This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
อรรถกถาธรรมทินนสูตรที่ ๓
พึงทราบอธิบายในธรรมทินนสูตรที่ ๓.
คำว่า ธรรมทินนะ ความว่า เป็นอุบาสกคนหนึ่งในบรรดาเจ็ดคน.
ความพิสดารว่า ในครั้งพุทธกาล คนเจ็ดคนเหล่านี้ คือ ธรรมทินนอุบาสก ๑ วิสาขอุบาสก ๑ อุคคคฤหบดี ๑ จิตตคฤหบดี ๑ หัตถกะ ๑ อาฬวะ ๑ จุลลอนาถปิณฑิกะ ๑ เป็นผู้มีอุบาสกห้าร้อยเป็นบริวาร. ธรรมทินนะอุบาสกเป็นคนใดคนหนึ่ง บรรดาคนเจ็ดคนเหล่านั้น.
บทว่า ลึกซึ้ง ได้แก่ คัมภีรธรรมมีสัลลสูตรเป็นต้น.
บทว่า มีเนื้อความอันลึก ได้แก่ มีอรรถอันลึกซึ้งมีเปตวาสูตรเป็นต้น.
บทว่า เป็นโลกุตระ ความว่า อันแสดงอรรถที่เป็นโลกุตระมีอสังขตสังยุตเป็นต้น.
บทว่า ประกอบด้วยความว่าง ความว่า อันแสดงความว่างเปล่าแห่งสูตรมีขัชชนิกสูตรเป็นต้น.
บทว่า จีกเข้าถึงอยู่ ความว่า จักได้เฉพาะอยู่.
พระศาสดาทรงบอกภาระที่ไม่สามารถทนได้แก่อุบาสกเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้.
ได้ยินว่า อุบาสกเหล่านั้นดำรงอยู่ในภูมิของตนแล้ว ทูลขอโอวาท. ก็อุบาสกเหล่านั้นเป็นเหมือนสามารถยกภาวะทั้งปวงขึ้นโดยไม่แปลกกัน อ้อนวอนว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงทรงโอวาทพวกข้าพระองค์เถิด ดังนี้บ้าง เพราะเหตุนั้น พระศาสดาเมื่อจะตรัสบอกภาระที่ทนไม่ได้แก่พวกอุบาสกเหล่านั้น จึงตรัสแล้วอย่างนี้.
คำว่า น โข ปเนตํ ตัดบทเป็น น โข เอตํ แปลว่า นั่นหามิได้แล.
ก็ น อักษรในคำว่า นโข ปเนตํ นั่น พึงทราบว่าเป็นเพียงพยัญชนะสนธิเท่านั้น.
คำว่า ตสฺมา ความว่า เพราะฉะนั้น บัดนี้ ท่านทั้งหลายพึงขอโอวาทในภูมิของตนเถิด.
จบอรรถกถาธรรมทินนสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------