มาตรา ๓
ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยการดำเนินการกรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็น หรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ พ.ศ. ๒๕๖๓ · ๒๕๖๓
ในระเบียบนี้ “ศาล”หมายความว่า ศาลชั้นต้น ศาลชั้นอุทธรณ์ หรือศาลฎีกาที่พิจารณาคดี ซึ่งส่งความเห็นต่อประธานศาลฎีกาเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาวินิจฉัย “ผู้พิพากษา” หมายความว่า ผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่า ผู้พิพากษาศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา “คำร้อง” หมายความว่าคำร้องที่ขอให้ศาลทำความเห็นและเสนอเรื่องต่อที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกา ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๓๗/ตอนที่๗๓ก/หน้า ๑๙/๑๕กันยายน๒๕๖๓ “ผู้ร้อง” หมายความว่า บุคคลซึ่งยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อโต้แย้งว่าบทบัญญัติ แห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้อง กับสภาพการณ์หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ “ผู้คัดค้าน” หมายความว่า บุคคลซึ่งเป็นคู่ความหรือผู้เสียหายในคดี ซึ่งอาจได้รับ ผลกระทบจากคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และได้ยื่นคำคัดค้านต่อศาล “ผู้รักษาการตามกฎหมาย”หมายความว่ารัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นซึ่งกฎหมาย กำหนดให้เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายนั้น ๆ
ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน