ข้อ ๑๒ เครื่องมือสำหรับการให้บริการอาชีวเวชกรรมตามข้อ ๑๑ อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องตรวจสมรรถภาพการได้ยินต้องส่งสัญญาณเสียงบริสุทธิ์และได้รับการรับรอง ตามมาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๖ (American National Standards Institute (ANSI) S3.6-1996) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม โดยหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม ต้องมีเอกสารแสดงการสอบเทียบเครื่องมือตามระยะเวลาที่กำหนดไม่เกินสองปี และให้ดำเนินการ ภายใต้หลักเกณฑ์ ดังนี้ (ก) ห้องหรือพื้นที่สำหรับการตรวจสมรรถภาพการได้ยินต้องมีระดับเสียงขั้นต่ำตามมาตรฐาน สถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๙ (American National Standards Institute (ANSI) S3.1-1999) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานสำนักงานบริหารความปลอดภัย และอาชีวอนามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๘๓ (Occupational Safety and เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ Health Administration (OSHA) 1983) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่า มาตรฐานดังกล่าว (ข) ตู้ตรวจการได้ยิน (Audiometric test booth) ต้องมีระดับเสียงขั้นต่ำตามมาตรฐาน สถาบันมาตรฐานแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๙ (American National Standards Institute (ANSI) S3.1-1999) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม

(๒) เครื่องตรวจสมรรถภาพปอดต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานสมาคมแพทย์โรคทรวงอก แห่งสหรัฐอเมริกา ค.ศ. ๑๙๙๔ (American Thoracic Society (ATS) 1994) และตามที่ได้แก้ไข เพิ่มเติม หรือมาตรฐานคณะทำงานเฉพาะกิจสมาคมระบบทางเดินหายใจของยุโรป ค.ศ. ๒๐๐๕ (European Respiratory Society Task Force (ATS/ERS) 2005) และตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม หรือมาตรฐานอื่นที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องสามารถแสดงผลสไปโรแกรมได้ทั้งกราฟแสดง ปริมาตรเทียบกับเวลา (Volume-time curve) และกราฟแสดงอัตราการไหลเทียบกับปริมาตร ของอากาศ (Flow-volume curve) รวมทั้งต้องสามารถรายงานผลการตรวจสมรรถภาพปอด ตามพารามิเตอร์อย่างน้อยในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ ปริมาตรอากาศทั้งหมดที่ออกแรงเป่าได้ (Forced vital capacity : FVC) ปริมาตรอากาศที่ออกแรงเป่าได้ในช่วงหนึ่งวินาทีแรก (Forced expiratory volume in 1 second : FEV1) และค่าอัตราส่วนปริมาตรอากาศที่ออกแรงเป่าได้ในช่วงหนึ่งวินาทีแรก ต่อปริมาตรอากาศทั้งหมดที่ออกแรงเป่าได้ (FEV1/FVC) ทั้งค่าที่ตรวจได้จริง (Measure) และร้อยละ ของค่าคาดคะเน (Percent of predicted value) พร้อมทั้งมีอุปกรณ์สำหรับการปรับความเที่ยงตรง ประจำวัน (daily calibration) เช่น กระบอกสูบ

(๓) เครื่องตรวจสมรรถภาพการมองเห็นต้องวัดความสามารถในการมองเห็นของสายตา ทั้งในระยะใกล้ คือ ระยะที่วัตถุอยู่ห่างจากสายตาสิบสี่นิ้ว และระยะไกล คือ ระยะที่วัตถุอยู่ห่างจาก สายตายี่สิบฟุต และต้องมีสไลด์ชุดสำหรับงานอาชีวอนามัยหรือชุดมาตรฐาน โดยผลการตรวจวัด ต้องสามารถเทียบกับลักษณะงานได้ ดังนี้ (ก) ทดสอบสายตาเขแนวดิ่ง (vertical phoria test) (ข) ทดสอบสายตาเขแนวนอน (lateral phoria test) (ค) ทดสอบความชัดของภาพ (visual acuity test) (ง) ทดสอบความลึกของภาพ (depth perception test) (จ) ทดสอบการแยกสี (vision color test) (ฉ) ทดสอบลานสายตา (visual field test) เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๓ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗

The citation link pins the edition with ?v=2567 — if an amended edition is ingested one day, this link keeps pointing at this one

This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.

Where this text comes from

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256:f5de8aa8a14f · 2026-08-23

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม พ.ศ. 2567 Section ๑๒