ข้อ ๒๑ ให้สำนักงานแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรมหรือคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล แล้วแต่กรณี ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งหรือวันที่สำนักงานได้รับคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล เพื่อดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ต้องคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพิกถอนการยึดหรืออายัดเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล หรือให้ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพิกถอนการระงับการทำธุรกรรม แล้วแต่กรณี และให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องนำส่งเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีการเพิกถอนการยึดหรืออายัด หรือเพิกถอนการระงับการทำธุรกรรม ตามรายการที่กำหนด ไปยังบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่สำนักงานกำหนด
(๒) กรณีที่บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลใดไม่เกี่ยวข้อง กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามหน้าที่และอำนาจต่อไป