ข้อ ๓ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเรือและจำหน่ายทะเบียนเรือขนาดตั้งแต่ สิบตันกรอสที่ใช้ทำการประมง เรือที่ใช้ขนถ่ายเพื่อการประมง เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุกน้ำจืด หรือเรือสนับสนุน การประมงที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ออกจากสมุดทะเบียนเรือ ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) เรือที่ใบอนุญาตใช้เรือสิ้นอายุแล้วก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับและไม่ได้ยื่นคำร้องขอ ต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ โดยให้เพิกถอนเมื่อครบสี่สิบห้าวัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
(๒) เรือที่ใบอนุญาตใช้เรือสิ้นอายุในวันหรือหลังจากวันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับ และไม่ได้ยื่น คำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ โดยให้เพิกถอนเมื่อครบ สามสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตใช้เรือสิ้นอายุ
(๓) เรือที่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมงหรือถูกเพิกถอนหรือยกเลิกใบอนุญาตทำการประมง หรือถูกเพิกถอนหรือยกเลิกทะเบียนเรือขนถ่ายสัตว์น้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง และเจ้าของเรือ ไม่ดำเนินการแจ้งของดใช้เรือหรือขอเปลี่ยนประเภทเรือต่อกรมเจ้าท่าตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือ ในน่านน้ำไทยภายในสามสิบวันตามที่กรมประมงกำหนด โดยให้นายทะเบียนเพิกถอนเมื่อครบสามสิบวัน ตามที่กรมประมงกำหนด เว้นแต่เป็นกรณีที่กรมประมงได้เพิกถอนหรือยกเลิกใบอนุญาตก่อนวันที่คำสั่งนี้ มีผลใช้บังคับ ให้เพิกถอนเมื่อครบสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ เมื่อมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเรือ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้เจ้าของเรือนำเรือพร้อมทั้ง ใบทะเบียนเรือมาคืน ณ สถานที่และเวลาที่กำหนด และให้คณะทำงานตรวจเรือหรือผู้อำนวยการสั่งให้ นำเรือไปจอดและล็อกเรือ และดำเนินการตรวจสอบพร้อมทำเครื่องหมายที่แสดงอัตลักษณ์เรือต่อไป เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๙๗ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ เมษายน ๒๕๖๐ เจ้าของเรือผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนายทะเบียน คณะทำงานตรวจเรือ หรือผู้อำนวยการตามวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทสำหรับเรือที่มีขนาดไม่เกินสิบตันกรอส และปรับเพิ่มตามขนาด ของเรือตันกรอสละสองพันบาท ในกรณีที่เจ้าของเรือแจ้งว่าไม่มีเรือ ให้ผู้อำนวยการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หากปรากฏว่า เจ้าของเรือแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้กรมเจ้าท่าแจ้งให้กรมประมงทราบ และห้ามมิให้กรมประมงออก ใบอนุญาตทำการประมงให้แก่บุคคลดังกล่าวเป็นระยะเวลาสิบปี