ข้อ ๑ กำรออกคำสั่งใช้มำตรกำรบังคับทำงปกครองสำหรับคำสั่งทำงปกครองที่กำหนดให้ ชำระเงิน ให้เป็นอำนำจของเจ้ำหน้ำที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง หรือปลัดทบวง ในกรณีที่ผู้ทำคำสั่งทำงปกครอง เป็นเจ้ำหน้ำที่ของสำนักงำนปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงำนปลัดกระทรวง หรือสำนักงำนปลัดทบวง แล้วแต่กรณี
(๒) อธิบดีหรือหัวหน้ำส่วนรำชกำรที่มีฐำนะเป็นกรม ในกรณีที่ผู้ทำคำสั่งทำงปกครอง เป็นเจ้ำหน้ำที่ของกรมหรือส่วนรำชกำรที่มีฐำนะเป็นกรม แล้วแต่กรณี
(๓) ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด ในกรณีที่ผู้ทำคำสั่งทำงปกครองเป็นเจ้ำหน้ำที่ของรำชกำรส่วนภูมิภำค ในจังหวัด
(๔) ผู้บริหำรรัฐวิสำหกิจ ในกรณีที่ผู้ทำคำสั่งทำงปกครองเป็นเจ้ำหน้ำที่ของรัฐวิสำหกิจ
(๕) ผู้บริหำรหน่วยงำนอื่นของรัฐ ในกรณีที่ผู้ทำคำสั่งทำงปกครองเป็นเจ้ำหน้ำที่ของหน่วยงำนอื่น ของรัฐ
(๖) นำยกองค์กำรบริหำรส่วนจังหวัด นำยกเทศมนตรี ผู้ว่ำรำชกำรกรุงเทพมหานคร หรือนำยกเมืองพัทยำ ในกรณีที่ผู้ทำคำสั่งทำงปกครองเป็นเจ้ำหน้ำที่ขององค์กำรบริหำรส่วนจังหวัด เทศบำลนคร เทศบำลเมือง กรุงเทพมหานคร หรือเมืองพัทยำ แล้วแต่กรณี
(๗) ผู้บริหำรท้องถิ่นอื่นนอกจำก
(๖) โดยควำมเห็นชอบของผู้ว่ำรำชกำรจังหวัด ในกรณี ที่ผู้ทำคำสั่งทำงปกครองเป็นเจ้ำหน้ำที่ขององค์กำรบริหำรส่วนท้องถิ่นนั้น เลม่ ๑๓๖ ตอนที่ ๑๓๖ ก หนา้ ๕ ราชกิจจานุเบกษา ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒
(๘) นำยกสภำวิชำชีพ ในกรณีที่ผู้ทำคำสั่งทำงปกครองเป็นสภำวิชำชีพซึ่งมีอำนาจหน้าที่ ตำมที่กฎหมำยกำหนด
(๙) หัวหน้ำหน่วยงำนของรัฐซึ่งเป็นหน่วยธุรกำรของคณะกรรมกำรนั้น ในกรณีที่ผู้ทำคำสั่ง ทำงปกครองเป็นคณะกรรมกำรตำมกฎหมำย
(๑๐) เจ้ำหน้ำที่ผู้มีอำนำจตำม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ
(๘) แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ผู้ทำคำสั่งทำงปกครองเป็นเอกชนซึ่งได้รับอนุญำต ได้รับแต่งตั้ง หรือได้รับมอบหมำย จำกเจ้ำหน้ำที่ดังกล่ำว