ข้อ ๓ ในพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำตามข้อ ๒ ห้ามกระทำการหรือดำเนินกิจกรรมที่มีผลทำให้แหล่งน้ำสาธารณะเสื่อมสภาพ เสื่อมประโยชน์ หรือเกิดภาวะมลพิษ ดังต่อไปนี้
(๑) การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใด ๆ หรือมีส่วนหนึ่งส่วนใดของสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำเข้าไปใน แหล่งน้ำสาธารณะ เว้นแต่เป็นการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐตามหน้าที่และอำนาจหรือกฎหมาย ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการดูแลรักษา การป้องกันความเสียหาย การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสาธารณะ หรือเพื่อประโยชน์ในการเดินเรือ การดูแลรักษาทางน้ำ และร่องน้ำทางเดินเรือ หรือการดำเนินการ โดยหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนซึ่งได้รับอนุญาตตามกฎหมายจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งนี้ ต้องดำเนินการเท่าที่จำเป็น กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม และไม่เป็นการทำลายสภาพทางธรรมชาติ ในลักษณะที่ไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ดังเดิม เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๘
(๒) การเท ทิ้ง หรือระบายน้ำเสียหรือของเสียลงในแหล่งน้ำสาธารณะ อันส่งผลต่อคุณภาพน้ำ ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลหรือมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
(๓) การใช้วัตถุอันตรายชนิดที่ ๔ ตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายในแหล่งน้ำสาธารณะ ความใน (๒) และ
(๓) มิให้ใช้บังคับกับการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือ ในน่านน้ำไทยหรือกฎหมายว่าด้วยการทุ่มทิ้งของเสียหรือวัสดุอื่นในทะเล หรือการดำเนินการ โดยหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนซึ่งได้รับอนุญาตตามกฎหมายจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว ให้ไว้ ณ วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖8 เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บัญชีพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ลำดับที่ พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ๑ พื้นที่ชุ่มน้ำพรุควนขี้เสียนในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ตามประกาศกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เรื่อง กำหนดเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครอง สัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๐๓ลงวันที่ ๘สิงหาคมพ.ศ. ๒๕๒๕ ๒ พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ตามประกาศกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เรื่อง กำหนดให้พื้นที่บริเวณบึงโขงหลง ในท้องที่ตำบลโพธิ์หมากแข้งและ ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๐๓ลงวันที่๓สิงหาคมพ.ศ. ๒๕๒๕ ๓ พื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด ตำบลบางแก้ว ตำบลแหลมใหญ่ตำบลบางจะเกร็ง และตำบล คลองโคนอำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ๔ พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ ตำบลกระบี่น้อยตำบลคลองประสงค์ตำบลไสไทยอำเภอเมืองกระบี่ และตำบลเหนือคลองตำบลคลองเขม้าตำบลตลิ่งชัน และตำบลเกาะศรีบอยาอำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ๕ พื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย จังหวัดเชียงราย ตามประกาศกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เรื่อง กำหนดให้พื้นที่บริเวณทะเลสาบหนองบงคาย ในท้องที่ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามพระราชบัญญัติสงวนและ คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๐๓ลงวันที่ ๔เมษายนพ.ศ. ๒๕๒๘ ๖ พื้นที่ชุ่มน้ำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (พรุโต๊ะแดง) จังหวัดนราธิวาส ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าลุ่มน้ำบางนรา ในท้องที่ตำบล กะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส ตำบลไพรวัน ตำบลบางขุนทอง ตำบลพร่อน ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ ตำบลสุไหงปาดี ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี และตำบลปูโยะ ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลกจังหวัดนราธิวาสให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๔ ๗ พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณ ที่ดินป่าคลองไหโล๊ะ ป่าคลองปอ และป่าคลองกันตัง ในท้องที่ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา และตำบลบ่อน้ำร้อน ตำบลบางสัก ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ให้เป็นอุทยาน แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๒๔และพื้นที่ชุ่มน้ำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง-ปากน้ำตรัง จังหวัดตรัง ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง กำหนดเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๐๓ลงวันที่ ๑๘มกราคมพ.ศ. ๒๕๒๒ ๒ ลำดับที่ พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ๘ พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติแหลมสน-ปากแม่น้ำกระบุรี-ปากคลองกะเปอร์จังหวัดระนอง ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินหาดแหลมสนและเกาะใกล้เคียง ในท้องที่ ตำบลราชกรูด อำเภอเมืองระนอง ตำบลม่วงกลวง ตำบลกะเปอร์ ตำบลบางหิน ตำบลนาคา ตำบลกำพ่วน อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง และตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๖ ๙ พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดที่ดินบริเวณหมู่เกาะอ่างทองในท้องที่ตำบลอ่างทองอำเภอเกาะสมุยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๓ ๑๐ พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จังหวัดพังงา ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณ ที่ดินป่าอ่าวพังงา ในท้องที่ตำบลกระโสม ตำบลกะไหล ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมืองพังงา และตำบลเกาะยาวน้อย ตำบลเกาะยาวใหญ่ กิ่งอำเภอเกาะยาว อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๔ ๑๑ พื้นที่ชุ่มน้ำอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดบริเวณที่ดินป่าเขาสามร้อยยอดในท้องที่ตำบลสามร้อยยอดตำบลศิลาลอย อำเภอปราณบุรี และตำบลสามกระทำยตำบลดอนยายหนู ตำบลเขาแดง อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๙และพระราชกฤษฎีกา ขยายเขตอุทยานแห่งชาติป่าเขาสามร้อยยอดในท้องที่ตำบลสามร้อยยอด ตำบลศิลาลอย ตำบลไร่เก่า อำเภอปราณบุรี และตำบลสามกระทำยตำบลดอนยายหนู ตำบลเขาแดง อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๕ ๑๒ พื้นที่ชุ่มน้ำกุดทิง จังหวัดบึงกาฬ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดพื้นที่ที่ดินสาธารณประโยชน์กุดทิง ในท้องที่ตำบลบึงกาฬ ตำบลโนนสมบูรณ์ และตำบลโคกก่องอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๓ พื้นที่ชุ่มน้ำเกาะกระในพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตามกฎกระทรวง กำหนดให้บริเวณหมู่เกาะกระ ตำบลปากพนังฝั่งตะวันออก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๔ พื้นที่ชุ่มน้ำเกาะระ-เกาะพระทอง ตำบลเกาะพระทองอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๓๐ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๖๘ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๘
(๒) แห่งพระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการเพื่อการอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน้ำสาธารณะ โดยกำหนดห้ามการกระทำใด ๆ ที่มีผลเป็น การเสื่อมสภาพแหล่งน้ำหรือเสื่อมประโยชน์ต่อการใช้น้ำ หรือทำให้เกิดภาวะมลพิษแก่แหล่งน้ำ หรือระบบนิเวศแหล่งน้ำ หรือทำให้น้ำมีสภาพเป็นพิษจนน่าจะเป็นอันตรายต่อแหล่งน้ำ หรือระบบนิเวศแหล่งน้ำ หรือสุขภาพของบุคคล จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)