This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation34 lines1 editions

๓. อรรถกถาจูฬมาลุงกยโอวาทสูตร

อรรถกถาเรียก มาลุงกยสูตร.

จูฬมาลุงกยโอวาทสูตร มีบทเริ่มต้นว่า เอวมฺเม สุตํ ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้.

ในบทเหล่านั้นบทว่า มาสุงฺกฺยปุตฺตสฺส พระเถระมีชื่ออย่างนี้.

บทว่า ฐปิตานิ ปฏิกฺขิตฺตานิ ทรงงดทรงห้าม คือพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงงดทรงห้ามอย่างนี้ว่าทิฏฐิทั้งหลายไม่ควรพยากรณ์.

บทว่า ตถาคโต คือ สัตว์.

บทว่า ตมฺเม น รุจฺจติ คือการไม่พยากรณ์นั้นไม่ชอบใจแก่เรา.

บทว่า สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย เราจะลาสิกขา.

บทว่า โก สนฺโต กํ ปจฺจาจิกฺขสิ เธอเป็นอะไร จะมาทวงกะใครเล่า. ความว่า ผู้ขอพึงทวงกะผู้ยืม หรือผู้ยืมควรทวงกะผู้ขอ ท่านมิใช่ผู้ขอ มิใช่ผู้ยืม บัดนี้ท่านเป็นอะไร จะมาทวงกะใครเล่า.

บทว่า วิทฺโธ อสฺส บุรุษถูกแทงด้วยศร คือถูกข้าศึกแทงเอา.

บทว่า คาฬฺหเลปเนน คือ ด้วยศรอันอาบยาพิษที่ฉาบทาไว้หนา.

บทว่า ภิสกฺกํ คือ แพทย์ผู้ชำนาญ.

บทว่า สลฺลกตฺตํ คือ ทำการผ่าตัดเย็บบาดแผล.

บทว่า อกฺกสฺส แปลว่า ปอ คือเอาปอทำสายธนู. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อกฺกสฺส ทำด้วยปอ.

บทว่า สณฺฐสฺส คือ ผิวไม้ไผ่. ชนทั้งหลายทำป่านและเยื่อไม้ด้วยปอนั่นเอง. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ยทิ วา มรุวาย ยทิ วา ขิรปณฺณิโน ด้วยป่านหรือเยื่อไม้ดังนี้.

บทว่า คจฺฉํ ไม้ที่เกิดเอง คือเกิดที่หลืบภูเขาหรือสายน้ำ.

บทว่า โรปิมํ ไม้ปลูก คือไม้ปลูกที่งอกงามทำเป็นศร.

บทว่า สิถิลหนุโน เป็นชื่อของนกที่มีชื่อว่า สิถิลหนุ.

บทว่า โรรุวรสฺส ได้แก่ ค่าง.

บทว่า เสมฺหารสฺส ได้แก่ ลิง.

บทว่า เอวํ โน ไม่ใช่อย่างนั้น. ความว่า เมื่อทิฏฐิมีอยู่อย่างนั้นก็ไม่ใช่.

บทว่า อตฺเถว ชาติ ชาติยังมีอยู่ คือเมื่อมีทิฏฐิอย่างนั้นการอยู่พรหมจรรย์ย่อมไม่มี แต่ชาติยังมีอยู่.

อนึ่ง ท่านแสดงถึงชราและมรณะเป็นต้นด้วย.

บทว่า เยสาหํ ตัดบทเป็น เยสํ อหํ.

บทว่า นิฆาตํ ความเพิกถอน คือเข้าไปกำจัดให้พินาศ. อธิบายว่า เพราะสาวกทั้งหลายของเราเบื่อหน่ายในชราและมรณะเป็นต้นเหล่านั้น จึงบรรลุนิพพานในศาสนานี้แหละ.

บทว่า ตสฺมาติห ความว่า เพราะฉะนั้นแหละ ข้อนั้นเราไม่พยากรณ์เลย เราพยากรณ์อริยสัจ ๔ เท่านั้น.

บทว่า นเหตํ มาลุงฺกฺยปุตฺต อตฺถสญฺหิตํ ดูก่อนมาลุงกยบุตร ข้อนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์เลย คือทิฏฐินี้ก็ดีพยากรณ์นี้ก็ดี มิได้อาศัยเหตุเลย.

บทว่า น อาทิพฺรหฺมจริยกํ ไม่เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์คือแม้เพียงเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ก็ไม่มี แม้เพียงศีลในส่วนเบื้องต้นก็ไม่มี.

ในบทว่า น นิพฺพิทาย ไม่เป็นไปเพื่อความหน่ายเป็นต้นมีความดังต่อไปนี้ ไม่เป็นไปเพื่อความหน่ายในวัฏฏะ เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อดับวัฏฏะ เพื่อสงบราคะเป็นต้น เพื่อรู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้มรรค ๔ หรือเพื่อทำให้แจ้งนิพพานอันเป็นอสังขตธรรม.

บทว่า เอตญฺหิ คือ การพยากรณ์อริยสัจ ๔ นี้.

บทว่า อาทิพฺรหฺมจริยกํ คือ เป็นเบื้องต้นเป็นพื้นฐานของพรหมจรรย์.

บทที่เหลือพึงทราบโดยนัยตรงกันข้ามกับที่กล่าวแล้ว.

พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงจบพระธรรมเทศนาแม้นี้ด้วยสามารถบุคคลที่ควรแนะนำได้.

จบอรรถกถาจูฬมาลุงกยโอวาทสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑