ข้อ ๑ บำเหน็จดำรงชีพให้จ่ายในอัตราสิบห้าเท่าของบำนาญรายเดือนที่ได้รับแต่ไม่เกินสี่แสนบาท โดยให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ตามวิธีการดังต่อไปนี้
(๑) ผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุต่ำกว่าหกสิบห้าปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน สองแสนบาท
(๒) ผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่หกสิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพ ได้ไม่เกินสี่แสนบาท แต่ถ้าผู้รับบำนาญนั้นได้ใช้สิทธิตาม
(๑) ไปแล้ว ให้ขอรับบำเหน็จดำรงชีพ ได้ไม่เกินส่วนที่ยังไม่ครบตามสิทธิของผู้นั้น แต่รวมกันแล้วไม่เกินสี่แสนบาท” ให้ไว้ ณวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๔๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากอัตราบำเหน็จดำรงชีพไม่สอดคล้อง กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรปรับปรุงอัตราบำเหน็จดำรงชีพให้มีความเหมาะสม กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๓ ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ กฎกระทรวง กำหนดอัตรำและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 อำศัยอำนำจตำมควำมในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระรำชบัญญัติบำเหน็จบำนำญข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๐๐ และมาตรา 46/1 วรรคสอง แห่งพระรำชบัญญัติบำเหน็จบำนำญ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๐๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระรำชบัญญัติบำเหน็จบำนำญข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔8 รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ให้ยกเลิกควำมในข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงกำหนดอัตรำและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ พ.ศ. 2548 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงกำหนดอัตรำและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552 และให้ใช้ควำมต่อไปนี้แทน “ข้อ 1 บำเหน็จดำรงชีพให้จ่ำยในอัตรำสิบห้ำเท่ำของบำนำญรำยเดือนที่ได้รับแต่ไม่เกิน ห้ำแสนบำท โดยให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพ ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้รับบำนำญซึ่งมีอำยุต่ำกว่ำหกสิบห้ำปี ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน สองแสนบำท
(๒) ผู้รับบำนำญซึ่งมีอำยุตั้งแต่หกสิบห้ำปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงเจ็ดสิบปี ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จ ดำรงชีพได้ไม่เกินสี่แสนบำท แต่ถ้ำผู้รับบำนำญนั้นได้ใช้สิทธิตำม (1) ไปแล้ว ให้ขอรับบำเหน็จ ดำรงชีพได้ไม่เกินส่วนที่ยังไม่ครบตำมสิทธิของผู้นั้น แต่รวมกันแล้วไม่เกินสี่แสนบำท (3) ผู้รับบำนำญซึ่งมีอำยุตั้งแต่เจ็ดสิบปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน ห้ำแสนบำท แต่ถ้ำผู้รับบำนำญนั้นได้ใช้สิทธิตำม (1) หรือ (2) ไปแล้ว ให้ขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน ส่วนที่ยังไม่ครบตำมสิทธิของผู้นั้น แต่รวมกันแล้วไม่เกินห้ำแสนบำท” เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๗๘ ก หนา้ ๔ ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓