This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation32 lines1 editions

อรรถกถาสังฆสูตรที่ ๑๐

พึงทราบวินิจฉัยในสังฆสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า โธวติ แปลว่า ล้าง.

บทว่า สนฺโธวติ แปลว่า ล้างด้วยดี คือล้างแล้วล้างอีก.

บทว่า นิทฺโธวติ แปลว่า ล้างโดยไม่มีมลทินเหลือ.

บทว่า อนิทฺธนฺตํ คือ ยังไม่ได้ถลุง.

บทว่า อนินฺนีตกาสาวํ คือ ยังไม่ได้ไล่ขี้.

บทว่า ปภงฺคุ ได้แก่ มีการแตกสลายไปเป็นสภาพ. เว้นทองคำที่หลอมแล้ว (ที่เหลือ) เพียงเอากำปั้นทุบก็แตก.

บทว่า ปฏฺฏกาย ได้แก่ เพื่อต้องการให้เป็นแผ่นทองคำ.

บทว่า คีเวยฺยเก ได้แก่ เครื่องประดับคอ.

บทว่า อธิจิตฺตํ ได้แก่ จิตที่อบรมด้วยสมถะและวิปัสสนา.

บทว่า อนุยุตฺ ตสฺส ได้แก่ เจริญ.

บทว่า สเจตโส ได้แก่ สมบูรณ์ด้วยจิต.

บทว่า ทพฺพชาติโก ได้แก่ เป็นบัณฑิตโดยกำเนิด. ในวิตกทั้งหลายมีกามวิตกเป็นต้นมีอธิบายว่า วิตกที่ปรารภกามเกิดขึ้น ชื่อว่ากามวิตก. วิตกที่สัมปยุตด้วยพยาบาท ชื่อว่าพยาบาทวิตก. ที่สัมปยุตด้วยวิหิงสา ชื่อว่าวิหิงสาวิตก.

ในวิตกทั้งหลายมีญาติวิตกเป็นต้น มีอธิบายว่า วิตกที่ปรารภญาติเกิดขึ้นโดยนัยเป็นต้นว่า ญาติของเราทั้งหลายจำนวนมากมีบุญ ชื่อว่าญาติวิตก. วิตกที่อาศัยเรือนซึ่งปรารภชนบทเกิดขึ้นโดยนัยเป็นต้นว่า ชนบทโน้นปลอดภัย หาภิกษาได้ง่าย ชื่อว่าชนปทวิตก.

บทว่า น ปณีโต คือ ไม่เอิบอิ่ม.

บทว่า น ปฏิปฺปสฺสทฺธลทฺโธ คือ ไม่ได้ความสงบระงับกิเลส.

บทว่า น เอโกทิภาวาธิคโต คือ ไม่ถึงความเป็นสมาธิ.

บทว่า สสงฺขารนิคฺคยฺหวาริตวโต ได้แก่ ข่ม คือห้ามกันกิเลสทั้งหลายไว้ด้วยสสังขารอันเป็นสัปปโยคะ ไม่ใช่เกิดขึ้นในที่สุดที่กิเลสทั้งหลายถูกตัดขาดไป แต่เกิดขึ้นห้ามกิเลสทั้งหลาย.

ในบทว่า โหติ โส ภิกฺขเว สมโย นี้ มีอธิบายว่า ที่ชื่อว่าสมัย ได้แก่เวลาที่ได้สัปปายะ ๕ เหล่านี้ คือ ฤดูสัปปายะ อาหารสัปปายะ เสนาสนสัปปายะ ปุคคลสัปปายะ ธัมมัสสวนสัปปายะ.

บทว่า ยนฺตํ จิตฺตํ ได้แก่ ในสมัยใด วิปัสสนาจิตนั้น.

บทว่า อชฺฌตฺตํเยว สนฺติฏฺฐติ ได้แก่ ดำรงอยู่ในตนนั่นเอง ก็วิสัยแห่งอารมณ์ที่เที่ยง ชื่อว่าอัชฌัตตะ ในที่นี้ แม้อารมณ์ภายในก็ควร. มีคำอธิบายว่า วิปัสสนาจิตละอารมณ์จำนวนมาก แล้วตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์ทีละอย่าง คือ ในอารมณ์คือพระนิพพานเท่านั้น.

บทว่า สนฺนิสีทติ ได้แก่ สงบนิ่งด้วยดี.

บทว่า เอโกทิภาโว โหติ ได้แก่ เป็นจิตมีอารมณ์เดียวเป็นเลิศ.

บทว่า สมาธิยติ ได้แก่ ตั้งมั่นด้วยดี.

ในบทว่า สนฺโต เป็นต้น มีอธิบายว่า สมาธิ ชื่อว่าสงบ เพราะสงบระงับกิเลสที่เป็นข้าศึก. สมาธิ ชื่อว่าประณีต เพราะหมายความว่าเอิบอิ่ม. สมาธิ ชื่อว่าได้ความสงบระงับ เพราะได้ความระงับกิเลส. สมาธิ ชื่อว่าถึงความเป็นธรรมเอกผุดขึ้น เพราะถึงความเป็นธรรมชาติมีอารณ์เดียวเป็นเลิศ. สมาธิ ที่ชื่อว่าไม่ต้องข่ม คือกันกิเลสทั้งหลาย แล้วถูกห้ามไว้ด้วยสัปปโยคะ เพราะเกิดขึ้นในที่สุดที่กิเลสทั้งหลายถูกตัดขาดไป เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าไม่ถูกสสังขารข่มกันห้ามไว้.

ภิกษุนี้ ชื่อว่าทำจิตให้หมุนกลับ แล้วบรรลุพระอรหัตผล ด้วยเหตุที่ประมาณเท่านี้.

บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงการแทงตลอดด้วยอภิญญาของภิกษุนั้น ผู้เป็นพระขีณาสพ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำว่า ยสฺส ยสฺส จ เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อภิญฺญาสจฺฉิกรณียสฺส ได้แก่ ที่ควรทำให้ประจักษ์ด้วยรู้ยิ่ง.

บทว่า สติ สติ อายตเน ความว่า เมื่ออายตนะกล่าวคือ บุรพเหตุ และประเภทแห่งฌานเป็นต้นที่จะพึงได้ในบัดนี้ มีอยู่ คือเมื่อเหตุมีอยู่ ก็กถาพรรณนาเรื่องอภิญญานี้ของพระขีณาสพนั้น พึงทราบโดยพิสดารตามนัยที่กล่าวไว้แล้วในวิสุทธิมรรคนั่นแล.

ส่วนบทว่า อาสวานํ ขยา เป็นต้นในสูตรนี้ พึงทราบว่า ตรัสไว้แล้วด้วยอำนาจผลสมาบัติ.

จบอรรถกถาสังฆสูตรที่ ๑๐ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑