มาตรา ๒๔

ข้อบังคับสภากาชาดไทย ฉบับปรับปรุง ณ วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ · ๒๔๖๓

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง

๒๔

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗๓)พุทธศักราช ข้อ ๒๖ ในการประชุมคณะกรรมการสภานายกเป็นประธานถ้าสภานายกไม่อยู่ อุปนายกผู้อำนวยการเป็นประธาน และถ้าทั้งสองคนนี้ไม่อยู่ ให้กรรมการซึ่งอยู่ ณที่นั้น เลือกผู้ใดผู้ หนึ่งในหมู่ของตนเป็นประธาน ข้อ ๒๗ การลงมติในที่ประชุม ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นประมาณ ถ้ามีเสียง ลงคะแนนเท่ากัน ประธานเป็นผู้ชี้ขาด ในเรื่องที่จะต้องลงมติพิเศษ ต้องมีคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่า ๒ใน ๓ของ จำนวนกรรมการที่มาประชุม จึงจะเป็นมติอันสมบูรณ์ ข้อ ๒๘ การประชุมทุกคราว ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดคน จึงจะเป็น องค์ประชุมได้ ถ้ากรรมการมาไม่ครบองค์ประชุม สภานายกจะเรียกประชุมอีกครั้ง ซึ่งจะได้ประชุม กันภายใน๑๕วัน ข้อ ๒๙ เมื่อได้เลื่อนการประชุมไปแล้ว และได้เรียกประชุมใหม่อีกตามความในข้อ ก่อนก็ดี เมื่อได้เรียกประชุมในเวลาที่มีเหตุการณ์สาธารณภัยพินาศก็ดี หรือในยามสงครามก็ดี ถ้ามี กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าห้าคน ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุมได้ ข้อ ๓๐ ถ้ามีเหตุการณ์สาธารณภัยพินาศหรือสงครามปรากฏว่าจะเรียกประชุม คณะกรรมการไม่ทันกับเหตุการณ์ อันเป็นเรื่องฉุกเฉิน สภานายกจะสั่งจัดการบรรเทาทุกข์ไปก่อนได้ แต่ต้องเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อขออนุมัติในเวลาเร็วที่สุดที่จะทำได้ ถ้าคณะกรรมการให้อนุมัติ ก็เป็นอันใช้ได้ แต่ถ้าไม่อนุมัติ จะดำเนินกิจการนั้นต่อไปไม่ได้ ทั้งนี้ ย่อมไม่กระทบกระเทือนถึงกิจการ ที่ได้ดำเนินมาแล้ว

ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=2463 — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ข้อบังคับสภากาชาดไทย ฉบับปรับปรุง ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2565 มาตรา ๒๔