This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation17 lines1 editions

อรรถกถาพราหมณสูตรที่ ๓

พึงทราบวินิจฉัยในพราหมณสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า สมฺโมทนียํ ได้แก่ ให้เกิดการบันเทิงใจ.

บทว่า สาราณียํ ได้แก่ ที่สมควรให้ระลึกถึงกัน.

บทว่า วีติสาเรตฺวา แปลว่า ครั้น (ให้ระลึกถึงกัน) เรียบร้อยแล้ว.

บทว่า กิตฺตาวตา แปลว่า โดยเหตุกี่อย่าง.

บทว่า สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ ความว่า เป็นธรรมที่จะพึงเห็นได้ด้วยตนเอง.

บทว่า อกาลิโก ความว่า ไม่ให้ผลในกาลอื่น.

ด้วยบทว่า เอหิปสฺสิโก นี้ พราหมณ์ทูลถามถึงอาคมนียปฏิปทาว่า พระธรรมอันผู้ปฏิบัติสามารถเพื่อจะชี้ได้อย่างนี้ว่า เอหิ ปสฺส (ท่านจงมาดูเถิด) ดังนี้.

บทว่า โอปนยิโก ความว่า พึงน้อมจิตของตนเข้าไปหา.

บทว่า ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ ความว่า พึงทราบได้ด้วยตนเองนั่นแหละ.

บทว่า วิญฺญูหิ ได้แก่ บัณฑิตทั้งหลาย.

บทว่า ปริยาทินฺนจิตฺโต ได้แก่ เป็นผู้มีจิตอันราคะถือเอาแล้ว จับแล้วและลูบคลำแล้ว.

บทว่า เจเตติ แปลว่า คิด.

คำที่เหลือในพระสูตรง่ายทั้งนั้นแล.

แต่ในพระสูตรนี้ พราหมณ์ทูลถามถึงโลกุตรมรรค แม้พระบรมศาสดาก็ตรัสโลกุตรมรรคนั้นเหมือนกัน. ด้วยว่าโลกุตรมรรคนั้น ชื่อว่าสันทิฏฐิกะ เพราะจะต้องเห็นด้วยตนเอง ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาพราหมณสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร