การยื่นคำขอตามมาตรา ๘ ต้องมีเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้
(๑) วัตถุประสงค์ของป่าชุมชน
(๒) รายชื่อและประวัติโดยสังเขปของผู้ขอจัดตั้งป่าชุมชน ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะ ต้องห้ามการเป็นสมาชิกป่าชุมชนตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๔๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒
(๓) รายชื่อคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนซึ่งเลือกตั้งจากผู้ขอจัดตั้งป่าชุมชนตาม
(๒) โดยมี คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามการเป็นกรรมการจัดการป่าชุมชนตามระเบียบที่ออกตามมาตรา ๔๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒
(๔) ความเป็นมาของชุมชนโดยสังเขป สภาพพื้นที่ที่ขอจัดตั้งป่าชุมชนและแผนที่สังเขป แสดงอาณาเขตและเขตติดต่อ
(๕) แผนจัดการป่าชุมชนซึ่งต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของป่าชุมชน มีการกำหนดบริเวณ เพื่อการอนุรักษ์และบริเวณเพื่อการใช้ประโยชน์ หรือบริเวณเพื่อการอนุรักษ์เพียงอย่างเดียว ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชน รวมทั้งแสดงให้เห็นถึง แผนและวิธีดำเนินการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนา หรือควบคุมดูแลสภาวะแวดล้อมและความหลากหลาย ทางชีวภาพ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนอย่างยั่งยืน โดยต้องไม่ทำให้เกิด การสูญเสียสภาพความเป็นป่าทั้งในบริเวณเพื่อการอนุรักษ์และบริเวณเพื่อการใช้ประโยชน์ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๗๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
(๖) หนังสือยินยอมให้จัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่ของรัฐจากหน่วยงานที่ปกครองดูแลพื้นที่ ตามกฎหมายแต่ละพื้นที่
(๗) กรณีการยื่นคำขอจัดตั้งป่าชุมชนขนาดใหญ่ ผู้ยื่นคำขอจัดตั้งป่าชุมชนต้องแสดงเอกสาร หรือหลักฐานประกอบเพื่อให้เห็นว่ามีศักยภาพและมีความสามารถในการดูแลรักษาป่าชุมชนได้เป็นอย่างดี จนเป็นที่ประจักษ์