This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation15 lines1 editions

อรรถกถาสีหสูตรที่ ๔

พึงทราบวินิจฉัยในสีหสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า สนฺทิฏฺฐิกํ ได้แก่ ที่พึงเห็นเอง.

บทว่า ทายโก คือ เป็นผู้กล้าในการให้. อธิบายว่า ไม่ใช่หยุดอยู่ด้วยเหตุเพียงเชื่อว่าทานเป็นของดีเท่านั้น ยังสามารถแม้บริจาคได้ด้วย.

บทว่า ทานปติ ได้แก่ ให้ทานใดก็เป็นเจ้าแห่งทานนั้นให้. ไม่ใช่ทาสและไม่ใช่สหายทาน.

ก็ผู้ใดตนเองบริโภคของอร่อย แต่ให้ของไม่อร่อยแก่บุคคลอื่น ผู้นั้นเป็นทาสแห่งไทยธรรม กล่าวคือทานให้. ผู้ใดตนเองบริโภคสิ่งใด ให้สิ่งนั้นแล ผู้นั้นเป็นสหายแห่งทานให้. ฝ่ายผู้ใดตนเองยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยของธรรมดาๆ แต่ให้ของที่อร่อยแก่พวกคนอื่น ผู้นั้นชื่อว่าเป็นเจ้า เป็นใหญ่ เป็นเจ้าของให้.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายถึง ทายกผู้เป็นเช่นนั้นว่าเป็นทานบดี ดังนี้.

บทว่า อมงฺกุภูโต ได้แก่ ไม่ใช่เป็นผู้ไร้อำนาจ.

บทว่า วิสารโท คือ ได้โสมนัสประกอบด้วยญาณ.

บทว่า สหพฺยคตา คือ ถึงความร่วมกันเป็นอันเดียวกัน.

บทว่า กตาวกาสา ความว่า ชื่อว่ามีโอกาสอันทำแล้ว เพราะตนกระทำกรรมที่มีโอกาสในไตรทิพย์นั้น แต่เพราะเหตุที่กรรมนั้นเป็นกุศลอย่างเดียว เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า กตกุสลา (สร้างกุศลไว้).

บทว่า โมทเร คือ ร่าเริง บันเทิงอยู่.

บทว่า อสิตสฺส ได้แก่ พระตถาคตผู้อันกิเลสไม่อาศัยแล้ว.

บทว่า ตาทิโน คือ เป็นผู้ถึงลักษณะคงที่.

จบอรรถกถาสีหสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร