มาตรา

ประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เรื่อง กำหนดองค์คณะที่มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรณีค่าปรับเป็นพินัยมีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท พ.ศ. ๒๕๖๖ · ๒๕๖๖

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง

ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นองค์คณะที่มีอำนาจ ปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรณีค่าปรับเป็นพินัยมีอัตราอย่างสูง เกินหนึ่งหมื่นบาทในความผิดเกี่ยวกับกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ซึ่งได้เกิด อ้างหรือเชื่อว่า ได้เกิดในเขตพื้นที่ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลและรับผิดชอบ

(๑) นักวิชาการสาธารณสุขไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปหรือวิศวกร ไม่ต่ำกว่า ระดับชำนาญการขึ้นไป หรือนายช่างเทคนิค ไม่ต่ำกว่าระดับอาวุโสขึ้นไป ที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ ๑- ๑๒เป็นหัวหน้าองค์คณะ ในกรณีผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุน บริการสุขภาพไม่ได้เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย หรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้อำนวยการกองกฎหมาย เป็นหัวหน้าคณะ

(๒) นักวิชาการสาธารณสุขไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปหรือวิศวกร ไม่ต่ำกว่า ระดับชำนาญการขึ้นไปที่ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ ๑- ๑๒เป็นองค์คณะ ในกรณีรองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพไม่ได้เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นิติกรระดับชำนาญการขึ้นไป เป็นองค์คณะ

(๓) นักวิชาการสาธารณสุขไม่ต่ำกว่าระดับชำนาญการขึ้นไปหรือวิศวกร ไม่ต่ำกว่า ระดับชำนาญการขึ้นไป ที่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพหรือเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพในศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ ๑- ๑๒ แล้วแต่กรณี เป็นองค์คณะและเลขานุการในกรณีที่หัวหน้ากลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ หรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพไม่ได้เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นิติกรระดับชำนาญการขึ้นไป เป็นองค์คณะและเลขานุการ ให้องค์คณะตามวรรคหนึ่งหรือผู้ที่องค์คณะมอบหมาย ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง สำหรับการกระทำความผิดทางพินัยที่เกิดขึ้น ในเขตพื้นที่ที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลและรับผิดชอบ และให้ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่๑- ๑๒หรือผู้อำนวยการกองกฎหมายกรณีผู้อำนวยการ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพไม่ได้เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แล้วแต่กรณี เป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางพินัยต่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นหนังสือ และแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง หรือแก้ข้อกล่าวหาภายในระยะเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ให้องค์คณะตามวรรคหนึ่งลงลายมือชื่อในคำสั่งปรับเป็นพินัยทุกคนและส่งคำสั่งให้ ผู้ถูกกล่าวหาทราบ ข้อ ๖ ให้องค์คณะที่มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามประกาศนี้ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย การปรับเป็นพินัย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ประกาศณวันที่ ๔ธันวาคมพ.ศ. ๒๕๖๖ สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

ลิงก์อ้างอิงตรึงฉบับด้วย ?v=2566 — ถ้าวันหนึ่งมีฉบับแก้ไขถูกนำเข้า ลิงก์นี้จะยังชี้ฉบับเดิม

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

ประกาศกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เรื่อง กำหนดองค์คณะที่มีอำนาจปรับเป็นพินัยตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรณีค่าปรับเป็นพินัยมีอัตราอย่างสูงเกินหนึ่งหมื่นบาท พ.ศ. 2566 มาตรา ๕