ในพระราชกำหนดนี้ “ภาษีส่วนเพิ่ม” หมายความว่า ภาษีส่วนที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นจากภาษีที่ได้เสียแล้วของ กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ กิจการร่วมค้า และกลุ่มกิจการร่วมค้า โดยคำนวณตามวิธีการที่กำหนดไว้ใน พระราชกำหนดนี้ “ประเทศ” หมายความรวมถึงเขตเศรษฐกิจ “ประเทศไทย” หมายความว่า อาณาเขตของราชอาณาจักรไทย รวมถึงน่านน้ำภายใน อาณาเขตทะเล และพื้นที่ทะเลอื่นใด ซึ่งราชอาณาจักรไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือเขตอำนาจตามกฎหมาย ระหว่างประเทศ “นิติบุคคล” หมายความรวมถึงกลุ่มบุคคลซึ่งมีนิติสัมพันธ์กันและจัดทำงบการเงินแยกเฉพาะส่วน ของกลุ่มบุคคลนั้นได้ เช่น ห้างหุ้นส่วนที่มิใช่นิติบุคคล หรือทรัสต์ “กลุ่มนิติบุคคล” หมายความว่า
(๑) นิติบุคคลมากกว่าหนึ่งนิติบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านความเป็นเจ้าของหรือ ด้านการควบคุมอันทำให้ทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย และกระแสเงินสดของนิติบุคคลเหล่านั้น (ก) ถูกรวมอยู่ในงบการเงินรวมของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด หรือ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ (ข) ไม่ถูกรวมในงบการเงินรวมของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดเนื่องจากขนาดหรือ ความมีสาระสำคัญ หรือเนื่องจากนิติบุคคลนั้นถูกถือครองไว้เพื่อขาย หรือ
(๒) นิติบุคคลหนึ่งที่ไม่เข้าลักษณะกลุ่มนิติบุคคลตาม
(๑) แต่มีสถานประกอบการถาวร แห่งหนึ่งหรือหลายแห่งตั้งอยู่ในประเทศอื่น “นิติบุคคลหลัก” หมายความว่า นิติบุคคลที่ได้รวมกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิของ สถานประกอบการถาวรในงบการเงินของตน “นิติบุคคลในเครือ” หมายความว่า
(๑) นิติบุคคลที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนิติบุคคลหนึ่ง
(๒) สถานประกอบการถาวรของนิติบุคคลหลักตาม
(๑) โดยให้ถือว่าสถานประกอบการถาวร ดังกล่าวเป็นนิติบุคคลในเครือหนึ่งแยกต่างหากจากนิติบุคคลหลักนั้นและแยกต่างหากจาก สถานประกอบการถาวรอื่นของนิติบุคคลดังกล่าวด้วย “นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด” หมายความว่า
(๑) นิติบุคคลหนึ่งที่มีส่วนได้เสียที่มีอำนาจควบคุมในนิติบุคคลอื่นไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม และนิติบุคคลหนึ่งนั้นไม่มีนิติบุคคลอื่นใดมีส่วนได้เสียที่มีอำนาจควบคุมไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม แต่ไม่รวมถึงนิติบุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๒๗ ที่รัฐมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของ ทั้งหมดไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐนั้นหรือ ของประเทศนั้นผ่านการลงทุน การถือครองการลงทุน การจัดการทรัพย์สิน หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง กับการลงทุนในทรัพย์สินของรัฐนั้นหรือของประเทศนั้นโดยที่ไม่ได้ดำเนินการในทางการค้าหรือธุรกิจ หรือ
(๒) นิติบุคคลหลักของกลุ่มนิติบุคคล สำหรับกรณี
(๒) ของบทนิยามคำว่า “กลุ่มนิติบุคคล” “กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ” หมายความว่า กลุ่มนิติบุคคลหนึ่งที่มีนิติบุคคลอย่างน้อยรายหนึ่ง หรือสถานประกอบการถาวรอย่างน้อยแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศที่นิติบุคคลแม่ ลำดับสูงสุดตั้งอยู่ “สถานประกอบการถาวร” หมายความว่า
(๑) สถานประกอบธุรกิจหรือที่ถือว่าเป็นสถานประกอบธุรกิจซึ่งตั้งอยู่ในประเทศหนึ่ง และมีลักษณะเป็นสถานประกอบการถาวรตามความตกลงหรืออนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรที่มีผลใช้บังคับและปรับใช้ได้แก่กรณี ซึ่งตามความตกลงหรืออนุสัญญา เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ ดังกล่าวได้กำหนดให้ประเทศนั้นมีสิทธิจัดเก็บภาษีจากกำไรที่พึงถือว่าเป็นของสถานประกอบการถาวรนั้น ตามหลักเกณฑ์ที่คล้ายคลึงกับที่กำหนดไว้ในข้อบทที่ ๗ ของต้นแบบมาตรฐานสัญญาว่าด้วยการเว้น การเก็บภาษีซ้อน
(๒) สถานประกอบธุรกิจหรือที่ถือว่าเป็นสถานประกอบธุรกิจซึ่งประเทศหนึ่งได้จัดเก็บภาษี ตามกฎหมายจากกำไรที่พึงถือว่าเป็นของสถานประกอบธุรกิจเช่นว่านั้น โดยคำนวณจากยอดสุทธิ ในลักษณะเดียวกันกับที่ได้จัดเก็บภาษีจากผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศของตน ในกรณีไม่มีความตกลง หรืออนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรที่สามารถปรับใช้ได้
(๓) สถานประกอบธุรกิจหรือที่ถือว่าเป็นสถานประกอบธุรกิจที่ตั้งอยู่ในประเทศหนึ่ง ซึ่งพึงถือได้ว่าเป็นสถานประกอบการถาวรตามต้นแบบมาตรฐานสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อน และประเทศดังกล่าวพึงมีสิทธิในการจัดเก็บภาษีจากกำไรที่พึงถือว่าเป็นของสถานประกอบการถาวรนั้น ตามข้อบทที่ ๗ ของต้นแบบมาตรฐานดังกล่าว ในกรณีที่ประเทศนั้นไม่มีระบบภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือ
(๔) สถานประกอบธุรกิจหรือที่ถือว่าเป็นสถานประกอบธุรกิจที่ไม่เข้าลักษณะตาม
(๑) ถึง
(๓) ซึ่งกิจการของสถานประกอบธุรกิจหรือที่ถือว่าเป็นสถานประกอบธุรกิจนั้นได้ดำเนินการอยู่นอกประเทศ ที่นิติบุคคลผู้ประกอบธุรกิจนั้นตั้งอยู่ และประเทศที่นิติบุคคลผู้ประกอบธุรกิจตั้งอยู่นั้นได้ยกเว้นภาษี สำหรับกำไรที่พึงถือว่าเป็นของกิจการที่ได้ดำเนินการอยู่นอกประเทศเช่นว่านั้น “ต้นแบบมาตรฐานสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อน” หมายความว่า ต้นแบบมาตรฐาน อนุสัญญาภาษีซ้อนที่จัดทำขึ้นโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ฉบับเผยแพร่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๐ “กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ” หมายความว่า กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการกัดกร่อนฐานภาษีและการโอนกำไร (Inclusive Framework on Base Erosion and Profit Shifting) ที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ “มาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ” หมายความว่า ต้นแบบหลักเกณฑ์ มาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ (Global Anti-Base Erosion Model Rules) รวมถึงคำอธิบายและแนวปฏิบัติที่จัดทำขึ้นโดยกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศหรือจากการตกลง ร่วมกันของกลุ่มภาคีสมาชิก เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๘๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ “ความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูล” หมายความว่า ความตกลง ระหว่างประเทศเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ ที่รัฐบาลไทยได้เข้าผูกพันเป็นคู่สัญญาหรือเป็นภาคี หรือที่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยได้ทำไว้กับ สำนักงานเศรษฐกิจและการค้าของต่างประเทศ “แบบรายงานข้อมูลตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ” หมายความว่า แบบมาตรฐานเพื่อใช้รายงานข้อมูลตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศซึ่งถูก พัฒนาขึ้นตามกรอบความร่วมมือเพื่ออนุวัติการมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ “อัตราภาษีขั้นต่ำ” หมายความว่า อัตราภาษีร้อยละสิบห้า “เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศคู่สัญญาหรือของภาคี ตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูล “เจ้าพนักงานประเมิน” หมายความว่า บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากข้าราชการเพื่อทำหน้าที่ ประเมินภาษีส่วนเพิ่มโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสรรพากรหรือผู้ที่อธิบดีกรมสรรพากรมอบหมาย “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกำหนดนี้