Law collection

กฎกระทรวงการคืนหรือการชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดและการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน พ.ศ. 2567

As promulgated — later amendments not consolidated256725 sections3 chaptersสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาSource PDF · 8 pages
What edition is this?

This is the text as promulgated in the Royal Gazette in the year shown, not a consolidated edition. Sections later amended, added or repealed are not reflected — current enforcement status has not been checked.

Contents of this text

Preamble

เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗ กฎกระทรวง การคืนหรือการชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดและการชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน พ.ศ. ๒๕๖๗ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๔๙/๑ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๕ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

All sections

Show as list
  1. Section

    กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

  2. Section

    ในกฎกระทรวงนี้ “คำร้อง” หมายความว่า คำร้องเพื่อขอรับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำ ความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย

  3. หมวด ๑ การรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหาย5 sections
  4. Section

    ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน เมื่อคณะกรรมการ ธุรกรรมหรือเลขาธิการมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว หรือในกรณีที่ไม่มีการออกคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวและคณะกรรมการธุรกรรมมีมติ ให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน แล้วแต่กรณี ให้สำนักงานประกาศในราชกิจจานุเบกษาและในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน เพื่อให้ผู้เสียหายทราบ และเพื่อยื่นคำร้องตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  5. Section

    ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้เสียหายด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗ (๑) ความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์หรือความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงาน หรือบริการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ซึ่งสำนักงานได้รับรายงาน ความผิดมูลฐานนั้นจากส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำหนังสือถึง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหาย จำนวนความเสียหาย และสถานะการดำเนินคดีเพื่อเรียกร้อง ค่าเสียหายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (๒) ความผิดมูลฐานที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรซึ่งสำนักงานได้รับรายงานความผิดมูลฐานนั้น จากหน่วยงานของรัฐต่างประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำหนังสือถึงหน่วยงาน ดังกล่าวเพื่อขอทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหาย จำนวนความเสียหาย และสถานะการดำเนินคดี ตามกฎหมายเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายนั้น

  6. Section

    ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าข้อเท็จจริงที่ผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องตามข้อ ๓ หรือที่ได้รับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๔ (๑) หรือ (๒) ครบถ้วนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ เสนอข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อพิจารณามีมติให้ดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายต่อไป ในกรณีที่คณะกรรมการธุรกรรมเห็นว่าจำเป็นต้องตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามข้อ ๖ ก่อนเสนอคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาต่อไป

  7. Section

    ในกรณีที่ต้องตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) บันทึกถ้อยคำผู้เสียหายหรือบุคคลใดที่ทราบถึงข้อเท็จจริง โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ จัดให้มีการบันทึกถ้อยคำไว้ เมื่อได้บันทึกถ้อยคำเสร็จแล้ว ให้อ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟังหรือให้ผู้ให้ถ้อยคำ อ่านเองก็ได้ และให้ผู้ให้ถ้อยคำหรือผู้เกี่ยวข้องและพนักงานเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อรับรองไว้เป็นหลักฐาน โดยให้ลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกหน้า (๒) มีหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินคดีความผิดมูลฐาน หรือหน่วยงานอื่นที่รับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย (๓) ดำเนินการอื่นใดเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงตามที่เห็นว่าจำเป็นต่อการพิจารณา

  8. Section

    เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ ในความผิดมูลฐาน เรื่องใดแล้ว หากต่อมาปรากฏทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเรื่องนั้นเพิ่มขึ้นอีก ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่นำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายที่ได้ตรวจสอบและรวบรวมไว้แล้วมาประกอบการพิจารณา เพื่อส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายต่อไป เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗

  9. หมวด ๒ คำร้องและการยื่นคำร้อง11 sections
  10. Section

    บุคคลต่อไปนี้อาจยื่นคำร้องหรือดำเนินการอื่นใดที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ แทนผู้เสียหายได้ (๑) ผู้แทนโดยชอบธรรม กรณีผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้เยาว์ซึ่งสามารถเข้าใจ ตามควรเกี่ยวกับสาระสำคัญแห่งการกระทำของตนที่จะดำเนินการด้วยตนเอง (๒) ผู้อนุบาล กรณีผู้เสียหายเป็นคนไร้ความสามารถ (๓) ทายาทหรือผู้จัดการมรดก กรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย เว้นแต่การรับคืนหรือชดใช้คืน ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายตามคำพิพากษานั้น เฉพาะผู้จัดการมรดกเท่านั้นที่ดำเนินการแทนผู้เสียหายได้ (๔) ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือสามีหรือภริยา ในกรณีที่ผู้เสียหายบาดเจ็บจนไม่สามารถ จะจัดการเองและไม่อาจมอบอำนาจเป็นหนังสือให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้

  11. Section

    คำร้องต้องระบุข้อความให้ถูกต้องครบถ้วนตามแบบที่เลขาธิการกำหนด และต้องแนบหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) สำเนาคำพิพากษาให้ได้รับคืนหรือได้รับชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำความผิดมูลฐาน (๒) สำเนาหลักฐานการร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีอาญาในความผิดมูลฐาน (๓) สำเนาหลักฐานการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากการกระทำความผิดมูลฐาน (๔) หลักฐานอื่นใดตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

  12. Section ๑๐

    การยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ดำเนินการผ่านช่องทางอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานหรือสถานที่อื่นใดตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด (๒) ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียนส่งมาที่สำนักงาน ทั้งนี้ ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทาง ประทับตรารับที่ซองคำร้องเป็นวันยื่นคำร้อง (๓) ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอื่นตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

  13. Section ๑๑

    การยื่นคำร้องหรือการติดต่อใด ๆ และการออกเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์

  14. Section ๑๒

    การมีหนังสือแจ้งผู้เสียหายตามกฎกระทรวงนี้ หากเป็นกรณีที่มิได้ดำเนินการ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือมิได้ส่งมอบให้ถึงตัว ให้แจ้งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับตามที่อยู่ ที่ผู้เสียหายแจ้งความประสงค์ไว้ และให้ถือว่าผู้เสียหายได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันถัดจาก วันส่งไปรษณีย์สำหรับกรณีภายในประเทศ หรือเมื่อครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันถัดจากวันส่งไปรษณีย์ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗ สำหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการส่งหรือรับดังกล่าว หรือได้รับภายหลัง จากวันที่ถือว่าได้รับแล้วนั้น

  15. Section ๑๓

    เมื่อได้รับคำร้องที่ยื่นภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๓ แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบคำร้อง ข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ถ้าถูกต้องครบถ้วนให้ออกใบรับ ตามแบบที่เลขาธิการกำหนดให้แก่ผู้ยื่นคำร้อง แต่หากคำร้องไม่ถูกต้องหรือยังขาดข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ให้แจ้งผู้ยื่นคำร้องทราบทันที ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ให้แจ้งผู้ยื่นคำร้องดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วน ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ในขณะนั้น ให้บันทึกความบกพร่องและรายการข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานที่จะต้องยื่นเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำร้องจะต้องดำเนินการแก้ไข หรือยื่นเพิ่มเติมไว้ในบันทึกดังกล่าวด้วย แล้วแจ้งให้ผู้ยื่นคำร้องทราบ ในกรณีการยื่นคำร้องมิได้กระทำ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ยื่นคำร้องลงนามในบันทึกนั้นไว้ด้วย และเมื่อได้รับคำร้องที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้ออกใบรับตามแบบที่เลขาธิการกำหนดให้แก่ผู้ยื่นคำร้อง และให้พนักงานเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและ ความเสียหายต่อไปโดยเร็ว ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำร้องไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำร้องหรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ พิจารณาข้อเท็จจริงตามเอกสารหรือหลักฐานเท่าที่ปรากฏ

  16. Section ๑๔

    เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและ ความเสียหายเสร็จแล้ว ให้เร่งจัดทำรายงานพร้อมความเห็นเสนอต่อเลขาธิการโดยเร็ว เพื่อขอความเห็นชอบ ในการเสนอเรื่องให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาต่อไป

  17. Section ๑๕

    เมื่อเลขาธิการให้ความเห็นชอบให้เสนอคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อพิจารณามีมติให้ดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งอย่างน้อยจะต้องมีรายการข้อเท็จจริงพร้อมความเห็นให้ดำเนินการเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหาย ดังต่อไปนี้ (๑) รายการผู้เสียหายและจำนวนความเสียหายที่เห็นควรร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืน ในกรณีท่ี ปรากฏหลักฐานว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ดังกล่าว (๒) รายการผู้เสียหายพร้อมด้วยประเภทและจำนวนความเสียหายที่เห็นควรร้องขอให้ศาล มีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายตามสัดส่วน ความเสียหาย ในกรณีท่ีไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าว (๓) รายการผู้เสียหายหรือผู้ยื่นคำร้องซึ่งไม่มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหาย พร้อมเหตุผลประกอบ เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗ (๔) สถานะการดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องทรัพย์สินหรือค่าเสียหายตามกฎหมายอื่น

  18. Section ๑๖

    เมื่อคณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแล้ว ให้เลขาธิการ ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการต่อไปโดยเร็ว แต่หากมีมติไม่เห็นชอบด้วยให้คำร้องหรือข้อเท็จจริง เกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหายนั้นตกไป และให้มีหนังสือแจ้งมติไม่เห็นชอบดังกล่าวแก่ผู้เสียหาย หรือบุคคลตามข้อ ๘ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว ผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายใดไม่เห็นด้วยกับ มติคณะกรรมการธุรกรรมตามวรรคหนึ่ง ให้มีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาทบทวนได้ โดยจัดทำเป็นหนังสือระบุข้อโต้แย้งและเหตุผลที่สนับสนุนข้อโต้แย้งนั้นพร้อมด้วยพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องยื่นต่อเลขาธิการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งมติดังกล่าว ในกรณีที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีหนังสือแจ้งมติดังกล่าวพร้อมกับแจ้งด้วยว่าหากปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในภายหลังว่าผู้เสียหาย หรือบุคคลตามข้อ ๘ ได้ดำเนินการตามกฎหมายอื่นเป็นผลให้ได้รับคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหาย ตามกฎหมายอื่นเต็มจำนวนความเสียหายหรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ หรือหน่วยงานดังกล่าวแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบข้อเท็จจริงนั้นด้วย

  19. Section ๑๗

    ในกรณีที่คณะกรรมการธุรกรรมเห็นว่าเรื่องที่เสนอให้พิจารณานั้นยังมีข้อเท็จจริง ไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัย ให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อไป

  20. Section ๑๘

    เมื่อเลขาธิการได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแล้ว หากพนักงาน เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในภายหลังเกี่ยวกับผลการเรียกร้องทรัพย์สินหรือค่าเสียหายตามกฎหมายอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ สรุปข้อเท็จจริงดังกล่าวเสนอต่อเลขาธิการโดยเร็วเพื่อขอความเห็นชอบในการเสนอเรื่องให้คณะกรรมการ ธุรกรรมพิจารณามีมติให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องที่ยื่นต่อศาลให้ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันต่อไป

  21. หมวด ๓ การเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สิน7 sections
  22. Section ๑๙

    เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ให้สำนักงานดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา หรือคำสั่งศาลโดยเร็ว เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗

  23. Section ๒๐

    การเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในระหว่าง รอการนำไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายตามข้อ ๑๙ ให้สำนักงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นเงินสด ให้นำเข้าฝากสถาบันการเงินตามที่เลขาธิการ กำหนด (๒) ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นอัญมณี เครื่องทองรูปพรรณ หรือของมีค่าอื่น หรือเป็นสังหาริมทรัพย์ ให้เก็บรักษาทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัยตามที่เลขาธิการกำหนด (๓) ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่ไม่สะดวกต่อการขนย้าย หรือจะเป็นภาระแก่ทางราชการในการเก็บรักษา อาจจัดให้ผู้อื่นหรือส่วนราชการอื่นดูแลรักษาทรัพย์สิน หรือจะจ้างคนเฝ้าทรัพย์สินก็ได้ (๔) ถ้าทรัพย์สินที่ต้องเก็บรักษาเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ให้นำเข้าฝากผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ตามที่เลขาธิการกำหนด ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินเห็นว่าการเก็บรักษาและจัดการโดยวิธีการอื่น จะเหมาะสมและเกิดประโยชน์แก่ราชการมากกว่าวิธีการที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษา ทรัพย์สินรายงานเลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาสั่งการให้เก็บรักษาและจัดการได้ตามที่เห็นสมควร ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาและจัดการทรัพย์สินให้ใช้เงินจากงบประมาณ ทั้งนี้ ตามที่เลขาธิการ กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

  24. Section ๒๑

    การเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกนอกสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินหรือการเปลี่ยนสถานที่ เก็บรักษาทรัพย์สิน ให้กระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเลขาธิการ

  25. Section ๒๒

    ในกรณีที่จะต้องนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปชดใช้คืนหรือชดใช้ ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ให้สำนักงานนำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นใด ตามที่สำนักงานเห็นสมควร และนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหรือการจำหน่ายดังกล่าวไปชดใช้คืน หรือชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งนี้ ให้นำระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา ๕๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่สำนักงานไม่อาจนำทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่ผู้เสียหายตามวรรคหนึ่งได้ เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ต้องห้ามตามกฎหมายมิให้บุคคลทั่วไปถือครอง หรือเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ ให้สำนักงานส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ส่วนราชการที่มีหน้าที่ดูแลรักษา ทรัพย์สินนั้นหรือดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

  26. Section ๒๓

    การนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่ผู้เสียหายตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ให้สำนักงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีผู้มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ ค่าเสียหายเป็นผู้เสียหายที่ยื่นคำร้องตามข้อ ๓ ให้สำนักงานมีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายหรือบุคคล เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗ ตามข้อ ๘ มารับทรัพย์สิน ณ สำนักงานหรือสถานที่อื่นใดตามที่สำนักงานกำหนด หรือโอนเงิน เข้าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ ตามที่ได้รับแจ้งความประสงค์ไว้ โดยผู้เสียหาย หรือบุคคลตามข้อ ๘ นั้นเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการโอนเงินดังกล่าว (๒) กรณีผู้มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ ค่าเสียหายเป็นผู้เสียหายในความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์หรือความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการบังคับ ใช้แรงงานหรือบริการที่สำนักงานได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียหายนั้นจากกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ให้สำนักงานส่งทรัพย์สินหรือเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหรือจำหน่าย โดยวิธีอื่นให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อนำไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายต่อไป ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์และเลขาธิการตกลงกัน (๓) กรณีผู้มีสิทธิได้รับคืนหรือชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ ค่าเสียหายเป็นผู้เสียหายในความผิดมูลฐานที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรซึ่งสำนักงานได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ ผู้เสียหายนั้นจากหน่วยงานของรัฐต่างประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ ให้สำนักงานส่งทรัพย์สินหรือเงิน ที่ได้จากการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่นใดให้หน่วยงานดังกล่าวเพื่อนำไปคืนหรือชดใช้คืน หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายต่อไป ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนด

  27. Section ๒๔

    ให้สำนักงานจัดทำบัญชีการนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืน หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายไว้เป็นฐานข้อมูล โดยจะจัดเก็บโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ให้เลขาธิการจัดให้มีการตรวจทานความถูกต้องของบัญชีตามวรรคหนึ่งเป็นระยะ

  28. Section ๒๕

    ในกรณีที่ผู้เสียหายหรือบุคคลตามข้อ ๘ มีหนังสือสละสิทธิการได้รับคืนหรือชดใช้คืน ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือชดใช้ค่าเสียหายตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล หรือไม่มารับคืน หรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายภายในสองปีนับแต่ได้รับแจ้งจากสำนักงานแล้ว ให้สำนักงาน ดำเนินการนำทรัพย์สินนั้นส่งเข้ากองทุน และในกรณีที่มีผู้มาขอรับคืนโดยใช้สิทธิขอรับคืนตามกฎหมายอื่น ซึ่งสามารถทำได้ถึงแม้จะเกินสองปีไปแล้ว ก็ให้สำนักงานส่งคืนทรัพย์สินนั้นแก่ผู้มาขอรับคืนนั้น หากไม่อาจส่งคืนทรัพย์สินได้ ให้คืนเป็นเงินจากกองทุนแทน แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด หากไม่มีผู้มารับคืน เมื่อล่วงพ้นห้าปี ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของกองทุน ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๑๖ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๙/๑ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้การรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ผู้เสียหายและความเสียหาย คำร้องและการยื่นคำร้อง และการเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สิน เพื่อนำไปคืน หรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายในความผิดมูลฐานตามมาตรา ๔๙/๑ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามระยะเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ PoweredbyTCPDF(www.tcpdf.org)

Notes and footnotes

เพื่อนำไปคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย

Where this text comes from
File published by
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาCouncil of State law index
Council of State index entry
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/7124ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — The licence is declared on this dataset record — it is the licence evidence for the whole text
Source file
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMTQ5YTZlNjctMWM2MS00NWNkLTk0M2QtZjZiZGYyZjMzMTA3IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJswMDQwIOC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTY3LTE24LiBLTEucGRmIn0.Gohn3lBGcHPVWVPHqCIA7jRADulwKmSmFzIwKXmV6po8 pp.
File checksum
sha256:7743245cd96dff9a4d6d4c02e1a71a6a07b0b9329ddf712c9a5e7d7860d4e377Pulled at 2026-08-23T21:13:05.456Z
Text extraction
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)Passed ai-law’s gates: ToUnicode repair · SARA AM restored · contiguous sections · OCR witness