This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๑๒

Other items in this volume

มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มูลปริยายวรรค มูลปริยายสูตรมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มูลปริยายวรรค สัพพาสวสังวรสูตรมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มูลปริยายวรรค ธรรมทายาทสูตรมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มูลปริยายวรรค ภยเภรวสูตรมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มูลปริยายวรรค อนังคณสูตรมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มูลปริยายวรรค อากังเขยยสูตร ว่าด้วยข้อที่พึงหวังได้ ๑๗ อย่างมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มูลปริยายวรรค วัตถูปมสูตร ว่าด้วยข้ออุปมาด้วยผ้ามัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มูลปริยายวรรค สัลเลขสูตรมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มูลปริยายวรรค สัมมาทิฏฐิสูตรมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มูลปริยายวรรค สติปัฏฐานสูตรมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค จูฬสีหนาทสูตร ว่าด้วยเหตุแห่งการบันลือสีหนาทมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค มหาสีหนาทสูตร ว่าด้วยเหตุแห่งการบันลือสีหนาทมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค มหาทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยกองทุกข์ใหญ่มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค จูฬทุกขักขันธสูตร ว่าด้วยกองทุกข์มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค อนุมานสูตร ว่าด้วยความคาดหมายมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค เจโตขีลสูตร ว่าด้วยตะปูตรึงใจมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค วนปัตถสูตร ว่าด้วยการอยู่ป่ามัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค มธุปิณฑิกสูตร ว่าด้วยธรรมบรรยายที่ไพเราะมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค เทวธาวิตักกสูตร ว่าด้วยความวิตก ๒ ส่วนมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ สีหนาทวรรค วิตักกสัณฐานสูตร ว่าด้วยอาการแห่งวิตกมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค กกจูปมสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยเลื่อยมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค อลคัททูปมสูตร ว่าด้วยข้ออุปมาด้วยอสรพิษมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค วัมมิกสูตร ว่าด้วยปริศนาจอมปลวกมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค รถวินีตสูตร ภิกษุชาวชาติภูมิยกย่องพระปุณณมันตานีบุตรมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค นิวาปสูตร อุปมาพรานปลูกหญ้าล่อเนื้อมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค ปาสราสิสูตร อุปมากองบ่วงดักสัตว์มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค จูฬหัตถิปโทปมสูตร อุปมาด้วยรอยเท้าช้างมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค มหาหัตถิปโทปมสูตร อุปมาอริยสัจกับรอยเท้าช้างมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค มหาสาโรปมสูตร อุปมาพรหมจรรย์กับแก่นไม้มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค จูฬสาโรปมสูตร อุปมานักบวชกับผู้แสวงหาแก่นไม้มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค จูฬโคสิงคสาลสูตร เหตุแห่งความสามัคคีมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค มหาโคสิงคสาลสูตร การสนทนาธรรมเรื่องผู้ทำให้ป่างามมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค มหาโคปาลสูตร ว่าด้วยองค์แห่งนายโคบาลกับของภิกษุมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค จูฬโคปาลสูตร อุปมาด้วยนายโคบาลมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค จูฬสัจจกสูตร เรื่องสัจจกนิครนถ์สนทนากับพระอัสสชิเถระมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค มหาสัจจกสูตร สัจจกนิครนถ์ทูลถามปัญหามัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค จูฬตัณหาสังขยสูตร ว่าด้วยข้อปฏิบัติธรรมเป็นที่สิ้นตัณหามัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค มหาตัณหาสังขยสูตร ว่าด้วยสาติภิกษุมีทิฏฐิลามกมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค มหาอัสสปุรสูตร ว่าด้วยธรรมทำความเป็นสมณพราหมณ์มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ มหายมกวรรค จูฬอัสสปุรสูตร ว่าด้วยข้อปฏิบัติอันดียิ่งของสมณะมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ จูฬยมกวรรค สาเลยยกสูตร ทรงโปรดชาวบ้านสาละมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ จูฬยมกวรรค เวรัญชกสูตร ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้เข้าถึงสุคติมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ จูฬยมกวรรค มหาเวทัลลสูตร การสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปีติมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ จูฬยมกวรรค จูฬเวทัลลสูตร การสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปีติมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ จูฬยมกวรรค จูฬธรรมสมาทานสูตร ว่าด้วยธรรมสมาทาน ๔มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ จูฬยมกวรรค มหาธรรมสมาทานสูตร ว่าด้วยธรรมสมาทาน ๔มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ จูฬยมกวรรค วีมังสกสูตร ว่าด้วยการตรวจดูธรรมมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ จูฬยมกวรรค โกสัมพิยสูตร ทรงโปรดภิกษุชาวเมืองโกสัมพีมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ จูฬยมกวรรค พรหมนิมันตนิกสูตร ว่าด้วยพกพรหมมีทิฏฐิอันลามกมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ จูฬยมกวรรค มารตัชชนียสูตร ว่าด้วยการคุกคามมาร

Scripture

มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค มหาสาโรปมสูตร อุปมาพรหมจรรย์กับแก่นไม้

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation27 lines1 editions

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

อรรถกถามหาสาโรปมสูตร

มหาสาโรปมสูตร เริ่มต้นว่า ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ :-

พึงทราบวินิจฉัยในมหาสาโรปมสูตรนั้นดังต่อไปนี้.

บทว่า อจิรปกฺกนฺเต ความว่า เมื่อพระเทวทัตต์ทำลายสงฆ์ ทำโลหิตุปบาทกรรม ทำพระโลหิตให้ห้อ หลีกไปไม่นาน พาพรรคพวกแยกไปโดยเพศเดิมของตน.

ในคำว่า อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ กุลปุตฺโต ท่านมิได้กำหนดว่ากุลบุตรชื่อโน้นก็จริง ถึงอย่างนั้น คำนี้พึงทราบว่า ท่านกล่าวหมายเฉพาะพระเทวทัตต์เท่านั้น.

จริงอยู่ พระเทวทัตต์ ชื่อว่าเป็นกุลบุตรโดยชาติ เพราะเกิดในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช ตามเชื้อสายมหาสมบัติราชที่ไม่ระคนวงศ์อื่น.

บทว่า โอติญฺโณ ได้แก่ ชาติของผู้ใดอยู่ภายใน ผู้นั้นชื่อว่าผู้ถูกชาติครอบงำแล้ว.

แม้ในชราเป็นต้นก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

ปัจจัย ๔ ชื่อว่าลาภ ในคำว่า ลาภและสักการะเป็นต้น.

บทว่า สกฺกาโร ได้แก่ ปัจจัย ๔ เหล่านั้นที่เขาจัดไว้ดีแล้ว.

บทว่า สิโลโก ได้แก่ การพูดสรรเสริญ.

บทว่า อภินิพฺพตฺเตติ ได้แก่ ให้เกิด.

บทว่า อปญฺญาตา ความว่า ไม่ปรากฏในสถานที่ชนทั้ง ๒ ดำรงอยู่ ย่อมไม่ได้แม้เพียงอาหารและเครื่องนุ่งห่ม.

บทว่า อปฺเปสกฺขา ได้แก่ พวกที่ไม่มีบริวาร ไม่ได้คนแวดล้อมไปข้างหน้าหรือข้างหลัง.

บทว่า สาเรน สารกรณียํ ได้แก่ สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเพลา ล้อ แอกและไถเป็นต้นที่จะพึงทำด้วยไม้แก่น.

บทว่า สาขาปลาสํ อคฺคเหสิ พฺรหฺมจริยสฺส ความว่า ปัจจัย ๔ ชื่อว่ากิ่งไม้ใบสด ของศาสนพรหมจรรย์อันมีมรรคผลเป็นสาระ ได้ถือเอาแต่กิ่งไม้ใบสดนั้น.

บทว่า เตน จ โวสานํ อาปาทิ ความว่า ก็ด้วยเหตุนั้นแล พระเทวทัตนั้นจึงหยุดด้วยเข้าใจว่า พอแค่นี้ เราพบสาระแล้ว.

บทว่า ญาณทสฺสนํ อภินิพฺพตฺเตติ ความว่า พระเทวทัตต์ได้อภิญญา ๕ ก็ทิพยจักษุอยู่สุดท้ายของอภิญญา ๕ ทิพยจักษุนั้น ท่านกล่าวว่า ญาณทัสสนะในพระสูตรนี้.

บทว่า อชานํ อปสฺสํ วิหรนฺติ ความว่า ภิกษุทั้งหลายไม่รู้สุขุมรูปไรๆ โดยที่สุดแม้ปีศาจคลุกฝุ่นก็ไม่เห็นอยู่.

บทว่า อสมยวิโมกฺขํ อาราเธติ ความว่า กุลบุตรย่อมยินดี ย่อมให้ถึงพร้อมย่อมได้โลกุตตรธรรม ๙ ที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ อสมยวิโมกข์ เป็นไฉน คือ อริยมรรค ๔ สามัญญผล ๔ นิพพาน ๑ นี้ ชื่อว่าอสมยวิโมกข์.

จริงอยู่ สมาบัติที่เป็นโลกิยะ ย่อมพ้นจากธรรมที่เป็นข้าศึกในขณะที่ถึงอัปปนานั้นเอง เพราะฉะนั้น โลกิยสมาบัตินั้น ท่านจึงกล่าวว่าเป็นสมยวิโมกข์ อย่างนี้ว่า สมยวิโมกข์เป็นไฉน คือ รูปาวจรสมาบัติ ๔ อรูปาวจรสมาบัติ ๔ นี้เรียกว่าสมยวิโมกข์ ส่วนโลกุตตรธรรมย่อมพ้นได้ทุกกาล.

จริงอยู่ มรรคจิตและผลจิตที่พ้นคราวเดียว ก็เป็นอันพ้นไปเลย นิพพานก็พ้นแล้วเด็ดขาดจริงจากสรรพกิเลสส่วนเดียว เพราะฉะนั้น ธรรม ๙ เหล่านี้ ท่านจึงกล่าวว่า อสมยวิโมกข์.

บทว่า อกุปฺปา เจโตวิมุตฺติ ได้แก่ วิมุตติสัมปยุตด้วยอรหัตตผล.

ประโยชน์นี้ของพรหมจรรย์นั้นมีอยู่ เพราะเหตุนั้น พรหมจรรย์นั้นจึงชื่อว่าเอตทัตถะ คือพรหมจรรย์นี้มีพระอรหัตตผลนั้นเป็นประโยชน์. ท่านอธิบายว่า นี้เป็นประโยชน์ของพรหมจรรย์นั้น.

บทว่า เอตํ สารํ ความว่า อรหัตตมรรคและอรหัตตผลนี้เป็นสาระแห่งพรหมจรรย์.

บทว่า เอตํ ปริโยสานํ ความว่า อรหัตตผลนี้เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ นี้เป็นสุดท้าย ไม่มีผลที่จะพึงบรรลุยิ่งขึ้นไปกว่านี้ เพราะฉะนั้น ท่านจึงจบเทศนาตามอนุสนธิดังนี้แล.

จบ อรรถกถามหาสาโรปมสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ โอปัมมวรรค มหาสาโรปมสูตร อุปมาพรหมจรรย์กับแก่นไม้ · Volume 12