ให้คณะกรรมการร่วมมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่คณะกรรมการและผู้อำนวยการในการปฏิบัติ หน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้
(๒) สอดส่องดูแล ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงาน ภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกานี้
(๓) พิจารณาและวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ประกันความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมาตรฐานตามมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๕
(๔) ให้คำแนะนำการกำหนดลักษณะของการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องแจ้งตามมาตรา ๘ วรรคสาม และการกำหนดลักษณะการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ถือว่า เป็นการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๐ (๗)
(๕) เสนอแนะแนวทางการดำเนินการตามมาตรา ๑๘
(๖) เสนอแนะแนวทางการกำหนดหน้าที่เพิ่มเติมสำหรับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา ๒๑ และการทบทวนการกำหนดบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ และบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ รวมทั้งหน้าที่เพิ่มเติมตามมาตรา ๒๔
(๗) เสนอแนะแนวทางการกำหนดมาตรการการบรรเทาความเสียหาย และการชดใช้หรือ เยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ และมาตรา ๒๘ วรรคสาม
(๘) ประสานให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๓๙ และในการอื่นที่จำเป็น
(๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการร่วมมอบหมาย
(๑๐) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้และตามที่คณะกรรมการมอบหมาย เลม่ ๑๓๙ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๓๒ ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการร่วมคำนึงถึง การลดความซ้าซ้อนที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติตามกฎของหน่วยงานของรัฐ การอำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจและผู้ใช้บริการ การชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย