ภิกษุไม่หมดจดจากอาบัติเดิม ๙ หมวด
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ ภิกษุไม่หมดจดจากอาบัติเดิม ๙ หมวด หมวดที่ ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกัน บ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอ ขอสโมธานปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติ เหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง มีประมาณ ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติในระหว่างกะ สงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นยังไม่หมดจดจากอาบัติ เหล่านั้น ฯ หมวดที่ ๒
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสาอาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ เอกนามมฺปิ นานานามมฺปิ สภาคมฺปิ วิสภาคมฺปิ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโย อปฺปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ อธมฺเมน มานตฺตํ เทติ อธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อวิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกัน บ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง มีประมาณ ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง กะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นยังไม่หมดจดจากอาบัติ เหล่านั้น ฯ หมวดที่ ๓
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ เอกนามมฺปิ นานานามมฺปิ สภาคมฺปิ วิสภาคมฺปิ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ฯ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ อธมฺเมน มานตฺตํ เทติ อธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อวิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกัน บ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง มีประมาณ ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง จึงขอการชักเข้าหาอาบัติ เดิมเพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้น ยังไม่หมดจดจากอาบัติเหล่านั้น ฯ หมวดที่ ๔
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ เอกนามมฺปิ นานานามมฺปิ สภาคมฺปิ วิสภาคมฺปิ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ อธมฺเมน มานตฺตํ เทติ อธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อวิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกัน บ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง ไม่มีประมาณ ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติ ในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรม อันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัต โดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นยังไม่หมด จดจากอาบัติเหล่านั้น ฯ หมวดที่ ๕
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ เอกนามมฺปิ นานานามมฺปิ สภาคมฺปิ วิสภาคมฺปิ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ อปริมาณาโย อปฺปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ อธมฺเมน มานตฺตํ เทติ อธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อวิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกัน บ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง ไม่มีประมาณ ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติใน ระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรม อันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัต โดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นยังไม่หมด จดจากอาบัติเหล่านั้น ฯ หมวดที่ ๖
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ เอกนามมฺปิ นานานามมฺปิ สภาคมฺปิ วิสภาคมฺปิ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ อปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ อธมฺเมน มานตฺตํ เทติ อธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อวิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกัน บ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง ไม่มีประมาณ ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง จึงขอการชักเข้าหา อาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติใน ระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาส โดยธรรม ให้มานัตโดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นยังไม่หมดจดจากอาบัติเหล่านั้น ฯ หมวดที่ ๗
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ เอกนามมฺปิ นานานามมฺปิ สภาคมฺปิ วิสภาคมฺปิ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ อปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ อธมเมน มานตฺตํ เทติ อธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อวิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อ ต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอ ขอสโมธานปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติ เหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง มี ประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่อ อาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วย กรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้ มานัตโดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นยัง ไม่หมดจดจากอาบัติเหล่านั้น ฯ หมวดที่ ๘
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ เอกนามมฺปิ นานานามมฺปิ สภาคมฺปิ วิสภาคมฺปิ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโยปิ อปริมาณาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ อธมฺเมน มานตฺตํ เทติ อธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อวิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกัน บ้าง เธอขอสโมธานปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติ เดิมเพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้น ยังไม่หมดจดจากอาบัติเหล่านั้น ฯ หมวดที่ ๙
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ เอกนามมฺปิ นานานามมฺปิ สภาคมฺปิ วิสภาคมฺปิ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโยปิ อปริมาณาโยปิ ปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ อธมฺเมน มานตฺตํ เทติ อธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อวิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกัน บ้าง เธอขอสโมธานปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง จึง ขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธาน ปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยไม่เป็นธรรม อัพภานโดยไม่เป็นธรรม ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุนั้นยังไม่หมดจดจากอาบัติเหล่านั้น ฯ ภิกษุไม่หมดจดจากอาบัติเดิม ๙ หมวด จบ ----------------------------------------------------- ภิกษุหมดจดจากอาบัติเดิม ๙ หมวด หมวดที่ ๑
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ เอกนามมฺปิ นานานามมฺปิ สภาคมฺปิ วิสภาคมฺปิ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโยปิ อปริมาณาโยปิ ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ อธมฺเมน มานตฺตํ เทติ อธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ อวิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ มูลาย อวิสุทฺธินวกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกัน บ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอ ขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติ เหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง มี ประมาณ ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างกะ สงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยธรรม อัพภาน โดยธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นหมดจดแล้วจากอาบัติเหล่านั้น หมวดที่ ๒ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกัน มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอขอ สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติเหล่า นั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง มี ประมาณ ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่ กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยธรรม อัพภาน โดยธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นหมดจดแล้วจากอาบัติเหล่านั้น หมวดที่ ๓ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกัน บ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอ ขอสโมธานปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติ เหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง มีประมาณ ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่อ อาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วย กรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้ มานัตโดยธรรม อัพภานโดยธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นหมดจดแล้วจาก อาบัติเหล่านั้น ฯ หมวดที่ ๔
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ ฯเปฯ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโย อปฺปฏิจฺฉนฺนาโย ฯเปฯ ปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโย ฯเปฯ ปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ ธมฺเมน มานตฺตํ เทติ ธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติ สังฆาทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกัน บ้าง เธอขอสโมธานปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง ไม่มีประมาณ ไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติ ในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรม อันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัต โดยธรรม อัพภานโดยธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นหมดจดแล้วจากอาบัติ เหล่านั้น หมวดที่ ๕ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอขอ สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาสเพื่ออาบัติ เหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ไม่มีประมาณ ปิดบังไว้ เธอขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง กะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็น ธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยธรรม อัพภานโดยธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นหมดจดแล้วจากอาบัติเหล่านั้น หมวดที่ ๖ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกัน มีชื่อต่าง กันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาสเพื่อ อาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวในระหว่าง ไม่มีประมาณ ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยธรรม อัพภานโดยธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นหมดจดแล้ว จากอาบัติเหล่านั้น ฯ หมวดที่ ๗
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ ฯเปฯ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ อปริมาณาโย อปฺปฏิจฺฉนฺนาโย ฯเปฯ อปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโย ฯเปฯ อปริมาณาโย ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ ธมฺเมน มานตฺตํ เทติ ธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆา- *ทิเสสหลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อ ต่างกันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ในระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้า หาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่อ อาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธาน ปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยธรรม อัพภานโดยธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นหมดจดแล้วจากอาบัติเหล่านั้น หมวดที่ ๘ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่าง กันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอ ขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่อ อาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยธรรม อัพภานโดยธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นหมดจดแล้ว จากอาบัติเหล่านั้น หมวดที่ ๙ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัว มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง มีชื่ออย่างเดียวกันบ้าง มีชื่อต่าง กันบ้าง เป็นสภาคกันบ้าง ไม่เป็นสภาคกันบ้าง กำหนดได้บ้าง เจือกันบ้าง เธอขอสโมธานปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สโมธานปริวาส เพื่อ อาบัติเหล่านั้นแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน ระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่างกะสงฆ์ สงฆ์ชักเธอเข้าหา อาบัติเดิม เพื่ออาบัติในระหว่าง ด้วยกรรมอันเป็นธรรม ไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ ให้สโมธานปริวาสโดยธรรม ให้มานัตโดยธรรม อัพภานโดยธรรม ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุนั้นหมดจดแล้วจากอาบัติเหล่านั้น ฯ ภิกษุหมดจดจากอาบัติเดิม ๙ หมวด จบ -----------------------------------------------------
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณมฺปิ อปริมาณมฺปิ ฯเปฯ ววตฺถิตมฺปิ สมฺภินฺนมฺปิ ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ สโมธานปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อนฺตรา สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริมาณาโยปิ อปริมาณาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโย ฯเปฯ ปริมาณาโยปิ อปริมาณาโยปิ ปฏิจฺฉนฺนาโย ฯเปฯ ปริมาณาโยปิ อปริมาณาโยปิ ปฏิจฺฉนฺนาโยปิ อปฺปฏิจฺฉนฺนาโยปิ ฯ โส สงฺฆํ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสนํ ยาจติ ฯ ตํ สงฺโฆ อนฺตรา อาปตฺตีนํ มูลาย ปฏิกสฺสติ ธมฺมิเกน กมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน ธมฺเมน สโมธานปริวาสํ เทติ ธมฺเมน มานตฺตํ เทติ ธมฺเมน อพฺเภติ ฯ โส ภิกฺขเว ภิกฺขุ วิสุทฺโธ ตาหิ อาปตฺตีหิ ฯ มูลาย วิสุทฺธินวกํ นิฏฺฐิตํ ฯ