This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation27 lines1 editions

๓. อรรถกถาสัปปุริสธรรมสูตร

บาลีเป็นสัปปุริสสูตร

สัปปุริสธรรมสูตร มีคำเริ่มต้นว่า ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สปฺปุริสธมฺมํ ได้แก่ ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลาย.

บทว่า อสปฺปุริสธมฺมํ ได้แก่ ธรรมของคนเลวทั้งหลาย.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงวางแม่บทไว้อย่างนี้แล้ว เมื่อทรงแสดงธรรมที่ควรละก่อน จึงตรัสคำมีอาทิว่า กตโม จ ภิกฺขเว อสปฺปุริสธมฺโม ดังนี้ไว้อีก เหมือนบุรุษผู้ฉลาดในทางบอกทางที่ควรละก่อนว่า จงละทางซ้าย ถือเอาทางขวา ฉะนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุจฺจากุลา ความว่า จากตระกูลกษัตริย์หรือจากตระกูลพราหมณ์ ด้วยว่าตระกูลทั้งสองนี้เท่านั้น เรียกว่าตระกูลสูง.

บทว่า โส ตตฺถ ปุชฺโช ความว่า ในภิกษุเหล่านั้น ภิกษุรูปนั้นเป็นผู้ควรบูชา.

บทว่า อนฺตรํ กริตฺวา ได้แก่ กระทำไว้ภายใน

บทว่า มหากุลา ได้แก่ จากตระกูลกษัตริย์ ตระกูลพราหมณ์หรือตระกูลแพศย์. เพราะตระกูลทั้งสามนี้เท่านั้น เรียกว่าตระกูลใหญ่

บทว่า มหาโภคกุลา คือ จากตระกูลที่สมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์มากมาย.

บทว่า อุฬารโภคกุลา คือ จากตระกูลที่พรั่งพร้อมด้วยโภคทรัพย์อันโอฬาร คือประณีต.

ในบททั้งสองนี้ย่อมได้ตระกูลแม้ทั้ง ๔ ตระกูล เพราะผู้เกิดในตระกูลใดตระกูลหนึ่งย่อมเป็นผู้มีโภคทรัพย์มากบ้าง มีโภคทรัพย์โอฬารบ้าง ด้วยผลบุญทั้งหลาย.

บทว่า ยสสฺสี แปลว่า พรั่งพร้อมด้วยบริวาร.

บทว่า อปฺปญฺญาตา ได้แก่ ย่อมไม่ปรากฏในท่ามกลางสงฆ์เป็นต้น เหมือนลูกศรที่ยิงไปในเวลากลางคืน.

บทว่า อปฺเปสกฺขา แปลว่า มีบริวารน้อย.

บทว่า อารญฺญิโก คือ สมาทานธุดงค์มีอยู่ในป่าเป็นวัตร. แม้ในธุดงค์ที่เหลือทั้งหลายก็นัยนี้นั่นแล. ก็ในบาลีพระสูตรนี้ธุดงค์มา ๙ ข้อเท่านั้น. แต่โดยพิสดารธุดงค์นี้มี ๑๓ ข้อ.

ในบรรดาธุดงค์ ๑๓ นั้น ธุดงค์ที่ควรจะพูดถึงทั้งหมดนั้นได้พูดไว้แล้วในธุดงคนิทเทส ในวิสุทธิมรรคโดยอาการทั้งปวง.

ในบทว่า อตมฺมยตา ตัณหาเรียกว่า ตมฺมยตา. อธิบายว่า ความเป็นผู้ไม่มีตัณหา.

บทว่า อตมฺมยตํ เจว อนฺตรํ กริตฺวา ความว่า ทำความเป็นผู้ไม่มีตัณหานั่นแลให้เป็นเหตุ หรือกระทำไว้ในภายใน. อธิบายว่า ให้เกิดขึ้นในจิต.

พึงทราบวินิจฉัยในนิโรธวาระต่อไป

ก็เพราะเหตุที่พระอนาคามีและพระขีณาสพทั้งหลายย่อมเข้า (นิโรธ) สมาบัตินั้นได้ ส่วนปุถุชนไม่มีสมาบัตินั้น เพราะฉะนั้น วาระที่ว่าด้วยอสัตบุรุษจึงละไว้ (ไม่พูดถึง).

บทว่า น กิญฺจิ มญฺญติ ได้แก่ ย่อมไม่สำคัญบุคคลไรๆ ด้วยความสำคัญ ๓ ประการ.

บทว่า น กุหิญฺจิ มญฺญติ ได้แก่ ย่อมไม่สำคัญในโอกาสไรๆ.

บทว่า น เกนจิ มญฺญติ ได้แก่ ย่อมไม่สำคัญบุคคลนั้นแม้ด้วยวัตถุไรๆ.

คำที่เหลือในที่ทุกแห่งง่ายทั้งนั้นแล.

จบอรรถกถาสัปปุริสธรรมสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑