พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483
What edition is this?
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
Contents of this text
Preamble
พระราชบัญญัติ ล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔สิงหาคมพุทธศักราช๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธิ ตราไว้ ณวันที่ ๓๐ธันวาคมพุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นปีที่ ๗ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลักษณะล้มละลาย เสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้ จึ มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้
Sections in this chapter
Show as list- หมวด ๘ บทบัญญัติเบ็ดเสร็จ
- ส่วนที่ ๑ เงินค้างจ่าย1 sections
- Section ๑๗๖
เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แบ่งทรัพย์สินครั้งที่สุดแล้ว ถ้ามีเงิน ค้างจ่ายซึ่งไม่มีผู้ใดมารับภายในกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่ศาลสั่งปิดคดี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต้องโฆษณาในหนังสือพิ พ์รายวันไม่น้อยกว่าหนึ่งฉบับให้เจ้าหนี้มารับภายในกำหนดเวลาสองเดือน ถ้าไม่มารับภายในกำหนด ให้เงินนี้ตกเป็นของแผ่นดิน
- ส่วนที่ ๒ การล้มละลายเกี่ยวกับต่างประเทศ2 sections
- Section ๑๗๗
การพิทัษ์ทรัพย์หรือการล้ ละลายตามพระราชบัญญัตินี้ีผล เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตลอดและเฉพาะแต่ในราชอาณาจักร การพิทักษ์ทรัพย์หรือการล้ ละลายตามกฎหมายของประเทศอื่น ไม่ีผลเกี่ยวกับ ทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร มาตรา ๑๗๔แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- Section ๑๗๘
เจ้าหนี้ต่างประเทศซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรจะขอรับชำระหนี้ ในคดีล้มละลายได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องพิสูจน์ว่า เจ้าหนี้ในประเทศไทยก็มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตาม กฎหมายและในศาลแห่งประเทศของตนได้ ในทำนองเดียวกั (๒) ต้องแถลงว่า ตนได้รับหรือมีสิทธิจะได้รับทรัพย์สินหรือส่วนแบ่งจากทรัพย์สิน ของลูกหนี้คนเดียวกันนั้นนอกราชอาณาจักรเป็นจำนวนเท่าใดหรือไม่ และถ้ามี ตนยอมส่งทรัพย์สิน หรือส่วนแบ่งจากทรัพย์สินของลูกหนี้ดังกล่าวแล้วมารวมในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ในราชอาณาจักร
- ส่วนที่ ๓ ค่าธรรมเนียม3 sections
- Section ๑๗๙
ค่าธรรมเนียมในคดีล้มละลายให้คิดตามอัตรา ดังต่อไปนี้ (๑) ค่าขึ้นศาลสำหรับคำฟ้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลาย ห้าร้อยบาท (๒) ค่ายื่ คำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายสองร้อยบาท เว้นแต่เป็นคำขอของ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าหนี้ที่ขอรับชำระหนี้ไม่เกินห้าหมื่นบาท (๓) ค่าขึ้นศาลในกรณีที่มีการอุทธรณ์เรื่องขอรับชำระหนี้ สองร้อยบาท (๔) ค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินให้คิดในอัตราร้อยละสามของเงินสุทธิที่ รวบรวมได้ สำหรับทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายให้คิดในอัตราร้อยละสองของราคาทรัพย์สินนั้น แต่ถ้ามีการประนอมหนี้ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละสามของจำนวนเงินที่ประนอมหนี้ ทั้งนี้ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า ค่าธรรมเนียมนอกจากนี้ ให้ิดอัตราเดียวกับค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความแพ่ง
- Section ๑๘๐
ถ้ามีเงินเหลือพอ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จ่ายค่าป่วยการและค่า พาหนะเดินทางของพยานหรือบุคคลที่ถูกเรียกมาสอบสวนโดยอนุโลมตามอัตราที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
- Section ๑๘๑
แบบพิมพ์ซึ่ งลูกหนี้จำต้องยื่ นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้ยกเว้นอากรแสตมป์ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี มาตรา ๑๗๙แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒)พ.ศ. ๒๕๑๑๑๓๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๒ บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้บังคับ ตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลายซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๓ ให้ัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากค่าของเงิ ในปัจจุบัแตกต่างไปจากเมื่อสมัยก่อนเป็นอันมาก จึงควรแก้ไขกำหนดจำนวนหนี้ที่จะฟ้องคดีล้มละลายให้สูงขึ้น กับแก้ไขจำนวนเงิ วางศาลและค่าธรรมเนียมบางอย่างให้เหมาะสมและโดยที่บทบัญญัติเกี่ยวกับการ ขอเพิกถอนการกระทำของลูกหนี้เกี่ยวกับทรัพย์สินยังไม่รัดกุม จึงสมควรแก้ไขด้วย พระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๒๖๑๓๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๕ บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิท ษ์ทรัพย์ ให้บังคับ ตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลาย ซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ใน ปัจจุบันได้กำหนดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่เจ้าหนี้มีสิทธิจะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้จะต้องเป็นหนี้อยู่ไม่ น้อยกว่าสามหมื่นบาทและเนื่องจากในปัจจุบันค่าของเงินบาทตกต่ ลงมากสมควรกำหนดจำนวนเงิ ที่เจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้เสียใหม่ โดยจะฟ้องได้ต่อเมื่อลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ นเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นบาทหรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคล เป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าห้าแสนบาท จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๕/ตอนที่๒๘/หน้า๑๙๑/๒เมษายน๒๕๑๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๐๐/ตอนที่ ๓๗/ฉบับพิเศษหน้า ๑/๑๖มีนาคม๒๕๒๖ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๔๑๑๓๘ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากบทบัญญัติบางมาตราของ พระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อลูกหนี้ที่เป็นนิติบุคคลประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราว อันควรได้รับความ ช่วยเหลือทางการเงินจากผู้ประสงค์จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้มีโอกาส ได้ฟื้นฟูกิจการ แต่เนื่องจากมาตรา ๙๔(๒) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ บัญญัติให้เจ้าหนี้ที่ยอมให้ลูกหนี้ก่อหนี้ขึ้นโดยรู้อยู่แล้วว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่มีสิทธิขอรับชำระ หนี้ในคดีล้มละลาย อันเป็นเหตุให้ไม่มีสถาบันทางการเงิน หรือเอกชนรายใดยินยอมให้ความช่วยเหลือ ทางการเงิ แก่ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราว ลูกหนี้จึงต้องตกเป็นบุคคล ล้มละลายทั้ง ๆที่กิจการของลูกหนี้อยู่ในสภาพที่จะฟื้นฟูได้ หากได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน สมควรที่จะมีบทบัญญัติคุ้มครองการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาสภาพ คล่องทางการเงินชั่วคราวเพื่อให้ลูกหนี้มีโอกาสได้ฟื้นฟูกิจการได้ซึ่งจะช่วยเจ้าหนี้ให้มีโอกาสรับชำระ หนี้อย่างเป็นธรรมด้วย อันจะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้าของประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๔๒๑๓๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วัถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓๔ บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้บังคับ ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๓๕๑๔๐ (ยกเลิก) มาตรา ๓๖ ให้บทบัญญัติาตรา ๙๐/๗๙แห่ พระราชบัญญัติล้ ละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๑และ บทบัญญัติมาตรา ๑๔๙และมาตรา ๑๕๓แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ก่อน การยกเลิกโดยพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับอยู่ต่อไปจนกว่าจะเปิดทำการศาลล้มละลายกลางตาม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๕/ตอนที่๑๘ก/หน้า ๔/๙เมษายน๒๕๔๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๑๖/ตอนที่๒๙ก/หน้า ๓๑/๒๑เมษายน๒๕๔๒ มาตรา ๓๕ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มาตรา ๓๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรัษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเนื่องจากบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ว่าด้วยล้มละลายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันซึ่งกำหนดจำนวนเงินที่เจ้าหนี้มีสิทธิจะฟ้องลูกหนี้ให้ ล้มละลายได้ รวมทั้งจำนวนเงินที่ต้องวางประกันค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในขั้นตอนต่าง ๆและ ราคาของทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาแบ่งให้แก่เจ้าหนี้ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันสมควรแก้ไขให้เหมาะสม รวมทั้งบทบัญญัติของ กฎหมายดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมาแบ่งให้แก่เจ้าหนี้ และมาตรการ ในการรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินที่กำหนดไว้ยังไม่ครอบคลุมถึงสามีของลูกหนี้ นอกจากนี้ บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยล้ ละลาย ในส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้ ฟูกิจการของลูกหนี้และ กระบวนการล้มละลายบางประการยังไม่เอื้ออำนวยต่อการแก้ไขปัญหาการดำเนินธุรกิจ จึงสมควร แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยกระบวนการฟื้ นฟูกิจการของลูกหนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับการลงมติยอมรับ แผนฟื้นฟูกิจการ การใช้ดุลพินิจของศาลในการเห็นชอบด้วยแผน อำนาจของผู้บริหารแผนเกี่ยวกับ การจัดการทรัพย์ินของลูกหนี้ การปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไป แล้วในกระบวนการล้มละลายและกระบวนการฟื้ นฟูกิจการ นอกจากนั้ นได้แก้ไขในเรื่องลำดับ บุริมสิทธิในคดีล้มละลาย โดยกำหนดให้เงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเพื่อการงานที่ได้ทำให้ลูกหนี้ซึ่งเป็น นายจ้างมีลำดับบุริมสิทธิเดียวกันกับเงินค่าภาษีอากรและเนื่องจากมีการจัดตั้งศาลล้มละลายเพื่อ พิจารณาคดีล้มละลายโดยเฉพาะสมควรยกเลิกบทบัญญัติในกฎหมายว่าด้วยล้มละลายให้สอดคล้อง กับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายรวมทั้งเพิ่มบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจในการตรากฎหมายจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ รับรองไว้ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๔๓๑๔๑ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่มาตรา ๒๗๕ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรมกำหนดให้ สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหน่วยงานธุรการอิสระของศาลยุติธรรม แต่มิได้กำหนดให้ รมบังคับคดีเป็น หน่วยงานธุรการของศาลยุติธรรม กรมบังคับคดีจึงยังอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม ดังนั้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช๒๔๘๓ในส่วนที่เกี่ยวกับสถานะ ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๑๗/ตอนที่ ๑๐๓ก/หน้า ๖/๑๓พฤศจิกายน๒๕๔๓ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗๑๔๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๓ บุคคลธรรมดาซึ่งศาลได้พิพากษาให้ล้มละลายก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับและครบระยะเวลาตามที่กำหนดในมาตรา ๘๑/๑แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ปลดจาก ล้มละลาย บุคคลซึ่งศาลพิพากษาให้ล้มละลายก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังไม่ถูก ปลดจากล้มละลายตามวรรคหนึ่ง ให้ปลดจากล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ โดยการนับระยะเวลาให้นับตั้งแต่ศาลได้พิพากษาให้ ล้มละลาย มาตรา ๑๔ บทบัญญัติมาตรา ๑๒แห่งพระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่บรรดาคดี ล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๑๗๙แห่ง พระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่มีการฟ้องคดี บังคับแก่คดี ดังกล่าว มาตรา ๑๕ ให้ประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วย ล้มละลายในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดให้ลูกหนี้พ้นจากการล้มละลายโดยผลของกฎหมายที่ใช้บังคับ อยู่ในปัจจุบันยังขาดความชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆที่เกี่ยวกับผลของการพ้นจากการล้มละลาย โดยเฉพาะการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ อย่างไรก็ตามหลักการของบทบัญญัติในเรื่องนี้เป็นช่องทาง หนึ่งที่ช่วยให้บุคคลล้มละลายที่สุจริตได้มีโอกาสพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายสมควรคงหลักการ ดังกล่าวไว้ โดยยกเลิกบทบัญญัติเดิมและนำมากำหนดเพิ่มเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการปลดจาก ล้มละลายโดยผลของกฎหมายนอกจากนี้ บทบัญญัติที่กำหนดให้บุคคลล้มละลายอาจร้องขอให้ ศาลมีคำสั่งปลดจากล้มละลายได้ซึ่งใช้บังคับในปัจจุบันนั้น ยังขาดความชัดเจนแน่นอนขึ้นอยู่กับ ดุลพินิจของศาลแต่ละกรณี จึงสมควรแก้ไขหลักเกณฑ์ที่ศาลจะสั่งปลดจากล้ ละลายให้ชัดเจน เพื่อเป็นหลักประกันแก่บุคคลล้มละลายว่าหากดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดแล้วจะสามารถได้รับ การปลดจากล้มละลายและเพื่อให้บทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมในคดีล้มละลายที่ใช้ บังคับอยู่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันสมควรปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๒๑/ตอนที่ ๔๔ก/หน้า ๑/๑๕กรกฎาคม๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๘๑๔๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๑๕ บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้บังคับ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา ๑๖ ให้ประธานศาลฎีกาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กระบวนพิจารณาคำขอรับ ชำระหนี้ในคดีล้มละลายที่กำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอคำขอรับชำระหนี้ต่อศาลเพื่อมี คำสั่งคำขอรับชำระหนี้ทำให้กระบวนพิจารณาคำขอรับชำระหนี้มีหลายขั้นตอน สมควรลดขั้นตอน โดยกำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับ ชำระหนี้ เพื่อให้การพิจารณาคำขอรับชำระหนี้มีความรวดเร็วขึ้นนอกจากนี้ สมควรกำหนด รายละเอียดของคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายให้ชัดเจน และกำหนดให้เจ้าหนี้ที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับ ชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดสามารถยื่นคำขอรับ ชำระหนี้ได้ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย รวมทั้งปรับปรุงบทกำหนดโทษปรับให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๙)พ.ศ. ๒๕๕๙๑๔๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการ ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ยังไม่ครอบคลุมลูกหนี้ซึ่งประกอบธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มี ทั้งบุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้าง หุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัด ซึ่งมีอยู่เป็จำนวนมากในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน และประสบปัญหา ขาดสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราว ดังนั้น เพื่อให้ลูกหนี้ซึ่งไม่อยู่ในสถานะที่จะชำระหนี้ได้มีโอกาส ได้รับการฟื้นฟูกิจการและไม่ต้องตกเป็นบุคคลล้ ละลายหากมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการได้ จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๒/ตอนที่๘๐ก/หน้า ๑/๒๖สิงหาคม๒๕๕๘ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๓๓/ตอนที่ ๔๖ก/หน้า ๒๔/๒๔พฤษภาคม๒๕๕๙ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๑/๒๕๖๐เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออำนวย ความสะดวกในการประกอบธุรกิจ๑๔๕ ข้อ ๑๗ ในกรณีที่กฎหมาย กฎหรือระเบียบใดกำหนดให้ผู้ขอรับอนุัติ อนุญาต หรือใบอนุญาตหรือผู้ยื่นขอจดทะเบียนหรือจดแจ้ง หรือผู้แจ้ง ต้องใช้เอกสารที่ทางราชการออกให้แก่ ผู้นั้นเพื่อประกอบการพิจารณาหรือดำเนินการ ให้เป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจอนุมัติ อนุญาต ออกใบอนุญาตรับจดทะเบียนรับจดแจ้ง หรือรับแจ้งนั้น ที่จะต้องดำเนินการให้หน่วยงานที่ออก เอกสารราชการเช่นว่านั้นส่งข้อมูลหรือสำเนาเอกสารดังกล่าวมาเพื่อประกอบการพิจารณาหรือ ดำเนินการในกรณีที่ผู้มีอำนาจดังกล่าวประสงค์ได้สำเนาเอกสารนั้นจากผู้ขอรับอนุมัติ อนุญาตหรือ ใบอนุญาตหรือผู้ยื่นขอจดทะเบียนหรือจดแจ้ง หรือผู้แจ้ง ให้ผู้มีอำนาจนั้นเป็นผู้จัดทำสำเนาเอกสาร ดังกล่าวเอง เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ห้ามมิให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการทำสำเนาดังกล่าว จากผู้ขอรับอนุมัติ อนุญาตหรือใบอนุญาตหรือผู้ยื่นขอจดทะเบียนหรือจดแจ้ง หรือผู้แจ้ง ข้อ ๑๘ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป พระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๑๐)พ.ศ. ๒๕๖๑๑๔๖ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๒๐ บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนังานพิทักษ์ทรัพย์ ให้บังคับ ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด มาตรา ๒๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการ ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามหมวด ๓/๑แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศัราช ๒๔๘๓ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๔๑มีบทบัญญัติที่ทำให้ลูกหนี้ไม่สามารถ ขอฟื้นฟูกิจการได้ทันต่อสถานะทางด้านการเงินของลูกหนี้ เนื่องจากลูกหนี้ต้องเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เท่านั้นจึงจะขอฟื้นฟูกิจการได้ นอกจากนั้น การติดตามการจัดการ และการรวบรวมทรัพย์สินของ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สมควรกำหนดให้ลูกหนี้มีโอกาสฟื้นฟูกิจการ ได้เร็วขึ้น และให้มีกลไกในการติดตาม จัดการ และรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพมีการคุ้มครองเจ้าหนี้ีประกันอย่างเพียงพอ อันเป็นการส่งเสริ และรองรับความ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ๙๗ง/หน้า ๔๙/๔เมษายน๒๕๖๐ ราชกิจจานุเบกษาเล่ ๑๓๕/ตอนที่ ๑๒ก/หน้า๕๑/๒มีนาคม๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สะดวกในการประกอบธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สัญชัย/ผู้จัดทำ ๑๒ธัวาคม๒๕๕๑ วศิน/แก้ไข ๑๘พฤศจิกายน๒๕๕๖ นุสรา/เพิ่มเติม ๑๐เมษายน๒๕๖๐ พัชรภรณ์/เพิ่มเติม ๕มีาคม๒๕๖๑
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
- The agency’s publication page
- https://cpd.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://cpd.go.th/images2/2021/document/2022/bankruptcy_law2483.pdf90 pp.
- File checksum
- sha256:4db811fa914acaf306957657942d89501ea74cb44c65913034c5a92d50b53610Pulled at 2026-08-24T07:37:27.076Z
- Text extraction
- pdftotext -layoutPassed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness