานํ อนนุโยโค ปมาโท โย เอวรูโป ปมาโท ปมชฺชนา ปมชฺชิตตฺตํ อยํ วุจฺจติ ปมาโท ฯ

๙๕๕

อนาทริยะ ความไม่เอื้อเฟื้อ เป็นไฉน ความไม่เอื้อเฟื้อ สภาพที่ไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่เคารพ ความไม่เชื่อฟัง ความไม่ถือเอา กิริยาที่ไม่ถือเอา สภาพที่ไม่ถือเอา ความไม่มีศีล ความไม่ยำเกรง อันใด นี้เรียกว่า อนาทริยะ ความไม่เอื้อเฟื้อ โทวจัสสตา ความเป็นผู้ว่ายาก เป็นไฉน กิริยาที่เป็นผู้ว่ายาก ความเป็นผู้ว่ายาก สภาพที่เป็นผู้ว่ายาก ความยึดถือ ข้างขัดขืน ความพอใจทางโต้แย้ง ความไม่เอื้อเฟื้อ สภาพที่ไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่ เคารพ ความไม่เชื่อฟัง ในเมื่อถูกว่ากล่าวโดยสหธรรม นี้เรียกว่า โทวจัสสตา ความเป็นผู้ว่ายาก ปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว เป็นไฉน บุคคลเหล่าใด ไม่มีศรัทธา ทุศีล มีการศึกษาน้อย มีความตระหนี่ มีปัญญาทราม การเสพ การเสพเป็นนิตย์ การเสพด้วยดี การคบ การคบด้วยดี ความภักดี ความจงรักภักดีแก่บุคคลเหล่านั้น ความเป็นผู้โน้มน้าวไปตามบุคคล เหล่านั้น อันใด นี้เรียกว่าปาปมิตตตา ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว

ตตฺถ กตมํ อนาทริยํ ยํ อนาทริยํ อนาทรตา อคารวตา อปฺปฏิสฺสวตา อนาทา อนาทายนา อนาทายิตตฺตํ อสีลฺยํ อจิติกาโร อิทํ วุจฺจติ อนาทริยํ ฯ ตตฺถ กตมา โทวจสฺสตา สหธมฺมิเก วุจฺจมาเน โทวจสฺสายํ โทวจสฺสิยํ โทวจสฺสตา วิปฺปฏิกูลคาหิตา วิปจฺจนีกสาตตา อนาทริยํ อนาทรตา อคารวตา อปฺปฏิสฺสวตา อยํ วุจฺจติ โทวจสฺสตา ฯ ตตฺถ กตมา ปาปมิตฺตตา เย เต ปุคฺคลา อสฺสทฺธา ทุสฺสีลา อปฺปสฺสุตา มจฺฉริโน ทุปฺปญฺญา ยา เตสํ เสวนา นิเสวนา สํเสวนา ภชนา สมฺภชนา ภตฺติ สมฺภตฺติ ตํสมฺปวงฺกตา อยํ วุจฺจติ ปาปมิตฺตตา ฯ

๙๕๖

อัสสัทธิยะ ความไม่มีศรัทธา เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่มีปัญญา ไม่มีศรัทธา ไม่เชื่อพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ความไม่มีศรัทธา กิริยาที่ไม่เชื่อ กิริยาที่ไม่ปลงใจเชื่อ ความไม่เลื่อมใสยิ่ง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า อัสสัทธิยะ ความ ไม่มีศรัทธา อวทัญญุตา ความเป็นผู้ไม่รู้ถ้อยคำด้วยอำนาจความตระหนี่ อันกระด้าง เป็นไฉน มัจฉริยะ ความตระหนี่ ๕ คือ อาวาสมัจฉริยะ ความตระหนี่ที่อยู่ กุลมัจฉริยะ ความตระหนี่ตระกุล ลาภมัจฉริยะ ความตระหนี่ลาภ วัณณมัจฉริยะ ความตระหนี่วรรณะ ธัมมมัจฉริยะ ความตระหนี่ธรรม ความตระหนี่ กิริยาที่ ตระหนี่ สภาพที่ตระหนี่ ความหวงแหน ความเหนียวแน่น ความปกปิด ความ ไม่เอาใจใส่ อันใด ลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า อวทัญญุตา ความเป็นผู้ไม่รู้ ถ้อยคำด้วยอำนาจความตระหนี่อันกระด้าง โกสัชชะ ความเกียจคร้าน เป็นไฉน การปล่อยจิต ความเพิ่มพูนการปล่อยจิตไปในกายทุจริต วจีทุจริต มโน- *ทุจริต หรือในกามคุณ ๕ หรือความทำโดยความไม่เคารพ ความไม่ทำโดยติดต่อ ความไม่ทำให้มั่นคง ความประพฤติย่อหย่อน ความทอดทิ้งฉันทะ ความทอดทิ้งธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก ความไม่ตั้งมั่น ความไม่ประกอบเนืองๆ ความประมาท ในการเจริญกุศลธรรมทั้งหลาย นี้เรียกว่า โกสัชชะ ความเกียจคร้าน

ตตฺถ กตมํ อสฺสทฺธิยํ อิเธกจฺโจ อสฺสทฺโธ โหติ น สทฺทหติ พุทฺธํ วา ธมฺมํ วา สงฺฆํ วา ยํ เอวรูปํ อสฺสทฺธิยํ อสฺสทฺทหนา อโนกปฺปนา อนภิปฺปสาโท อิทํ วุจฺจติ อสฺสทฺธิยํ ฯ ตตฺถ กตมา อวทญฺญุตา ปญฺจ มจฺฉริยานิ อาวาสมจฺฉริยํ กุลมจฺฉริยํ ลาภมจฺฉริยํ วณฺณมจฺฉริยํ ธมฺมมจฺฉริยํ ยํ เอวรูปํ มจฺเฉรํ มจฺฉรายนา มจฺฉรายิตตฺตํ เววิจฺฉํ กทริยํ กฏุกญฺจุกตา อคฺคหิตตฺตํ จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ อวทญฺญุตา ฯ ตตฺถ กตมํ โกสชฺชํ กายทุจฺจริเต วา วจีทุจฺจริเต วา มโนทุจฺจริเต วา ปญฺจสุ วา กามคุเณสุ จิตฺตสฺส โวสฺสคฺโค โวสฺสคฺคานุปฺปทานํ กุสลานํ วา ธมฺมานํ ภาวนาย อสกฺกจฺจกิริยตา อสาตจฺจกิริยตา อนฏฺฐิตกิริยตา โอลีนวุตฺติตา นิกฺขิตฺตจฺฉนฺทตา นิกฺขิตฺตธุรตา อนาเสวนา อภาวนา อพหุลีกมฺมํ อนธิฏฺฐานํ อนนุโยโค ปมาโท อิทํ วุจฺจติ โกสชฺชํ ฯ

๙๕๗

อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน เป็นไฉน ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ความไม่สงบแห่งจิต ความกวัดแกว่งแห่งจิต ความ พล่านแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน อสังวร ความไม่สำรวม เป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว เป็นผู้ถือนิมิต เป็นผู้ถือ อนุพยัญชนะ บาปอกุศลธรรมทั้งหลาย คือ อภิชฌาและโทมนัส พึงครอบงำ บุคคลนั้น ผู้ไม่สำรวมจักขุนทรีย์อยู่ เพราะการไม่สำรวมจักขุนทรีย์ใดเป็นเหตุ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์นั้น ไม่รักษาจักขุนทรีย์นั้น ไม่สำเร็จการสำรวม ในจักขุนทรีย์นั้น ฟังเสียงด้วยโสตะแล้ว ฯลฯ สูดกลิ่นด้วยฆานะแล้ว ฯลฯ ลิ้มรส ด้วยชิวหาแล้ว ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ฯลฯ รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว เป็นผู้ถือนิมิต เป็นผู้ถืออนุพยัญชนะ บาปอกุศลธรรมทั้งหลาย คือ อภิชฌาและ โทมนัส พึงครอบงำบุคคลนั้น ผู้ไม่สำรวมมนินทรีย์อยู่ เพราะการไม่สำรวม มนินทรีย์ใดเป็นเหตุ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวมมนินทรีย์นั้น ไม่รักษามนินทรีย์นั้น ไม่สำเร็จการสำรวมในมนินทรีย์นั้น นี้เรียกว่า อสังวร ความไม่สำรวม ทุสสีลยะ ความเป็นผู้ทุศีล เป็นไฉน ความล่วงละเมิดทางกาย ความล่วงละเมิดทางวาจา ความล่วงละเมิดทั้ง ทางกายและวาจา นี้เรียกว่า ทุสสีลยะ ความเป็นผู้ทุศีล

ตตฺถ กตมํ อุทฺธจฺจํ ยํ จิตฺตสฺส อุทฺธจฺจํ อวูปสโม เจตโส วิกฺเขโป ภนฺตตฺตํ จิตฺตสฺส อิทํ วุจฺจติ อุทฺธจฺจํ ฯ ตตฺถ กตโม อสํวโร อิเธกจฺโจ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา นิมิตฺตคฺคาหี โหติ อนุพฺยญฺชนคฺคาหี ยตฺวาธิกรณเมนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย น ปฏิปชฺชติ น รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ จกฺขุนฺทฺริเย น สํวรํ อาปชฺชติ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯเปฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ฯเปฯ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา ฯเปฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา ฯเปฯ มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย นิมิตฺตคฺคาหี โหติ อนุพฺยญฺชนคฺคาหี ยตฺวาธิกรณเมนํ มนินฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย น ปฏิปชฺชติ น รกฺขติ มนินฺทฺริยํ มนินฺทฺริเย น สํวรํ อาปชฺชติ อยํ วุจฺจติ อสํวโร ฯ ตตฺถ กตมํ ทุสฺสีลฺยํ กายิโก วีติกฺกโม วาจสิโก วีติกฺกโม กายิกวาจสิโก วีติกฺกโม อิทํ วุจฺจติ ทุสฺสีลฺยํ ฯ

๙๕๘

อริยอทัสสนกัมยตา ความไม่อยากเห็นพระอริยะเจ้า เป็นไฉน บรรดาบทเหล่านั้น พระอริยะเจ้า เป็นไฉน พระพุทธเจ้าและพระสาวก ของพระพุทธเจ้า เรียกว่า พระอริยะเจ้า ความไม่ต้องการจะพบ ความไม่ต้องการ จะเห็น ความไม่ต้องการจะเข้าใกล้ ความไม่ต้องการจะสมาคมกับพระอริยะเจ้า เหล่านี้ อันใด นี้เรียกว่า อริยอทัสสนกัมยตา ความไม่อยากเห็นพระอริยะเจ้า สัทธัมมอโสตุกัมยตา ความไม่อยากฟังพระสัทธรรม เป็นไฉน บรรดาบทเหล่านั้น พระสัทธรรม เป็นไฉน สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้เรียกว่า พระสัทธรรม ความไม่ต้องการจะฟัง ความไม่ต้องการจะสดับ ความไม่ต้องการจะ เรียน ความไม่ต้องการจะทรงจำซึ่งพระสัทธรรมนี้ อันใด นี้เรียกว่า สัทธัมม- *อโสตุกัมยตา ความไม่อยากฟังพระสัทธรรม อุปารัมภจิตตตา ความเป็นผู้มีจิตคิดแข่งดี เป็นไฉน บรรดาบทเหล่านั้น ความคิดแข่งดี เป็นไฉน ความคิดแข่งดี ความคิด แข่งดีเนืองๆ กิริยาที่คิดแข่งดี กิริยาที่คิดแข่งดีเนืองๆ สภาพที่คิดแข่งดีเนืองๆ ความดูถูก ความดูหมิ่น ความดูแคลน ความคอยแสวงหาโทษ อันใด นี้เรียกว่า อุปารัมภจิตตตา ความเป็นผู้มีจิตคิดแข่งดี

ตตฺถ กตมา อริยานํ อทสฺสนกมฺยตา ตตฺถ กตเม อริยา อริยา วุจฺจนฺติ พุทฺธา จ พุทฺธสาวกา จ ยา อิเมสํ อริยานํ อทสฺสนกมฺยตา อทฏฺฐุกมฺยตา อสเมตุกมฺยตา อสมาคนฺตุกมฺยตา อยํ วุจฺจติ อริยานํ อทสฺสนกมฺยตา ฯ ตตฺถ กตมา สทฺธมฺมํ อโสตุกมฺยตา ตตฺถ กตโม สทฺธมฺโม จตฺตาโร สติปฏฺฐานา จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ปญฺจินฺทฺริยานิ ปญฺจ พลานิ สตฺต โพชฺฌงฺคา อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค อยํ วุจฺจติ สทฺธมฺโม ยา อิมสฺส สทฺธมฺมสฺส อโสตุกมฺยตา อสฺสวนกมฺยตา อนุคฺคเหตุกมฺยตา อธาเรตุกมฺยตา อยํ วุจฺจติ สทฺธมฺมํ อโสตุกมฺยตา ฯ ตตฺถ กตมา อุปารมฺภจิตฺตตา ตตฺถ กตโม อุปารมฺโภ โย อุปารมฺโภ อนูปารมฺโภ อุปารมฺภนา อนูปารมฺภนา อนูปารมฺภิตตฺตํ อุญฺญา อวญฺญา ปริภโว รนฺธคเวสิตา อยํ วุจฺจติ อุปารมฺภจิตฺตตา ฯ

๙๕๙

มุฏฐสัจจะ ความเป็นผู้ไม่มีสติ เป็นไฉน ความระลึกไม่ได้ ความตามระลึกไม่ได้ ความหวนระลึกไม่ได้ ความ ระลึกไม่ได้ สภาพที่ระลึกไม่ได้ ความทรงจำไม่ได้ ความเลื่อนลอย ความหลงลืม อันใด นี้เรียกว่า มุฏฐสัจจะ ความเป็นผู้ไม่มีสติ อสัมปชัญญะ ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ เป็นไฉน ความไม่รู้ ความไม่เห็น ฯลฯ ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือ โมหะ อันใด นี้เรียกว่า อสัมปชัญญะ ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ เจตโสวิกเขปะ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต เป็นไฉน ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ความไม่สงบแห่งจิต ความกวัดแกว่งแห่งจิต ความ พล่านแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า เจตโสวิกเขปะ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต

ตตฺถ กตมํ มุฏฺฐสจฺจํ ยา อสฺสติ อนุสฺสติ อปฺปฏิสฺสติ อสฺสติ อสรณตา อธารณตา ปิลาปนตา สมฺมุสนตา อิทํ วุจฺจติ มุฏฺฐสจฺจํ ฯ ตตฺถ กตมํ อสมฺปชญฺญํ ยํ อญฺญาณํ อทสฺสนํ ฯเปฯ อวิชฺชาลงฺคี โมโห อกุสลมูลํ อิทํ วุจฺจติ อสมฺปชญฺญํ ฯ ตตฺถ กตโม เจตโส วิกฺเขโป ยํ จิตฺตสฺส อุทฺธจฺจํ อวูปสโม เจตโส วิกฺเขโป ภนฺตตฺตํ จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ เจตโส วิกฺเขโป ฯ

๙๖๐

อโยนิโสมนสิการ ความทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย เป็นไฉน ความทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายในสิ่งที่ไม่เที่ยง ว่าเที่ยง ความทำไว้ในใจ โดยไม่แยบคาย ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ว่าเป็นสุข ความทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย ในสิ่งที่ไม่ใช่อัตตาตัวตนว่าเป็นอัตตาตัวตน ความทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย ใน สิ่งที่ไม่งาม ว่างาม หรือความนึก ความนึกเนืองๆ ความคิด ความพิจารณา ความทำไว้ในใจ แห่งจิต โดยผิดจากความจริง นี้เรียกว่า อโยนิโสมนสิการ ความทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย กุมมัคคเสวนา การเสพทางชั่ว เป็นไฉน บรรดาบทเหล่านั้น ทางชั่ว เป็นไฉน มิจฉาทิฏฐิ มิจฉาสังกัปปะ มิจฉาวาจา มิจฉากัมมันตะ มิจฉาอาชีวะ มิจฉาวายามะ มิจฉาสติ มิจฉาสมาธิ นี้เรียกว่า ทางชั่ว การเสพ การเสพเป็นนิตย์ การเสพด้วยดี การคบ การคบด้วยดี การชอบใจ ความชอบใจ ซึ่งทางชั่วนี้ ความเป็นผู้โน้มน้าวไปตามทางชั่วนี้ อันใด นี้เรียกว่า กุมมัคคเสวนา การเสพทางชั่ว เจตโสลีนัตตะ ความย่อหย่อนแห่งจิต เป็นไฉน ความไม่สมประกอบแห่งจิต ความไม่ควรแก่การงานแห่งจิต ความท้อแท้ ความถดถอย ความย่อหย่อน กิริยาที่ย่อหย่อน สภาพที่ย่อหย่อน ความซบเซา กิริยาที่ซบเซา สภาพที่ซบเซาแห่งจิต อันใด นี้เรียกว่า เจตโสลีนัตตะ ความ ย่อหย่อนแห่งจิต

ตตฺถ กตโม อโยนิโส มนสิกาโร อนิจฺเจ นิจฺจนฺติ อโยนิโส มนสิกาโร ทุกฺเข สุขนฺติ อโยนิโส มนสิกาโร อนตฺตนิ อตฺตาติ อโยนิโส มนสิกาโร อสุเภ สุภนฺติ อโยนิโส มนสิกาโร สจฺจวิปฺปฏิกูเลน วา จิตฺตสฺส อาวชฺชนา อนาวชฺชนา อาโภโค สมนฺนาหาโร มนสิกาโร อยํ วุจฺจติ อโยนิโส มนสิกาโร ฯ ตตฺถ กตมา กุมฺมคฺคเสวนา ตตฺถ กตโม กุมฺมคฺโค มิจฺฉาทิฏฺฐิ มิจฺฉาสงฺกปฺโป มิจฺฉาวาจา มิจฺฉากมฺมนฺโต มิจฺฉาอาชีโว มิจฺฉาวายาโม มิจฺฉาสติ มิจฺฉาสมาธิ อยํ วุจฺจติ กุมฺมคฺโค ยา อิมสฺส กุมฺมคฺคสฺส เสวนา นิเสวนา สํเสวนา ภชนา สมฺภชนา ภตฺติ สมฺภตฺติ ตํสมฺปวงฺกตา อยํ วุจฺจติ กุมฺมคฺคเสวนา ฯ ตตฺถ กตมํ เจตโส ลีนตฺตํ ยา จิตฺตสฺส อกลฺยตา อกมฺมญฺญตา โอลียนา สลฺลียนา ลีนํ ลียนา ลียิตตฺตํ ถีนํ ถียนา ถียิตตฺตํ จิตฺตสฺส อิทํ วุจฺจติ เจตโส ลีนตฺตํ ฯ ติกํ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

ติกนิเทศ