พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
What edition is this?
This text has been consolidated by the Office of the Council of State: later amendments are already merged in, so it is not the wording of any single Royal Gazette issue. Repealed sections are absent entirely and inserted sections carry ทวิ/ตรี suffixes — the date this consolidation was last updated has not been verified.
Contents of this text
Preamble
พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณวันที่ ๑๘มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นปีที่ ๓๔ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและ ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
Sections in this chapter
Show as list- หมวด ๑ การขับรถ17 sections
- Section ๓๑
นอกจากที่บัญญัติไว้เป็นพิเศษในลักษณะ ๔ว่าด้วยการใช้ทางเดินรถที่ จัดเป็นช่องเดินรถประจำทาง การใช้ทางเดินรถให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในลักษณะนี้
- Section ๓๒
ในการใช้ทางเดินรถผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้รถชนหรือโดน คนเดินเท้าไม่ว่าจะอยู่ ส่วนใดของทาง และต้องให้สัญญาณเตือนคนเดินเท้ ใหู้้ตัวเมื่อจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็ก คนชราหรือคนพิการที่กำลังใช้ทาง ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษใน การควบคุมรถของตน
- Section ๓๓
ในการขับรถ ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้ายและต้องไม่ล้ำ กึ่งกลางของทางเดินรถเว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ ให้เดินทางขวาหรือล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถได้ (๑) ด้านซ้ายของทางเดินรถมีสิ่งกีดขวางหรือถูกปิดการจราจร (๒) ทางเดินรถนั้นเจ้าพนังานจราจรกำหนดให้เป็ทางเดินรถทางเดียว (๓) ทางเดินรถนั้นกว้างไม่ถึงหกเมตร
- Section ๓๔
ในการใช้ทางเดินรถที่ได้จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่ สองช่องขึ้นไป หรือที่ได้จัดช่องเดินรถประจำทางไว้ในช่องเดินรถซ้ ยสุด ผู้ขับขี่ต้องขับรถในช่องซ้าย สุดหรือใกล้กับช่องเดินรถประจำทางเว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ ให้เดินทางขวาของทางเดินรถได้ (๑) ในช่องเดินรถนั้นมีสิ่งกีดขวางหรือถูกปิดการจราจร (๒) ทางเดินรถนั้น เจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้เป็นทางเดินรถทางเดียว (๓) จะต้องเข้าช่องทางให้ถูกต้องเมื่อเข้าบริเวณใกล้ทางร่วมทางแยก (๔) เมื่อจะแซงขึ้นหน้ รถคันอื่น (๕)๖ เมื่อผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วสูงกว่ารถในช่องเดินรถด้านซ้าย
- Section ๓๕
รถที่มีความเร็วช้าหรือรถที่มีความเร็วต่ำกว่าความเร็วของรถคันอื่นที่ ขับในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ใกล้ขอบทางเดินรถด้านซ้ายเท่าที่จะกระทำได้ ผู้ขับขี่รถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสารรถจักรยานยนต์ในทางเดินรถซึ่งได้แบ่งช่อง เดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่สองช่องขึ้นไป หรือได้จัดช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายไว้โดยเฉพาะ ต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายสุดหรือใกล้เคียงกับช่องเดินรถประจำทางแล้วแต่กรณี ความในวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักไม่เกินหนึ่ง พันหกร้อยกิโลกรัและรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
- Section ๓๖
ผู้ขับขี่ซึ่งจะเลี้ยวรถ ให้รถคันอื่นผ่านหรือแซงขึ้นหน้ เปลี่ยนช่องเดิน รถ ลดความเร็วของรถ จอดรถหรือหยุดรถ ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขนตามมาตรา ๓๗หรือ ไฟสัญญาณตามมาตรา ๓๘หรือสัญญาณอย่างอื่นตามข้อบังคับของเจ้าพนักงานจราจร ถ้าโดยสภาพของรถสภาพของการบรรทุกหรือสภาพของทัศนวิสัย การให้สัญญาณ ด้วยมือและแขนตามวรรคหนึ่งไม่อาจทำให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมาหรือตามมาข้างหลังมองเห็นได้ ผู้ขับ ขี่ต้องให้ไฟสัญญาณ ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน ไฟสัญญาณหรือสัญญาณอย่างอื่นตามวรรค หนึ่งก่อนที่จะเลี้ยวรถ เปลี่ยนช่องเดินรถ จอดรถหรือหยุดรถเป็นระยะทางไม่น้อยกว่ สามสิบเมตร ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน ไฟสัญญาณหรือสัญญาณอย่างอื่นตามวรรค หนึ่ง ให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถอื่ เห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่าหกสิบเมตร
- Section ๓๗
การให้สัญญาณด้วยมือและแขนให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อจะลดความเร็วของรถ ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับ ไหล่ และโบกมือขึ้นลงหลายครั้ง (๒) เมื่ อจะหยุดรถ ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่ ยก แขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบนและตั้งฝ่ามือขึ้น (๓) เมื่อจะให้รถคันอื่นผ่านหรือแซงขึ้นหน้า ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกรถ เสมอระดับไหล่ และโบกมือไปทางข้างหน้าหลายครั้ง (๔) เมื่อจะเลี้ยวขวาหรือเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรง ออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่ (๕) เมื่อจะเลี้ยวซ้ายหรือเปลี่ ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย ให้ผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรง ออกไปนอกรถเสมอระดับไหล่และงอข้อมือชูขึ้นโบกไปทางซ้ายหลายครั้ง ๖มาตรา ๓๔(๕) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ ๗มาตรา ๓๕แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๓)พ.ศ. ๒๕๒๙ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ในกรณีที่รถยนต์นั้นมีเครื่องขับอยู่ทางด้านซ้าย ให้ผู้ขับขี่ ใช้ไฟสัญญาณแทนการใช้สัญญาณด้วยมือและแขน
- Section ๓๘
การให้ไฟสัญญาณของผู้ขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ให้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อจะหยุดรถ ผู้ขับขี่ต้องให้ไฟสัญญาณสีแดงที่ท้ายรถ (๒)๘ เมื่อจะเลี้ยวรถ เปลี่ยนช่องเดินรถ หรือแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น ผู้ขับขี่ต้องให้ สัญญาณยกเลี้ยวสีเหลืองอำพัน หรือให้ไฟสัญญาณกระพริบสีขาวหรือสีเหลืองอำพันที่ติดอยู่หน้ารถ หรือข้างรถ และไฟสัญญาณกระพริบสีแดงหรือสีเหลืองอำพันที่ติดอยู่ท้ายรถไปในทิศทางที่จะเลี้ยว เปลี่ยนช่องเดินรถ หรือแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น (๓) เมื่อจะให้รถคันอื่นแซงขึ้ นหน้า ผู้ขับขี่ต้องให้ไฟสัญญาณยกเลี้ยวสีเหลืองอำพัน หรือให้ไฟสัญญาณกระพริบสีแดงหรือสีเหลืองอำพันที่ติดอยู่ท้ายรถทางด้านซ้ายของรถ
- Section ๓๙
เมื่อขับรถสวนกัน ให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดด้านซ้ายของทางเดินรถ โดยให้ถือ กึ่งกลางของทางเดินรถเป็นหลัก แต่ถ้าทางเดินรถใดได้จัดแบ่งเป็นช่องเดินรถไว้ ให้ถือเส้นหรือแนวที่ แบ่งนั้นเป็นหลัก ในทางเดินรถที่แคบ เมื่อขับรถสวนกัน ผู้ขับขี่แต่ละฝ่ายต้องลดความเร็วของรถ เพื่อให้รถสวนกันได้โดยปลอดภัย ในทางเดินรถที่แคบซึ่งไม่อาจขับรถสวนกันได้โดยปลอดภัย เมื่อขับรถสวนกัน ผู้ขับขี่ ซึ่งขับรถคันที่ใหญ่กว่าต้องหยุดรถให้ชิ ดขอบทางเดินรถด้านซ้ายเพื่อให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถคันที่เล็กกว่า ผ่านไปได้ ในทางเดินรถที่มีสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้า ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วของรถหรือหยุดรถ เพื่อให้รถคันที่สวนมาผ่านไปได้
- Section ๔๐
ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างรถคันหน้าพอสมควรในระยะที่จะหยุดรถได้โดย ปลอดภัยในเมื่อจำเป็นต้องหยุดรถ ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถขึ้นสะพานหรือทางลาดชันต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้รถถอยหลังไป โดนรถคันอื่น
- Section ๔๑
ทางเดินรถใดที่มีเครื่องหมายจราจรให้เป็นทางเดินรถทางเดียว ให้ผู้ขับ ขี่ขับรถไปตามทิศทางที่ได้กำหนดไว้
- Section ๔๒
ทางเดินรถใดที่มีเครื่องหมายจราจรแบ่งทางเดินรถออกเป็นสองทาง สำหรับรถเดินขึ้นทางหนึ่ง ล่องทางหนึ่ง โดยมีช่องว่างคั่นกลาง หรือทำเครื่องหมายจราจรกีดกั้นแสดง ว่าทางเดินรถนั้นมีการแบ่งออกเป็นสองทางดังกล่าว ให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดด้านซ้ายของทางเดินรถ ๘มาตรา ๓๘(๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕
- Section ๔๓
ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ (๑) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ (๒) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น (๓) ในลักษณะกีดขวางการจราจร (๔) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน (๕) ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็นทาง ด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย (๖) คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ (๗) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วยหรือ คนพิการ (๘) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น (๙)๙ ในขณะใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยใช้อุปกรณ์เสริม สำหรับการสนทนาโดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น
- Section ๔๓ ทวิ
ห้ามมิให้ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษ หรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท ทั้งนี้ ตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการมี อำนาจจัดให้มีารตรวจสอบผู้ขับขี่รถบางประเภทตามที่ อธิบดีำหนดโดยประกาศในราชกิจจา นุเบกษาว่าได้เสพยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามวรรคหนึ่งหรือไม่ และหากผลการตรวจสอบในเบื้องต้นปรากฏว่ ผู้ขับขี่นั้นไม่ได้เสพก็ให้ผู้ขับขี่นั้นขับรถต่อไปได้ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ตามวรรคสองไม่ยอมให้ตรวจสอบ ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงาน สอบสวนพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการมีอำนาจกักตัวผู้นั้นไว้ เพื่อดำเนิ การตรวจสอบได้ ภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นแห่งกรณีเพื่อให้การตรวจสอบเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว และเมื่อผู้นั้นยอมรับ การตรวจสอบแล้วหากผลการตรวจสอบในเบื้องต้นปรากฏว่าไม่ได้เสพ ก็ให้ปล่อยตัวไปทันที การตรวจสอบตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธี การที่ กำหนดใน กฎกระทรวง
- Section ๔๓ ตรี
ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓(๑) หรือ (๒) ผู้ตรวจการมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดรถและสั่งให้มีการทดสอบตามมาตรา ๑๔๒ด้วย
- Section ๔๓ จัตวา
ในกรณีที่ผู้ตรวจการพบว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๓(๑) หรือ (๒) หรือมาตรา ๔๓ทวิ วรรคหนึ่ง ให้ผู้ตรวจการส่งตัวผู้นั้นพร้อมพยานหลักฐานในเบื้องต้นแก่ ๙มาตรา ๔๓(๙) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๘)พ.ศ. ๒๕๕๑ ๑๐มาตรา ๔๓ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๔๒ ๑๑มาตรา ๔๓ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๖)พ.ศ. ๒๕๔๒ พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกินหกชั่วโมงนับแต่เวลาที่พบการกระทำความผิด ดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีต่อไป
- Section ๔๓ เบญจ
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๔๓ทวิ และมาตรา ๔๓ตรี ให้ผู้ตรวจการแสดงบัตรประจำตัวของตนซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกหรือกฎหมายว่า ด้วยรถยนต์ต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง
Notes and footnotes
๔มาตรา ๑๘แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๕๐
๑๕มาตรา ๕๒แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕
๑๙มาตรา ๗๒แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๓๕ รถฉุกเฉิน
Where this text comes from
- File published by
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)The responsible agency’s website
- The agency’s publication page
- https://www.motorway.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
- Source file
- https://www.motorway.go.th/wp-content/uploads/2019/12/34-2522-%E0%B8%9E.%E0%B8%A3.%E0%B8%9A.-%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%81.pdf45 pp.
- File checksum
- sha256:640433e048c037703a1d9970c4f7caeeaa7ac4011f99b9d1a14cfcdd41929ef8Pulled at 2026-08-24T04:57:05.341Z
- Text extraction
- pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness