ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยการดำเนินการกรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็น หรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ พ.ศ. ๒๕๖๓

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๓32 มาตรา5 หัวข้อต้นฉบับ PDF · 11 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 fa730192… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๕–๙ · 5 มาตรา
  2. หมวด ๒ การยื่นคำร้อง การจัดทำความเห็นและการเสนอความเห็นมาตรา ๑๐–๑๙ · 10 มาตรา
  3. หมวด ๓ การพิจารณาและวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามาตรา ๒๐–๒๘ · 9 มาตรา
  4. หมวด ๔ การดำเนินการหลังมีคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามาตรา ๒๙–๓๑ · 3 มาตรา
  5. หมวด ๕ ค่าฤชาธรรมเนียมมาตรา ๓๒ · 1 มาตรา

ปรารภ

ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยการดำเนินการกรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็น หรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยที่มาตรา ๖วรรคหนึ่ง ของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒กำหนดให้การที่ศาลยุติธรรมจะใช้บทบัญญัติ แห่งกฎหมายที่มีโทษทางอาญา โทษทางปกครอง หรือสภาพบังคับที่เป็นผลร้ายอื่นแก่ผู้ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติ แห่งกฎหมายนั้น หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต หรือการประกอบอาชีพและมิใช่กรณีบทบัญญัตินั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญอันเป็นอำนาจของ ศาลรัฐธรรมนูญ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น หากศาลเห็นว่าเป็นเหตุผลอันสมควร ให้ศาลส่งความเห็นต่อประธานศาลฎีกาเพื่อเสนอที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาวินิจฉัย และมาตรา ๖วรรคสี่ กำหนดให้การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามระเบียบที่ประชุม ใหญ่ศาลฎีกา ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖วรรคสี่ ของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์ การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๓ การพิจารณาและวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

    9 มาตรา
  2. ๒๐

    เมื่อได้รับความเห็นของศาล ให้ประธานศาลฎีกามอบหมายผู้พิพากษา อย่างน้อยสามคนเป็นองค์คณะผู้พิพากษา และผู้พิพากษาซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในศาลฎีกาทำหน้าที่เป็น เลขานุการ องค์คณะ แต่ทั้งนี้ องค์คณะผู้พิพากษาดังกล่าวต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นองค์คณะในการ พิจารณาพิพากษาคดีที่มีการเสนอความเห็น

  3. ๒๑

    ให้องค์คณะผู้พิพากษาจัดทำบันทึกความเห็นสรุปสำนวนเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาว่าควรรับเรื่องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ องค์คณะผู้พิพากษาอาจเสนอความเห็นว่าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่ควรรับเรื่องไว้ พิจารณาวินิจฉัยในกรณีดังเช่น

    (๑) บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นไม่ใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีโทษทางอาญา โทษทางปกครองหรือสภาพบังคับที่เป็นผลร้ายอื่นแก่ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม

    (๒) ศาลไม่จำต้องใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นบังคับแก่คดี

    (๓) บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญอันเป็นอำนาจของ ศาลรัฐธรรมนูญ

    (๔) เคยมีคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัติแห่ง กฎหมายนั้นและไม่มีข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไป

    (๕) มีมาตรการอื่นตามกฎหมายที่เยียวยาผลกระทบของบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ดังกล่าว นอกเหนือจากการอาศัยผลคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

    (๖) เหตุอื่นอันไม่สมควรรับไว้พิจารณาวินิจฉัย

  4. ๒๒

    เมื่อองค์คณะผู้พิพากษาทำบันทึกความเห็นสรุปสำนวนเสร็จแล้ว ให้เสนอ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อจัดให้มีการลงมติว่าจะรับเรื่องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ ในกรณีที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีมติไม่รับเรื่องไว้พิจารณาวินิจฉัย ให้จัดทำเป็นคำสั่ง ตามมติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา โดยให้องค์คณะผู้พิพากษาเป็นผู้จัดทำคำสั่งตามมติของที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกาและลงลายมือชื่อในคำสั่ง

  5. ๒๓

    ผู้พิพากษาซึ่งเคยเป็นองค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดีในศาลชั้นต้น หรือศาลชั้นอุทธรณ์อาจแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง ลงคะแนน

  6. ๒๔

    เมื่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีมติให้รับเรื่องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว ให้องค์คณะ ผู้พิพากษารวบรวมข้อเท็จจริงเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป เว้นแต่ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีมติเป็นอย่างอื่น และให้นำความในข้อ ๑๔และข้อ ๒๑ถึงข้อ ๒๓มาใช้บังคับ โดยอนุโลม เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง องค์คณะผู้พิพากษามีอำนาจให้ สถาบันวิจัย และพัฒนารพีพัฒนศักดิ์รับฟังความคิดเห็น วิเคราะห์ผลกระทบ ตลอดจนประสานงาน กับผู้รักษาการตามกฎหมาย คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือ ดำเนินการอื่นใดภายในเวลาอันสมควร

  7. ๒๕

    เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ประธาน ศาลฎีกาอาจแต่งตั้งผู้พิพากษาซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในศาลฎีกาหรือศาลอื่น หรือผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นคณะทำงาน เพื่อศึกษา รวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร

  8. ๒๖

    เมื่อองค์คณะผู้พิพากษารวบรวมข้อเท็จจริงเสร็จแล้วให้จัดทำความเห็นเบื้องต้น พร้อมเหตุผลประกอบด้วยสรุปความเห็นของศาลข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการรวบรวมข้อเท็จจริงและ ความเห็นขององค์คณะผู้พิพากษาพร้อมเหตุผลประกอบความเห็น เสนอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา พิจารณาล่วงหน้าก่อนวันนัดประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ให้องค์คณะผู้พิพากษาจัดทำคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามมติของ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และลงลายมือชื่อในคำวินิจฉัยนั้น

  9. ๒๗

    คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้ทำเป็นหนังสือ และอย่างน้อย ต้องกล่าวหรือแสดง

    (๑) ชื่อคู่ความ

    (๒) สรุปคำร้อง คำคัดค้าน และความเห็นของศาล

    (๓) สรุปข้อเท็จจริงที่ได้จากการรวบรวมขององค์คณะผู้พิพากษา

    (๔) เหตุผลในการวินิจฉัย

    (๕) ข้อมูลและบทบัญญัติของกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิง

    (๖) คำชี้ขาดและผลของคำชี้ขาด

    (๗) ลายมือชื่อขององค์คณะผู้พิพากษาที่ทำคำสั่งหรือคำวินิจฉัย

  10. ๒๘

    คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ให้มีผลในวันที่ศาลฎีกาอ่าน เมื่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยแล้ว ให้ศาลฎีกาอ่านคำสั่งหรือ คำวินิจฉัยนั้นโดยเปิดเผย พร้อมปิดประกาศไว้ที่ศาลฎีกาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ในกรณีที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามที่ศาล เสนอความเห็นหมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต หรือการประกอบอาชีพ ให้ประกาศคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา โดยเร็ว

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/8913ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiM2JlMzcwNzQtZjk0NS00MGNkLWJhMTQtMjQ2MDJiNGZjOGJkIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKswMDYzIOC4o-C4sOC5gOC4muC4teC4ouC4miAyNTYzLTcz4LiBLTE5LnBkZiJ9.x57H_uk3s3gFnUCwHGri55C-sHv7EwUC67y4yz7IiZM11 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:fa7301928bd4c537cabffd3a09e599db2e288d76ae0c40a11262c9a0944d63e5ดึงเมื่อ 2026-08-24T01:27:25.856Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR
ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ว่าด้วยการดำเนินการกรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็น หรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ พ.ศ. 2563