This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation42 lines1 editions

อรรถกถาโคธิกสูตรที่ ๓

พึงทราบวินิจฉัยในโคธิกสูตรที่ ๓ ต่อไป :-

บทว่า อิสิคิลิปสฺเส ได้แก่ ข้างภูเขาชื่อ อิสิคิลิ.

บทว่า กาฬสิลายํ ได้แก่ ก้อนหินสีดำ.

บทว่า สามายิกํ เจโตวิมุตฺติ ความว่า สมาบัติฝ่ายโลกิยะ ชื่อว่าสามายิกาเจโตวิมุตติ เพราะจิตหลุดพ้นจากธรรมที่เป็นข้าศึก ในขณะที่จิตแนวแน่แนบแน่น และน้อมไปในอารมณ์.

บทว่า ผุสิ ได้แก่ กลับได้.

ในบทว่า ปริหายิ ถามว่า เพราะเหตุไร ท่านโคธิกะจึงเสื่อมถึง ๖ ครั้ง.

ตอบว่า เพราะท่านมีอาพาธ.

ได้ยินว่า พระเถระมีอาพาธเรื้อรัง [ประจำตัว] โดยเป็นโรคลมน้ำดีและเสมหะ. ด้วยอาพาธนั้น พระเถระจึงไม่อาจบำเพ็ญอุปการธรรมให้เป็นสัปปายะของสมาธิได้ จึงเสื่อมจากสมาบัติที่แน่วแน่แนบแน่นไปเสีย.

บทว่า ยนฺนูนาหํ สตฺถํ อาหเรยฺยํ ความว่า ได้ยินว่า พระเถระคิดจะฆ่าตัวตาย. ผู้มีฌานเสื่อมกระทำกาละ [ตาย] คติไม่แน่นอน. ผู้มีฌานไม่เสื่อม คติแน่นอนคือย่อมบังเกิดในพรหมโลก เพราะฉะนั้น พระเถระจึงประสงค์จะฆ่าตัวตายเสีย.

บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า มารคิดว่า สมณะนี้ประสงค์จะฆ่าตัวตาย ก็ขึ้นชื่อว่าการฆ่าตัวตายนี้ ย่อมมีแก่ผู้ไม่เยื่อใยในร่างกายและชีวิต สมณะนั้นพิจารณามูลกัมมัฏฐานแล้ว ย่อมสามารถยึดแม้พระอรหัตไว้ได้ ถึงเราห้ามปราม เธอคงไม่ละเว้น ต่อพระศาสดาทรงห้ามปราม จึงจะเว้น ดังนี้ จึงทำเหมือนหวังดีต่อพระเถระ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า.

บทว่า ชลํ แปลว่า รุ่งเรืองอยู่.

บทว่า ปาเท วนฺทามิ จกฺขุม ความว่า ท่านผู้มีจักษุด้วยจักษุทั้ง ๕ ข้าพระองค์ขอไหว้พระบาทของพระองค์.

บทว่า ชุตินฺธร ได้แก่ ผู้ทรงอานุภาพ.

บทว่า อปฺปตฺตมานโส ได้แก่ ผู้ยังไม่บรรลุพระอรหัต.

บทว่า เสกฺโข ได้แก่ ผู้กำลังศึกษาศีลเป็นต้น ชื่อว่าผู้ยังมีกิจที่จะต้องทำ.

บทว่า ชเน สุตา ได้แก่ ผู้ปรากฏในหมู่ชน.

บทว่า สตฺถํ อาหริตํ โหติ ความว่า ได้ยินว่า พระเถระคิดว่า เราจะมีประโยชน์อะไรด้วยชีวิตนี้ จึงนอนหงายเอามีดตัดหลอดคอ. ทุกขเวทนาทั้งหลายก็เกิดขึ้น. พระเถระข่มเวทนาแล้วกำหนดเวทนานั้นนั่นแหละเป็นอารมณ์ตั้งสติมั่น พิจารณามูลกัมมัฏฐานก็บรรลุพระอรหัต เป็นสมสีสี ปรินิพพานแล้ว.

ก็ชื่อว่าสมสีสีมี ๓ ประเภท คือ อิริยาปถสมสีสี โรคสมสีสี ชีวิตสมสีสี.

บรรดาพระอรหันต์ ๓ ประเภทนั้น พระอริยะรูปใดอธิษฐานอิริยาบถทั้งหลายมียืนเป็นต้น อิริยาบถอย่างใดอย่างหนึ่ง ตั้งวิปัสสนาไว้มั่นด้วยหมายจะไม่เปลี่ยนอิริยาบถนี้แล้ว บรรลุพระอรหัต เมื่อเป็นดังนั้น พระอริยะรูปนั้นบรรลุพระอรหัตและไม่เปลี่ยนอิริยาบถพร้อมคราวเดียวกัน พระอริยะรูปนี้ชื่อว่าอิริยาปถสมสีสี.

อนึ่ง พระอริยะรูปใดเมื่อบรรดาโรคทั้งหลายมีโรคตาเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่งมีอยู่ ตั้งวิปัสสนาไว้มั่นว่า ถึงไม่หายจากโรคนี้ ก็จักบรรลุพระอรหัต เมื่อเป็นดังนั้น พระอริยะรูปนั้นบรรลุพระหัตและหายโรคพร้อมคราวเดียวกัน พระอริยะรูปนี้ชื่อว่า โรคสมสีสี. แต่อาจารย์บางพวกบัญญัติพระอรหันต์นั้นเป็นสมสีสีในข้อนี้ โดยปรินิพพาน ในเพราะอิริยาบถนั้นนั่นแหละ และในเพราะโรคนั้นนั่นแหละ.

อนึ่ง พระอริยะรูปใดสิ้นอาสวะและสิ้นชีพ พร้อมคราวเดียวกัน พระอริยะรูปนี้ ชื่อว่าชีวิตสมสีสี

สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า บุคคลใดสิ้นอาสวะและสิ้นชีพไม่ก่อนไม่หลัง บุคคลนี้เรียกว่า สมสีสี.

ก็ในคำว่า สมสีสี นี้ สีสะมี ๒ คือ ปวัตตสีสะและกิเลสสีสะ.

บรรดาสีสะทั้ง ๒ นั้น ชีวิตินทรีย์ชื่อว่าปวัตตสีสะ อวิชชาชื่อว่ากิเลสสีสะ.

บรรดาชีวิตินทรีย์และอวิชชานั้น จุติจิตย่อมทำชีวิตินทรีย์ให้สิ้นไป มรรคจิตทำอวิชชาทั้งหลายให้สิ้นไป. จิตสองดวงย่อมไม่เกิดพร้อมคราวเดียวกัน. แต่ผลจิตเกิดในลำดับมรรคจิต ภวังคจิตเกิดในลำดับผลจิต ออกจากภวังคจิต ปัจจเวกขณจิตก็เกิด. ปัจจเวกขณจิตนั้นบริบูรณ์บ้างไม่บริบูรณ์บ้าง.

จริงอยู่ แม้เอาดาบอันคมกริบตัดศีรษะ ปัจจเวกขณจิตย่อมเกิดขึ้น ๑ วาระหรือ ๒ วาระโดยแท้ แต่เพราะจิตทั้งหลายเป็นไปเร็ว การสิ้นอาสวะและการสิ้นชีพจึงปรากฏเหมือนมีในขณะเดียวกันนั่นเทียว.

บทว่า สมูลํ ตณฺหํ อพฺภุยฺห ได้แก่ เพิกถอนตัณหาพร้อมทั้งมูล โดยมูลคืออวิชชาเสียด้วยพระอรหัตมรรค.

บทว่า ปรินิพฺพุโต ได้แก่ ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสปรินิพพาน.

บทว่า วิวตฺตกฺขนฺธํ ได้แก่ พลิกตัว.

บทว่า เสยฺยมานํ ได้แก่ นอนหงาย. ก็พระเถระนอนหงายก็จริงอยู่ ถึงอย่างนั้น ศีรษะของท่านก็เปลี่ยนไปอยู่ข้างขวา เพราะนอนคุ้นแต่ข้างขวา.

บทว่า ธูมายิตตฺตํ ได้แก่ ภาวะที่เป็นควัน.

จริงอยู่ ขณะนั้น เหมือนฝนควันและฝนมืดปรากฏขึ้นมา.

บทว่า วิญฺญาณํ สมนฺเวสติ ได้แก่ มารแสวงหาปฏิสนธิจิต.

บทว่า อปฺปติฏฺฐิเตน ได้แก่ มีปฏิสนธิวิญญาณ มิได้ตั้งอยู่แล้ว. อธิบายว่า มีเหตุแห่งปฏิสนธิวิญญาณไม่ตั้งอยู่แล้ว.

บทว่า เวฬุวปณฺฑุ วีณํ ได้แก่ พิณเหลืองเหมือนผลมะตูมสุก คือพิณใหญ่สีเหมือนทอง.

บทว่า อาทาย ได้แก่ หนีบรักแร้.

บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า มารคิดว่า เราไม่รู้ที่เกิดของพระโคธิกเถระ ต้องถามพระสมณโคดม จึงจะหมดสงสัย แล้วแปลงเพศเป็นเด็กเล็กเข้าไปเฝ้า.

บทว่า นาธิคจฺฉามิ ได้แก่ ไม่เห็น.

บทว่า โสกปเรตสฺส ได้แก่ ถูกความโศกกระทบแล้ว.

บทว่า อภสฺสถ ได้แก่ ตกไปที่หลังเท้า.

จบอรรถกถาโคธิกสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑