This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๑๔

Other items in this volume

มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เทวทหวรรค เทวทหสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เทวทหวรรค ปัญจัตตยสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เทวทหวรรค กินติสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เทวทหวรรค สามคามสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เทวทหวรรค สุนักขัตตสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เทวทหวรรค อาเนญชสัปปายสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เทวทหวรรค คณกโมคคัลลานสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เทวทหวรรค โคปกโมคคัลลานสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เทวทหวรรค มหาปุณณมสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เทวทหวรรค จูฬปุณณมสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ อนุปทวรรค อนุปทสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ อนุปทวรรค ฉวิโสธนสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ อนุปทวรรค สัปปุริสสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ อนุปทวรรค เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ อนุปทวรรค พหุธาตุกสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ อนุปทวรรค อิสิคิลิสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ อนุปทวรรค มหาจัตตารีสกสูตร ว่าด้วยมรรคที่เป็นโลกิยะและโลกุตระมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ อนุปทวรรค อานาปานสติสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ อนุปทวรรค กายคตาสติสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ อนุปทวรรค สังขารูปปัตติสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค จูฬสุญญตสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค มหาสุญญตสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค อัจฉริยัพภูตธัมมสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค ทันตภูมิสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค ภูมิชสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค อนุรุทธสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค อุปักกิเลสสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค พาลบัณฑิตสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค เทวทูตสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค ภัทเทกรัตตสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค อานันทภัทเทกรัตตสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค มหากัจจานภัทเทกรัตตสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค โลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค จูฬกัมมวิภังคสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค มหากัมมวิภังคสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค สฬายตนวิภังคสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค อุทเทสวิภังคสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค อรณวิภังคสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค ธาตุวิภังคสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค สัจจวิภังคสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค ทักขิณาวิภังคสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค อนาถปิณฑิโกวาทสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค ฉันโนวาทสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค ปุณโณวาทสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค นันทโกวาทสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค จูฬราหุโลวาทสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค ฉฉักกสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค สฬายตนวิภังคสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค นครวินเทยยสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค ปิณฑปาตปาริสุทธิสูตรมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สฬายตนวรรค อินทริยภาวนาสูตร

Scripture

มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ วิภังควรรค มหากัจจานภัทเทกรัตตสูตร

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation26 lines1 editions

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

๓. อรรถกถามหากัจจานภัทเทกรัตตสูตร

มหากัจจานภัทเทกรัตตสูตร เริ่มต้นว่า ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ :-

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตโปทาราเม ความว่า ในอารามที่มีชื่ออย่างนี้ ด้วยอำนาจแห่งสระชื่อตโปทะ คือมีน้ำร้อน.

ได้ยินว่า ภายใต้เวภารบรรพตมีภพนาคประมาณห้าร้อยโยชน์ของนาคที่อยู่ในแผ่นดินทั้งหลายเป็นเช่นกับเทวโลก ถึงพร้อมด้วยพื้นอันสำเร็จด้วยแก้วมณี และสวนอันเป็นที่รื่นรมย์ทั้งหลาย. ในสถานที่เป็นที่เล่นของนาคทั้งหลายในภพนาคนั้น มีสระน้ำใหญ่ แม่น้ำชื่อตโปทา มีน้ำร้อนเดือดพล่านไหลจากสระนั้น.

ก็เพราะเหตุไร แม่น้ำนั้นจึงเป็นเช่นนี้.

ได้ยินว่า โลกแห่งเปรตใหญ่ล้อมกรุงราชคฤห์. แม่น้ำตโปทานี้มาในระหว่างมหาโลหกุมภีนรกทั้งสองในมหาเปรตโลกนั้น. เพราะฉะนั้น แม่น้ำตโปทานั้นจึงเดือดพล่านไหลมา.

สมจริงดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดังนี้

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำตโปทานี้ย่อมไหลโดยประการที่สระนั้นมีน้ำใสสะอาด เย็น ขาว มีท่าดี รื่นรมย์ มีปลาและเต่ามาก และมีปทุมประมาณวงล้อบานสะพรั่ง. อนึ่ง แม่น้ำตโปทานี้ไหลผ่านระหว่างมหานรกทั้งสอง เพราะเหตุนั้น แม่น้ำตโปทานี้จึงเดือดพล่านไหลมาดังนี้.

ก็สระน้ำใหญ่เกิดข้างหน้าพระอารามนี้. ด้วยอำนาจแห่งชื่อสระน้ำใหญ่นั้น วิหารนี้จึงเรียกว่า ตโปทาราม.

บทว่า สมิทฺธิ ความว่า นัยว่าอัตภาพของพระเถระนั้นละเอียด มีรูปสวย น่าเลื่อมใส เพราะฉะนั้น จึงถึงอันนับว่า สมิทธิ.

บทว่า อาทิพฺรหฺมจริยโก ได้แก่ เป็นเบื้องต้นแห่งมรรคพรหมจรรย์ คือเป็นข้อปฏิบัติในส่วนเบื้องต้น.

บทว่า อิทํ วตฺวา สุคโต อุฏฺฐายาสนา เป็นต้น พึงให้พิสดารโดยนัยที่กล่าวแล้วในมธุปิณฑิกสูตร.

บทว่า อิติ เม จกฺขุํ ความว่า นัยว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งมาติกาด้วยอำนาจแห่งอายตนะ ๑๒ ในสูตรนี้.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำมาติกาและวิภังค์ ด้วยอำนาจแห่งขันธ์ห้าในสามสูตรนี้ คือในหนก่อนสองสูตร และในข้างหน้าหนึ่งสูตรซึ่งเป็นสูตรที่สี่

แต่ในสูตรนี้ ฝ่ายพระเถระได้นัยว่า มาติกาว ฐปิตา จึงกล่าวอย่างนี้เพื่อจำแนกอายตนะสิบสอง. ก็พระเถระเมื่อได้นัยนี้ได้ทำภาระหนัก คือแสดงรอยเท้าในที่ไม่มีรอยเท้า กระทำรอยเท้าในอากาศ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายถึงพระสูตรนี้นั้นเทียว จึงทรงตั้งพระเถระนั้นไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหากัจจานะเป็นผู้เลิศแห่งภิกษุทั้งหลาย ผู้เป็นสาวกของเราที่จำแนกเนื้อความแห่งภาษิตโดยย่อ ให้พิสดารได้.

ก็ในสูตรนี้ บทว่า จกฺขุํ ได้แก่ จักษุประสาท.

บทว่า รูปา ได้แก่ รูปทั้งหลายอันมีสมุฏฐานสี่. พึงทราบแม้อายตนะที่เหลือโดยนัยนี้.

บทว่า วิญฺญาณํ ได้แก่ วิญญาณอันเที่ยง.

บทว่า ตทภินนฺทติ ความว่า เพลิดเพลินจักษุและรูปนั้นด้วยอำนาจแห่งตัณหาและทิฐิ.

บทว่า อนฺวาคเมติ ความว่า ไปตามด้วยตัณหาและทิฐิทั้งหลาย.

ก็ในบทว่า อิติ เม มโน อโหสิ อิติ ธมฺมา นั้น บทว่า มโน ได้แก่ ภวังคจิต.

บทว่า ธมฺมา ได้แก่ ธัมมารมณ์อันเป็นไปในภูมิสาม.

บทว่า ปณิทหติ คือ ตั้งไว้ด้วยอำนาจแห่งความปรารถนา.

บทว่า ปณิธานปจฺจยา ได้แก่ เพราะตั้งความปรารถนาไว้ คือเพราะเหตุ.

บทที่เหลือในที่ทั้งปวง ง่ายทั้งนั้นแล.

จบอรรถกถามหากัจจานภัทเทกรัตตสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร