ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ พ.ศ. ๒๕๖๖

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๕๐6 มาตราต้นฉบับ PDF · 3 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 2110b070… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ปรารภ

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนพ.ศ. ๒๕๕๐ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยที่มาตรา ๓๙แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕มีผลให้ ความผิดทางอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียว ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐เป็นความผิด ทางพินัย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖เป็นต้นไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชนพ.ศ. ๒๕๕๐จึงต้องกำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. ๒๕๖๕รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ทุกมาตรา

ดูเป็นรายการ
  1. ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง กำหนดเจ้าหน้าที่ ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐พ.ศ. ๒๕๖๖”

  2. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

  3. ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐

    (๑) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

    (๒) รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

    (๓) ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

    (๔) เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

    (๕) รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

    (๖) ผู้ว่าราชการจังหวัด

    (๗) ศึกษาธิการจังหวัด

    (๘) รองศึกษาธิการจังหวัด

    (๙) ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด

    (๑๐) ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด (๑๑)รองผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด (๑๒)ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอ ๑ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๐/ตอนพิเศษ๒๖๙ง/หน้า ๑๐/๓๐ตุลาคม๒๕๖๖

    (๑๓) ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษามอบหมาย ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้ นไปหรือเทียบเท่า ในสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไป หรือเทียบเท่า ในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด แล้วแต่กรณี

  4. ในกรณีอัตราค่าปรับเป็นพินัยอย่างสูงไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีอำนาจปรับเป็นพินัย ดังต่อไปนี้

    (ก) กรณีโรงเรียนในระบบ ประเภทอาชีวศึกษา ความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓(๑)

    (ข) กรณีโรงเรียนนอกจาก (ก)

    (๑) ความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในกรุงเทพมหานคร ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓(๔)

    (๒) ความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓(๖) ในแต่ละจังหวัด

    (๓) ความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในจังหวัดอื่น นอกจาก กรุงเทพมหานครจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓(๗) ในแต่ละจังหวัด

  5. ในกรณีอัตราค่าปรับเป็นพินัยอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท ต้องทำเป็นองค์คณะ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓ไม่น้อยกว่าสามคน ให้มีอำนาจปรับเป็นพินัย ดังต่อไปนี้

    (ก) กรณีโรงเรียนในระบบ ประเภทอาชีวศึกษา ความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓(๑) เป็นหัวหน้าองค์คณะ และให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓(๑) ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ตั้งองค์คณะอีกไม่น้อยกว่าสองคนจากข้อ ๓(๒) (๓) หรือ (๑๓)

    (ข) กรณีโรงเรียนนอกจาก (ก)

    (๑) ความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในกรุงเทพมหานคร ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓(๔) เป็นหัวหน้าองค์คณะ และให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓(๔) ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ตั้งองค์คณะอีกไม่น้อยกว่าสองคนจากข้อ ๓(๕) หรือ (๑๓)

    (๒) ความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓(๔) ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ กำหนดผู้เป็นหัวหน้าองค์คณะหนึ่งคนจากข้อ ๓(๖) และองค์คณะ อีกไม่น้อยกว่าสองคนจากข้อ ๓(๑๐)(๑๑)(๑๒)หรือ (๑๓)

    (๓) ความผิดซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในจังหวัดอื่น นอกจาก กรุงเทพมหานครจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามข้อ ๓(๔) ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ กำหนดผู้เป็นหัวหน้าองค์คณะหนึ่งคน จากข้อ ๓(๗) และองค์คณะอีกไม่น้อยกว่าสองคนจากข้อ ๓(๘) (๙) หรือ (๑๓)

  6. ให้เจ้าหน้าที่ ของรัฐผู้ มี อำนาจปรับเป็นพินัยตามประกาศนี้ ปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ประกาศณวันที่ ๒๕ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/9288ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiMDRlN2YxZDMtNzcyYy00MzljLTlhYzgtODBhYmFjMDEzMzliIiwiZmlsZW5hbWUiOiLguKcwMDg5IOC4m-C4o-C4sOC4geC4suC4qCAyNTY2LeC4njI2OeC4hy0xMC5wZGYifQ.WGuC7x8wffAzMUouR-tn0pC9ZGwwWkf9yh3UjKWvrSg3 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:2110b07069d8e80a126f2072c830c081776ef6640c275ec9b43debf70a7e926dดึงเมื่อ 2026-08-24T01:16:56.831Z
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR