คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

เรื่องที่จงกรมและเรือนไฟ

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๗๘–๘๙พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒12 ข้อ2 ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ เรื่องที่จงกรมและเรือนไฟ

๗๘

สมัยนั้น ทายกทายิกาในพระนครเวสาลีเริ่มจัดปรุงอาหารประณีต ขึ้นตามลำดับ ภิกษุทั้งหลายฉันอาหารอันประณีตแล้ว มีร่างกายอันโทษสั่งสม มีอาพาธมาก ครั้งนั้น หมอชีวกโกมารภัจได้ไปสู่เมืองเวสาลีด้วยกิจจำเป็นบางอย่าง ได้เห็นภิกษุทั้งหลาย มีร่างกายอันโทษสั่งสม มีอาพาธมาก ครั้นแล้วเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ได้กราบทูลพระผู้มี พระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า บัดนี้ ภิกษุทั้งหลายมีร่างกายอันโทษสั่งสม มีอาพาธ มาก ข้าพระพุทธเจ้าขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาค ได้โปรดทรง อนุญาตที่จงกรมและเรือนไฟแก่ภิกษุทั้งหลายเถิด พระพุทธเจ้าข้า เมื่อเป็นเช่นนี้ ภิกษุทั้งหลายจักมีอาพาธน้อย ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้หมอชีวกโกมารภัจเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา จึงหมอชีวกโกมารภัจลุกจากที่นั่ง ถวายบังคม พระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณกลับไป ฯ พุทธานุญาตที่จงกรมและเรือนไฟ

เตน โข ปน สมเยน เวสาลิยํ ปณีตานํ ภตฺตานํ ภตฺตปฏิปาฏิ อฏฺฐิตา โหติ ฯ ภิกฺขู ปณีตานิ โภชนานิ ภุญฺชิตฺวา อภิสนฺนกายา โหนฺติ พหฺวาพาธา ฯ อถโข ชีวโก โกมารภจฺโจ เวสาลึ อคมาสิ เกนจิเทว กรณีเยน ฯ อทฺทสา โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ภิกฺขู อภิสนฺนกาเย พหฺวาพาเธ ทิสฺวาน เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข ชีวโก โกมารภจฺโจ ภควนฺตํ เอตทโวจ เอตรหิ ภนฺเต ภิกฺขู อภิสนฺนกายา พหฺวาพาธา สาธุ ภนฺเต ภควา ภิกฺขูนํ จงฺกมญฺจ ชนฺตาฆรญฺจ อนุชานาตุ เอวํ ภิกฺขู อปฺปาพาธา ภวิสฺสนฺตีติ ฯ อถโข ภควา ชีวกํ โกมารภจฺจํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ ฯ อถโข ชีวโก โกมารภจฺโจ ภควตา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิโต สมาทปิโต สมุตฺเตชิโต สมฺปหํสิโต อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ

๗๙

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูล นั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตที่จงกรมและเรือนไฟ ฯ

อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ อนุชานามิ ภิกฺขเว จงฺกมญฺจ ชนฺตาฆรญฺจาติ ฯ

๘๐

สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายจงกรมในที่ขรุขระ เท้าเจ็บ จึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำที่จงกรม ให้เรียบ ฯ

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู วิสเม จงฺกเม จงฺกมนฺติ ฯ ปาทา ทุกฺขา โหนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว สมํ กาตุนฺติ ฯ

๘๑

สมัยต่อมา ที่จงกรมมีพื้นที่ต่ำ น้ำท่วม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำที่จงกรมให้สูง ที่ถมพังลง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ให้ก่อมูลดินที่ถม ๓ ชนิด คือ ก่อด้วยอิฐ ๑ ก่อด้วยหิน ๑ ก่อด้วยไม้ ๑ ภิกษุ ทั้งหลายขึ้นลงลำบาก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบันได ๓ ชนิด คือ บันไดอิฐ ๑ บันไดหิน ๑ บันไดไม้ ๑ ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงพลัดตก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราวสำหรับยึด ฯ

เตน โข ปน สมเยน จงฺกโม นีจวตฺถุโก โหติ ฯ อุทเกน โอตฺถริยติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุจฺจวตฺถุกํ กาตุนฺติ ฯ จโย ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จินิตุํ ตโย จเย อิฏฺฐกาจยํ สิลาจยํ ทารุจยนฺติ ฯ อาโรหนฺตา วิหญฺญนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ตโย โสปาเณ อิฏฺฐกาโสปาณํ สิลาโสปาณํ ทารุโสปาณนฺติ ฯ อาโรหนฺตา ปริปตนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาลมฺพนพาหนฺติ ฯ

๘๒

สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายจงกรมอยู่ในที่จงกรม พลัดตกลงมา ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตรั้วรอบที่จงกรม ฯ

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู จงฺกเม จงฺกมนฺตา ปริปตนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จงฺกมนเวทิกนฺติ ฯ

๘๓

สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายจงกรมอยู่กลางแจ้ง ลำบาก ด้วย หนาวบ้าง ร้อนบ้าง ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตโรงจงกรม ผงหญ้าที่มุงหล่นเกลื่อนในโรงจงกรม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อลงแล้วฉาบด้วยดินทั้งข้างนอกข้างใน ทำให้มีสีขาว สีดำ สีเหลือง จำหลักเป็นพวงดอกไม้ เครือไม้ ฟันมังกร ดอกจอกห้ากลีบ ราวจีวร สายระเดียงจีวร ฯ

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อชฺโฌกาเส จงฺกมนฺตา สีเตนปิ อุเณฺหนปิ กิลมนฺติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จงฺกมนสาลนฺติ ฯ จงฺกมนสาลายํ ติณจุณฺณํ ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอคุมฺเพตฺวา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กาตุํ เสตวณฺณํ กาฬวณฺณํ เครุกปริกมฺมํ มาลากมฺมํ ลตากมฺมํ มกรทนฺตกํ ปญฺจปฏฺฐิกํ จีวรวํสํ จีวรรชฺชุนฺติ ฯ

๘๔

สมัยนั้น เรือนไฟมีพื้นต่ำไป น้ำท่วมได้ ... ตรัสว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถมพื้นให้สูง พื้นที่ถมพังลงมา ... ตรัสว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ก่อมูลดินที่ถม ๓ ชนิด คือ ก่อด้วยอิฐ ๑ ก่อด้วย หิน ๑ ก่อด้วยไม้ ๑ ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงลำบาก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบันได ๓ ชนิด คือ บันไดอิฐ ๑ บันไดหิน ๑ บันไดไม้ ๑ ภิกษุ ทั้งหลายขึ้นลงพลัดตกลงมา ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราว สำหรับยึด เรือนไฟไม่มีบานประตู ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต บานประตู กรอบเช็ดหน้า ครกรองเดือยประตู ห่วงข้างบน สายยู ไม้หัวลิง กลอน ลิ่ม ช่องดาน ช่องสำหรับชักเชือก เชือกสำหรับชัก เชิงฝาเรือนไฟ ชำรุด ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้ง หลาย เราอนุญาตให้ก่อให้ต่ำ เรือนไฟไม่มีปล่องควัน ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตปล่องควัน ฯ

เตน โข ปน สมเยน ชนฺตาฆรํ นีจวตฺถุกํ โหติ ฯ อุทเกน โอตฺถริยติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุจฺจวตฺถุกํ กาตุนฺติ ฯ จโย ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จินิตุํ ตโย จเย อิฏฺฐกาจยํ สิลาจยํ ทารุจยนฺติ ฯ อาโรหนฺตา วิหญฺญนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ตโย โสปาเณ อิฏฺฐกาโสปาณํ สิลาโสปาณํ ทารุ- โสปาณนฺติ ฯ อาโรหนฺตา ปริปตนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาลมฺพนพาหนฺติ ฯ ชนฺตาฆรสฺส กวาฏํ น โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว กวาฏํ ปิฏฺฐสงฺฆาฏํ อุทุกฺขลิกํ อุตฺตรปาสกํ อคฺคฬวฏฺฏึ กปิสีสกํ สูจิกํ ฆฏิกํ ตาลจฺฉิทฺทํ อาวิญฺฉนจฺฉิทฺทํ อาวิญฺฉนรชฺชุนฺติ ฯ ชนฺตาฆรสฺส กุฑฺฑปาโท ชีรติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว มณฺฑลิกํ กาตุนฺติ ฯ ชนฺตาฆรสฺส ธูมเนตฺตํ น โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ธูมเนตฺตนฺติ ฯ

๘๕

สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายทำที่ตั้งเตาไฟไว้กลางเรือนไฟขนาดเล็ก ไม่มีอุปจาร ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำที่ตั้งเตาไฟไว้ส่วน ข้างหนึ่ง เฉพาะเรือนไฟขนาดเล็ก เรือนไฟขนาดกว้าง ตั้งไว้ตรงกลางได้ ไฟ ในเรือนไฟลวกหน้า ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตดินสำหรับทาหน้า ภิกษุทั้งหลายละลายดินด้วยมือ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราง สำหรับละลายดิน ดินมีกลิ่นเหม็น ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ อบกลิ่น ฯ

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ขุทฺทเก ชนฺตาฆเร มชฺเฌ อคฺคิฏฺฐานํ กโรนฺติ ฯ อุปจาโร น โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ขุทฺทเก ชนฺตาฆเร เอกมนฺตํ อคฺคิฏฺฐานํ กาตุํ มหลฺลเก มชฺเฌติ ฯ ชนฺตาฆเร อคฺคิ มุขํ ฑหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว มุขมตฺติกนฺติ ฯ หตฺเถน มตฺติกํ เตเมนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว มตฺติกาโทณิกนฺติ ฯ มตฺติกา ทุคฺคนฺธา โหนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว วาเสตุนฺติ ฯ

๘๖

สมัยต่อมา ไฟในเรือนไฟลนกาย ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ตักน้ำมาไว้มากๆ ภิกษุทั้งหลายใช้ถาดบ้าง บาตรบ้าง ตักน้ำ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตที่ขังน้ำ ขันตักน้ำ เรือนไฟที่มุงด้วยหญ้า ไหม้เกรียม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อลงฉาบดินทั้งข้างบน ข้างล่าง เรือนไฟเป็นตม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ปูเครื่อง ลาด ๓ อย่าง คือเครื่องลาดอิฐ ๑ เครื่องลาดหิน ๑ เครื่องลาดไม้ ๑ เรือนไฟ ก็ยังเป็นตมอยู่นั้นเอง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ชำระล้าง น้ำขัง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตท่อระบายน้ำ ฯ

เตน โข ปน สมเยน ชนฺตาฆเร อคฺคิ กายํ ฑหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุทกํ อติหริตุนฺติ ฯ ปาฏิยาปิ ปตฺเตนปิ อุทกํ อติหรนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุทกนิธานํ อุทกสราวกนฺติ ฯ ชนฺตาฆรํ ติณจฺฉทนํ น เสเทติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอคุมฺเพตฺวา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กาตุนฺติ ฯ ชนฺตาฆรํ จิกฺขลฺลํ โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว สนฺถริตุํ ตโย สนฺถาเร อิฏฺฐกาสนฺถารํ สิลาสนฺถารํ ทารุสนฺถารนฺติ ฯ จิกฺขลฺลํเยว โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โธวิตุนฺติ ฯ อุทกํ สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุทกนิทฺธมนนฺติ ฯ

๘๗

สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายนั่งบนพื้นดินในเรือนไฟ เนื้อตัวคัน ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตตั่งในเรือนไฟ ฯ

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ชนฺตาฆเร ฉมายํ นิสีทนฺติ คตฺตานิ กณฺฑวนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ชนฺตาฆรปีฐนฺติ ฯ

๘๘

สมัยต่อมา เรือนไฟยังไม่มีเครื่องล้อม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตให้ล้อมรั้ว ๓ อย่าง คือ รั้วอิฐ ๑ รั้วหิน ๑ รั้วไม้ ๑ ซุ้มไม่มี ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตซุ้ม ซุ้มต่ำไป น้ำท่วมได้ ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำพื้นที่ให้สูง พื้นที่ก่อพัง ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ก่อมูลดิน ๓ อย่าง คือ ก่อด้วยอิฐ ๑ ก่อด้วย หิน ๑ ก่อด้วยไม้ ๑ ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงลำบาก ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบันได ๓ อย่าง คือ บันไดอิฐ ๑ บันไดหิน ๑ บันไดไม้ ๑ ภิกษุ ทั้งหลายขึ้นลงพลัดตกลงมา ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราวสำหรับ ยึด ซุ้มยังไม่มีประตู ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบานประตู กรอบเช็ดหน้า ครกรองรับเดือยบานประตู ห่วงข้างบน สายยู ไม้หัวลิง กลอน ลิ่ม ช่องดาล ช่องเชือกชัก เชือกชัก ฯ

เตน โข ปน สมเยน ชนฺตาฆรํ อปริกฺขิตฺตํ โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปริกฺขิปิตุํ ตโย ปากาเร อิฏฺฐกาปาการํ สิลาปาการํ ทารุปาการนฺติ ฯ โกฏฺฐโก น โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โกฏฺฐกนฺติ ฯ โกฏฺฐโก นีจวตฺถุโก โหติ ฯ อุทเกน โอตฺถริยติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุจฺจวตฺถุกํ กาตุนฺติ ฯ จโย ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว จินิตุํ ตโย จเย อิฏฺฐกาจยํ สิลาจยํ ทารุจยนฺติ ฯ อาโรหนฺตา วิหญฺญนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ตโย โสปาเณ อิฏฺฐกาโสปาณํ สิลาโสปาณํ ทารุโสปาณนฺติ ฯ อาโรหนฺตา ปริปตนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาลมฺพนพาหนฺติ ฯ โกฏฺฐกสฺส กวาฏํ น โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว กวาฏํ ปิฏฺฐสงฺฆาฏํ อุทุกฺขลิกํ อุตฺตรปาสกํ อคฺคฬวฏฺฏึ กปิสีสกํ สูจิกํ ฆฏิกํ ตาลจฺฉิทฺทํ อาวิญฺฉนจฺฉิทฺทํ อาวิญฺฉนรชฺชุนฺติ ฯ

๘๙

สมัยต่อมา ผงหญ้าหล่นเกลื่อนซุ้ม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อลงฉาบดินทั้งข้างบนข้างล่าง ทำให้มีสีขาว สีดำ สีเหลือง จำหลักเป็นพวงดอกไม้ เครือไม้ ฟันมังกร ดอกจอกห้ากลีบ บริเวณเป็นตม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้โรยกรวดแร่ กรวดแร่ยังไม่เต็ม ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้วางศิลาเรียบ น้ำขัง ... ตรัสว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตท่อระบายน้ำ ฯ

เตน โข ปน สมเยน โกฏฺฐเก ติณจุณฺณํ ปริปตติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว โอคุมฺเพตฺวา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กาตุํ เสตวณฺณํ กาฬวณฺณํ เครุกปริกมฺมํ มาลากมฺมํ ลตากมฺมํ มกรทนฺตกํ ปญฺจปฏฺฐิกนฺติ ฯ ปริเวณํ จิกฺขลฺลํ โหติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว มรุมฺพํ อุปกิริตุนฺติ ฯ น ปริยาปุณนฺติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ปทรสิลํ นิกฺขิปิตุนฺติ ฯ อุทกํ สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อุทกนิทฺธมนนฺติ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย