ข้อ ๒ ความคุ้มกันขององค์การจากเขตอำนาจศาลและการบังคับคดี
(๑) เว้นแต่องค์การได้สละความคุ้มกันอย่างชัดแจ้งในกรณีหนึ่งใดโดยเฉพาะให้องค์การ ภายในขอบข่ายของกิจกรรมทางการขององค์การ ได้รับความคุ้มกันจากเขตอำนาจศาล เว้นแต่ที่ เกี่ยวกับ (ก) กิจกรรมทางพาณิชย์ใดๆ (ข) การฟ้องคดีแพ่งโดยบุคคลที่สาม สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก อุบัติเหตุโดยสาเหตุจากยานยนต์ หรือยานพาหนะขนส่งอื่น ที่เป็นของหรือ ที่ใช้ในนามขององค์การ หรือในเรื่องของความผิดทางจราจรที่เกี่ยวกับ ยานพาหนะขนส่งเช่นว่านั้น (ค)การอายัดตามคำสั่งถึงที่สุดของศาล ซึ่งเงินเดือนและค่าจ้างรวมทั้งสิทธิใน การได้รับบำนาญซึ่งองค์การค้างจ่ายบุคคลในคณะเจ้าหน้าที่หรืออดีตบุคคล ในคณะเจ้าหน้าที่ (ง) การฟ้องแย้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนพิจารณาของศาลที่องค์การเป็น ฝ่ายเริ่มคดี
(๒) แม้จะเป็นกรณีตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ภาคีของอนุสัญญาหรือบุคคลที่กระทำการ แทนหรือมีสิทธิเรียกร้องจากภาคีอนุสัญญาเหล่านั้นนำคดีฟ้องร้องต่อศาลของภาคีพิธีสารใน เรื่องที่เกี่ยวเนื่องสิทธิและพันธกรณีตามอนุสัญญา
(๓) ทรัพย์สินและสินทรัพย์ขององค์การ ไม่ว่าจะอยู่ ณที่ใดและผู้ใดถือครองให้ได้รับ ความคุ้มกันจากการค้น การหน่วงเหนี่ยว การเรียกเกณฑ์ การยึด การริบ การเวนคืน การอายัด ทรัพย์ระหว่างคดี หรือการบังคับคดี ไม่ว่าจะโดยการกระทำทางบริหาร ทางปกครอง หรือทางศาล เว้นแต่ที่เกี่ยวกับ (ก) การอายัดหรือการบังคับคดีเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ถึงที่สุด ที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินกระบวนพิจารณาใดๆ ที่ดำเนินต่อองค์การ ตามกรณีในวรรคหนึ่ง ๓ (ข)การฟ้องคดีที่กระทำตามกฎหมายของรัฐที่เกี่ยวข้องอันจำเป็น เป็นการ ชั่วคราวที่เกี่ยวเนื่องกับการป้องกันและการสืบสวนในเรื่องอุบัติเหตุที่ เกี่ยวข้องกับยานยนต์หรือพาหนะขนส่งอื่นซึ่งเป็นของหรือใช้ในนามของ องค์การ (ค)การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะและที่มีการจ่ายเงินค่า ทดแทนที่เป็นธรรมโดยพลัน ทั้งนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าการเวนคืนนั้นจะต้องไม่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาระหน้าที่และการปฏิบัติงานขององค์การ