This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๒๓

Other items in this volume

อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธนวรรคที่ ๑ ๑. อัปปิยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธนวรรคที่ ๑ ๒. อัปปิยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธนวรรคที่ ๑ ๓. พลสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธนวรรคที่ ๑ ๔. พลสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธนวรรคที่ ๑ ๕. ธนสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธนวรรคที่ ๑ ๖. ธนสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธนวรรคที่ ๑ ๗. อุคคสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธนวรรคที่ ๑ ๘. สังโยชนสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธนวรรคที่ ๑ ๙. ปหานสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ ธนวรรคที่ ๑ ๑๐. มัจฉริยสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุสยวรรคที่ ๒ ๑. อนุสยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุสยวรรคที่ ๒ ๒. อนุสยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุสยวรรคที่ ๒ ๓. กุลสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุสยวรรคที่ ๒ ๔. ปุคคลสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุสยวรรคที่ ๒ ๕. อุทกูปมสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุสยวรรคที่ ๒ ๖. อนิจจาสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุสยวรรคที่ ๒ ๗-๙. ทุกขสูตร อนัตตาสูตร นิพพานสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ อนุสยวรรคที่ ๒ ๑๐. นิททสวัตถุสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ วัชชีวรรคที่ ๓ ๑. สารันททสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ วัชชีวรรคที่ ๓ ๒. วัสสการสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ วัชชีวรรคที่ ๓ ๓. ภิกขุสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ วัชชีวรรคที่ ๓ ๔. กรรมสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ วัชชีวรรคที่ ๓ ๕. สัทธิยสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ วัชชีวรรคที่ ๓ ๖. โพธิยสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ วัชชีวรรคที่ ๓ ๗. สัญญาสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ วัชชีวรรคที่ ๓ ๘. เสขสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ วัชชีวรรคที่ ๓ ๙. หานิสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ วัชชีวรรคที่ ๓ ๑๐. วิปัตติสัมภวสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๑. อัปปมาทสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๒. หิรีมาสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๓. สุวจสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๔. สุวจสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๕. สขสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๖. สขสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๗. ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๘. ปฏิสัมภิทาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๙. วสสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๑๐. วสสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๑๑. นิททสสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เทวตาวรรคที่ ๔ ๑๒. นิททสสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕ ๑. จิตตสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕ ๒. ปริกขารสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕ ๓. อัคคิสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕ ๔. อัคคิสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕ ๕. สัญญาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕ ๖. สัญญาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕ ๗. เมถุนสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕ ๘. สังโยคสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕ ๙. ทานสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ มหายัญญวรรคที่ ๕ ๑๐. มาตาสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑ ๑. อัพยากตสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑ ๒. ปุริสคติสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑ ๓. ติสสสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑ ๔. สีหสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑ ๕. รักขิตสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑ ๖. กิมมิลสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑ ๗. สัตตธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑ ๘. โมคคัลลานสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑ ๙. ปุญญวิปากสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑ ๑๐. ภริยาสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต อัพยากตวรรคที่ ๑ ๑๑. โกธนาสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต มหาวรรคที่ ๒ ๑. หิริสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต มหาวรรคที่ ๒ ๒. สุริยสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต มหาวรรคที่ ๒ ๓. นครสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต มหาวรรคที่ ๒ ๔. ธัมมัญญูสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต มหาวรรคที่ ๒ ๕. ปาริฉัตตกสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต มหาวรรคที่ ๒ ๖. สักกัจจสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต มหาวรรคที่ ๒ ๗. ภาวนาสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต มหาวรรคที่ ๒ ๘. อัคคิขันธูปมสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต มหาวรรคที่ ๒ ๙. สุเนตตอนุสาสนีสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต มหาวรรคที่ ๒ ๑๐. อรกานุสาสนีสูตรอังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต วินัยวรรคที่ ๓อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต พระสูตรที่ไม่สงเคราะห์เข้าในวรรคอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ เมตตาวรรคที่ ๑ ๑. เมตตสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ เมตตาวรรคที่ ๑ ๒. ปัญญาสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ เมตตาวรรคที่ ๑ ๓. อัปปิยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ เมตตาวรรคที่ ๑ ๔. อัปปิยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ เมตตาวรรคที่ ๑ ๕. โลกธรรมสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ เมตตาวรรคที่ ๑ ๖. โลกวิปัตติสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ เมตตาวรรคที่ ๑ ๗. เทวทัตตสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ เมตตาวรรคที่ ๑ ๘. อุตตรสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ เมตตาวรรคที่ ๑ ๙. นันทสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ เมตตาวรรคที่ ๑ ๑๐. กรัณฑวสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๑. เวรัญชสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๒. สีหสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๓. อาชัญญสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๔. ขฬุงคสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๕. มลสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๖. ทูตสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๗. พันธนสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๘. พันธนสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๙. ปหาราทสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๒ ๑๐. อุโปสถสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๑. อุคคสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๒. อุคคสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๓. หัตถกสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๔. หัตถกสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๕. มหานามสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๖. ชีวกสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๗. พลสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๘. พลสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๙. อักขณสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๑๐. อนุรุทธสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ ทานวรรคที่ ๔ ๑. ทานสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ ทานวรรคที่ ๔ ๒. ทานสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ ทานวรรคที่ ๔ ๓. ทานวัตถุสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ ทานวรรคที่ ๔ ๔. เขตตสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ ทานวรรคที่ ๔ ๕. ทานูปปัตติสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ ทานวรรคที่ ๔ ๖. ปุญญกิริยาวัตถุสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ ทานวรรคที่ ๔ ๗. สัปปุริสสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ ทานวรรคที่ ๔ ๘. สัปปุริสสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ ทานวรรคที่ ๔ ๙. ปุญญาภิสันทสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ ทานวรรคที่ ๔ ๑๐. สัพพลหุสสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรคที่ ๕ ๑. สังขิตตสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรคที่ ๕ ๒. วิตถตสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรคที่ ๕ ๓. วิสาขสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรคที่ ๕ ๔. วาเสฏฐสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรคที่ ๕ ๕. โพชฌาสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรคที่ ๕ ๖. อนุรุทธสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรคที่ ๕ ๗. วิสาขสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรคที่ ๕ ๘. นกุลสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรคที่ ๕ ๙. อิธโลกสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ อุโปสถวรรคที่ ๕ ๑๐. อิธโลกสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๑. โคตมีสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๒. โอวาทสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๓. สังขิตตสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๔. ทีฆชาณุสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๕. อุชชยสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๖. ภยสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๗. อาหุเนยยสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๘. อาหุเนยยสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๙. อัฏฐปุคคลสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๑๐. อัฏฐปุคคลสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๑. อิจฉาสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๒. อลํสูตรที่ ๑-๘อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๑๐. สังขิตตสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๑๑. คยาสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๑๒. อภิภายตนสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๑๓. วิโมกขสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๑๔. โวหารสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๑๕. โวหารสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๑๖. ปริสสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สันธานวรรคที่ ๑ ๑๗. ภูมิจาลสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ยมกวรรคที่ ๓ ๑. ปฏิปทาสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ยมกวรรคที่ ๓ ๒. ปฏิปทาสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ยมกวรรคที่ ๓ ๓. ปฏิปทาสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ยมกวรรคที่ ๓ ๔. ปฏิปทาสูตรที่ ๔อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ยมกวรรคที่ ๓ ๕. ปฏิปทาสูตรที่ ๕อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ยมกวรรคที่ ๓ ๖. ปฏิปทาสูตรที่ ๖อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ยมกวรรคที่ ๓ ๗. อิจฉาสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ยมกวรรคที่ ๓ ๘. ลัจฉาสูตรที่ ๑-๘อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ยมกวรรคที่ ๓ ๑๖. ปริหานสูตร-๑๗. อปริหานสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ยมกวรรคที่ ๓ ๑๘-๑๙. กุสีตวัตถุสูตร-อารัพภวัตถุสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔ ๑. สติสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔ ๒. ปุณณิยสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔ ๓. มูลสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔ ๔-๕. โจรสูตรที่ ๑-๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔ ๖. สมณสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔ ๖. ยสสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔ ๗-๘. ปัตตสูตรที่ ๑-๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔ ๙. อัปปสาทสูตร-๑๐. ปสาทสูตรอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔ ๑๒-๑๓. ปฏิสารณียสูตรที่ ๑-๒อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต สติวรรคที่ ๔ ๑๔. วัตตสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๑. สัมโพธิสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๒. นิสสยสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๓. เมฆิยสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๔. นันทกสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๕. พลสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๖. เสวนาสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๗. สุตวาสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๘. สัชฌสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๙. ปุคคลสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๑๐. อาหุเนยยสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สีหนาทวรรคที่ ๒ ๑. วุฏฐิสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สีหนาทวรรคที่ ๒ ๒. สอุปาทิเสสสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สีหนาทวรรคที่ ๒ ๓. โกฏฐิตสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สีหนาทวรรคที่ ๒ ๔. สมิทธิสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สีหนาทวรรคที่ ๒ ๕. คัณฑสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สีหนาทวรรคที่ ๒ ๖. สัญญาสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สีหนาทวรรคที่ ๒ ๗. กุลสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สีหนาทวรรคที่ ๒ ๘. สัตตสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สีหนาทวรรคที่ ๒ ๙. เทวตาสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สีหนาทวรรคที่ ๒ ๑๐. เวลามสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรคที่ ๓ ๑. ฐานสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรคที่ ๓ ๒. ขฬุงคสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรคที่ ๓ ๓. ตัณหาสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรคที่ ๓ ๔. ววัตถสัญญาสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรคที่ ๓ ๕. สิลายูปสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรคที่ ๓ ๖. สิลายูปสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรคที่ ๓ ๗. เวรสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรคที่ ๓ ๘. เวรสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรคที่ ๓ ๙. อาฆาตสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรคที่ ๓ ๑๐. อาฆาตสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัตตาวาสวรรคที่ ๓ ๑๑. อนุปุพพนิโรธสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔ ๑. วิหารสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔ ๒. วิหารสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔ ๓. นิพพานสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔ ๔. คาวีสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔ ๕. ฌานสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔ ๖. อานันทสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔ ๗. พราหมณสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔ ๘. เทวสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔ ๙. นาคสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรคที่ ๔ ๑๐. ตปุสสสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ ปัญจาลวรรคที่ ๕ ๑. ปัญจาลสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ ปัญจาลวรรคที่ ๕ ๒. กามเหสสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ ปัญจาลวรรคที่ ๕ ๓. กามเหสสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ ปัญจาลวรรคที่ ๕ ๔. กามเหสสูตรที่ ๓อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ ปัญจาลวรรคที่ ๕ ๕. สันทิฏฐิกสูตรที่ ๑อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ ปัญจาลวรรคที่ ๕ ๖. สันทิฏฐิกสูตรที่ ๒อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ ปัญจาลวรรคที่ ๕ ๗. นิพพานสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ ปัญจาลวรรคที่ ๕ ๘. ปรินิพพานสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ ปัญจาลวรรคที่ ๕ ๙. ตทังคสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ ปัญจาลวรรคที่ ๕ ๑๐. ทิฏฐธัมมิกสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรคที่ ๑ ๑. เขมสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรคที่ ๑ ๒. เขมปัตตสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรคที่ ๑ ๓. อมตสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรคที่ ๑ ๔. อมตปัตตสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรคที่ ๑ ๕. อภยสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรคที่ ๑ ๖. อภยปัตตสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรคที่ ๑ ๗. ปัสสัทธิสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรคที่ ๑ ๘. อนุปุพพปัสสัทธิสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรคที่ ๑ ๙. นิโรธสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรคที่ ๑ ๑๐. อนุปุพพนิโรธสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรคที่ ๑ ๑๑. ธรรมปหายภัพพสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สติปัฏฐานวรรคที่ ๒ ๑. สิกขาสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สติปัฏฐานวรรคที่ ๒ ๒. นิวรณสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สติปัฏฐานวรรคที่ ๒ ๓. กามคุณสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สติปัฏฐานวรรคที่ ๒ ๔. อุปาทานขันธสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สติปัฏฐานวรรคที่ ๒ ๕. โอรัมภาคิยสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สติปัฏฐานวรรคที่ ๒ ๖. คติสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สติปัฏฐานวรรคที่ ๒ ๗. มัจฉริยสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สติปัฏฐานวรรคที่ ๒ ๘. อุทธัมภาคิยสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สติปัฏฐานวรรคที่ ๒ ๙. เจโตขีลสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สติปัฏฐานวรรคที่ ๒ ๑๐. วินิพันธสูตรอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ๓. สัมมัปปธานวรรคอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ๔. อิทธิปาทวรรคอังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ๕. วรรคที่ ๕

Scripture

อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๑๐. อนุรุทธสูตร

อรรถกถาแปลไทย

69 lines1 editions

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

อรรถกถาอนุรุทธสูตรที่ ๑๐

อนุรุทธสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า เจตีสุ ความว่า ในรัฐอันได้ชื่ออย่างนั้น เพราะรัฐนั้นเป็นที่ประทับอยู่ของเจ้าทั้งหลายพระนามว่า เจตี.

บทว่า ปาจีนวํสทาเย ความว่า ที่ป่าวังสทายะ อันตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก แต่ที่ประทับอยู่ของพระทศพล อันเป็นราวป่าดารดาษไปด้วยไม้ไผ่มีสีเขียว.

บทว่า เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ความว่า

ได้ยินว่า พระเถระบวชแล้ว เป็นผู้ได้สมาบัติในภายในพรรษาก่อนเพื่อน ให้เกิดทิพยจักษุที่สามารถให้เห็นพ้นโลกธาตุได้. ท่านได้ไปยังสำนักของพระสารีบุตรเถระ แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านพระสารีบุตร ในที่นี้ ข้าพเจ้าเห็นพ้นโลก ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุมนุษย์. ก็ความเพียรอันข้าพเจ้าปรารภแล ไม่ย่อหย่อน สติอันข้าพเจ้าตั้งมั่นแล้ว ไม่หลงลืม กายสงบไม่กระสับกระส่าย จิตตั้งมั่นมีอารมณ์เดียว ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น จิตของข้าพเจ้ายังไม่หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่นดังนี้.

ลำดับนั้น พระสารีบุตรเถระกล่าวกะท่านว่า ดูก่อนท่านอนุรุทธะ ความคิดอันใดแลที่มีอยู่แก่ท่านอย่างนี้ว่า ก็ความเพียรอันข้าพเจ้าปรารภแล้ว ฯลฯ มีอารมณ์เดียว ความคิดอันนี้ของท่านก็เป็นอุทธัจจะ. ความคิดแม้ใดของท่านที่มีอยู่อย่างนี้ว่า ก็แลเมื่อเป็นเช่นนั้น จิตของข้าพเจ้ายังไม่หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายเพราะไม่ถือมั่น ความคิดของท่านก็เป็นกุกกุจจะ ดีละ ท่านอนุรุทธะ จงละธรรม ๓ ประการเหล่านี้เสีย ไม่ใส่ใจธรรม ๓ ประการเหล่านี้ จงน้อมจิตเข้าไปเพื่ออมตธาตุ ดังนี้

พระเถระบอกกรรมฐานแก่ท่านด้วยประการฉะนี้.

ท่านรับกรรมฐานแล้ว ทูลลาพระศาสดาไปยังเจดีย์รัฐกระทำสมณธรรม ยับยั้งอยู่ด้วยการจงกรมเป็นเวลาครั้งเดือน. ท่านลำบากกาย เพราะตรากตรำด้วยกำลังความเพียร นั่งอยู่ภายใต้พุ่มไม่พุ่มหนึ่ง.

บทว่า อถสฺสายํ เอวํ เจตโส ปริวตฺกฺโก อุทปาทิ ความว่า มหาปุริสวิตกนี้เกิดขึ้น.

ในบทว่า ' href=#อปฺปิจฺฉสฺส>อปฺปิจฺฉสฺส นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บุคคลผู้มักน้อย ๔ จำพวก คือ มักน้อยในปัจจัย มักน้อยในอธิคม มักน้อยในปริยัติ มักน้อยในธุดงค์.

ในบรรดาผู้มักน้อย ๔ จำพวกนั้น ภิกษุผู้มักน้อยในปัจจัย เมื่อเขาให้มากย่อมรับแต่น้อย หรือเมื่อเขาให้น้อยย่อมรับให้น้อยลง ย่อมไม่รีดเอาจนไม่เหลือ. ผู้มักน้อยในอธิคม ย่อมไม่ให้ผู้อื่นรู้มรรคผลที่บรรลุของตน เหมือนพระมัชฌันติกเถระฉะนั้น. ผู้มักน้อยในปริยัติ แม้เป็นผู้ทรงพระไตรปิฎก ก็ไม่ปรารถนาจะให้ผู้อื่นรู้ความที่ตนเป็นพหูสูต เหมือนพระสาเกตกเถระ. ผู้มักน้อยในธุดงค์ ย่อมไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่าตนรักษาธุดงค์ เหมือนพระเถระผู้เป็นพี่ชายในพระเถระสองพี่น้อง.

เรื่องกล่าวไว้แล้วในวิสุทธิมรรค.

บทว่า อยํ ธมฺโม ความว่า ธรรมนี้คือโลกุตตรธรรม ๙ ย่อมเกิดแก่บุคคลผู้ชื่อว่ามีความมักน้อย เพราะปกปิดคุณที่ตนได้อย่างนี้ และเพราะรู้จักประมาณในการรับ ไม่เกิดแก่บุคคลผู้มักมาก.

ในบททุกบท พึงประกอบความอย่างนี้.

บทว่า สนฺตุฏฺฐสฺส ได้แก่ ผู้สันโดษด้วยสันโดษ ๓ ในปัจจัย ๔.

บทว่า ปวิวิตฺตสฺส ได้แก่ ผู้สงัดด้วยกายวิเวก จิตตวิเวกและอุปธิวเวก.

ในวิเวก ๓ อย่างนั้น ความบรรเทาความคลุกคลีด้วยหมู่คณะแล้วเป็นผู้มีกายโดดเดี่ยว ด้วยอำนาจอารัมภวัตถุ เรื่องปรารภความเพียร ชื่อว่ากายวิเวก. แต่กรรมฐานย่อมไม่สำเร็จด้วยอาการเพียงอยู่ผู้เดียว เพราะฉะนั้น พระโยคีกระทำบริกรรมกสิณแล้วยังสมาบัติ ๘ ให้บังเกิด นี้ชื่อว่าจิตวิเวก. กรรมฐานย่อมไม่สำเร็จด้วยเหตุเพียงสมาบัติเท่านั้น เพราะเหตุนั้น พระโยคีกระทำฌานให้เป็นบาท พิจารณาสังขารทั้งหลาย แล้วบรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา นี้ชื่อว่าอุปธิวิเวก สงัดกิเลสโดยอาการทั้งปวง.

ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กายวิเวกสำหรับบุคคลผู้มีกายสงัด ผู้ยินดียิ่งในเนกขัมมะ จิตวิเวกสำหรับบุคคลผู้มีจิตบริสุทธิ์ ผู้ถึงความผ่องแผ้วอย่างยิ่ง และอุปธิวิเวกสำหรับบุคคลผู้ปราศจากอุปธิกิเลส ถึงพระนิพพานอันปราศจากสังขารดังนี้.

____________________________

ขุ. มหา. เล่ม ๒๙/ข้อ ๓๓ ขุ. มหา. เล่ม ๒๙/ข้อ ๒๒๙

บทว่า สงฺคณิการามสฺส ได้แก่ ผู้ยินดีด้วยการคลุกคลีในหมู่และคลุกคลีด้วยกิเลส.

บทว่า อารทฺธวีริยสฺส ได้แก่ ผู้ปรารภความเพียรด้วยอำนาจความเพียรทางกายและทางจิต.

บทว่า อุปฏฺฐิตสฺสติสฺส ได้แก่ ผู้มีสติตั้งมั่นด้วยอำนาจสติปัฏฐาน ๔.

บทว่า สมาหิตสฺส ได้แก่ ผู้มีจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง.

บทว่า ปญฺญวโต ได้แก่ ผู้มีปัญญาด้วยปัญญาเป็นเหตุรู้ว่าสัตว์มีกรรมเป็นของของตน.

บทว่า สาธุ สาธุ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงยังจิตของพระเถระให้ร่าเริง จึงตรัสอย่างนี้.

บทว่า อิมํ อฏฺฐมํ ความว่า เมื่อจะตรัสบอกมหาปุริสวิตกข้อที่ ๘ แก่พระอนุรุทธะผู้ตรึกมหาปุริสวิตก ๗ ประการอยู่ จึงตรัสอย่างนั้น เหมือนให้ขุมทรัพย์ที่ ๘ แก่บุรุษผู้ได้ขุมทรัพย์ ๗ ขุม และเหมือนให้ขุมทรัพย์ที่ ๘ แก่บุรุษผู้ได้แก้วมณี ๗ ช้างแก้ว ๗ ม้าแก้ว ๗.

บทว่า นิปฺปปญฺจารามสฺส ความว่า ผู้ยินดียิ่งในบท คือพระนิพพาน กล่าวคือธรรมที่ปราศจากความเนิ่นช้า เพราะเว้นจากธรรมเครื่องเนิ่นช้าคือตัณหามานะและทิฏฐิ. คำนอกนี้เป็นไวพจน์ของบทว่า นิปฺปปญฺจารามสฺส นั้นนั่นแหละ.

บทว่า ปญฺจารามสฺส ได้แก่ ผู้ยินดียิ่งในธรรมเครื่องเนิ่นช้าตามที่กล่าวแล้ว. คำนอกนี้เป็นไวพจน์ของบทว่า ปปญฺจารามสฺส นั้นนั่นแหละ.

บทว่า ยโต แปลว่า ในกาลใด.

บทว่า ตโต แปลว่า ในกาลนั้น.

บทว่า นานารตฺตานํ ความว่า ย้อมแล้วด้วยเครื่องย้อมต่างๆ อันมีสีเขียว สีเหลือง สีแดง และสีขาว.

บทว่า ปํสุกูลจีวรํ ได้แก่ ผ้าบังสุกุล (ตั้ง) อยู่ใน ๒๓ เขต.

บทว่า ขายิสฺสติ ความว่า เมื่อคฤหบดีนั้นห่มผ้าที่ตนปรารถนาในสมัยมีเวลาเช้าเป็นต้น หีบใส่ผ้านั้นย่อมปรากฏเป็นของน่าพอใจฉันใด แม้เมื่อเธอยินดีอยู่ด้วยมหาอริยวงศ์ คือสันโดษด้วยจีวร ผ้าบังสุกุลจีวรจักปรากฏ คือจักเข้าไปปรากฏฉันนั้น.

บทว่า รติยา แปลว่า เพื่อประโยชน์แก่ความยินดี.

บทว่า อปริตสฺสาย ได้แก่ เพื่อประโยชน์แก่ความไม่สะดุ้งเพราะตัณหาและทิฏฐิ.

บทว่า ผาสุวิหาราย ได้แก่ เพื่อความอยู่เป็นสุข.

บทว่า โอกฺกมนาย นิพฺพานสฺส ได้แก่ เพื่อต้องการหยั่งลงสู่อมตนิพพาน.

บทว่า ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ ได้แก่ โภชนะคือคำข้าวที่ตนอาศัยกำลังแข้งเที่ยวไปตามลำดับเรือนในคาม และราชธานีได้มา.

บทว่า ขายิสฺสติ ความว่า จักปรากฏเหมือนโภชนะมีรสเลิศต่างๆ ของคฤหบดีนั้น.

บทว่า สนฺตุฏฺฐสฺส วิหรโต ความว่า ผู้สันโดษอยู่ด้วยมหาอริยวงศ์ คือความสันโดษด้วยบิณฑบาต.

บทว่า รุกฺขมูลเสนาสนํ ขายิสฺสติ ความว่า เสนาสนะคือโคนไม้ย่อมปรากฏเหมือนเรือนยอดที่หอมตลบไปด้วยธูปหอมและเครื่องอบกลิ่นดอกไม้บนปราสาท ๓ ชั้นของคฤหบดีนั้น.

บทว่า สนฺตุฏฺฐสฺส ได้แก่ สันโดษด้วยมหาอริยวงศ์ คือความสันโดษด้วยเสนาสนะ.

บทว่า ติณสนฺถรโก ได้แก่ เครื่องลาดที่ลาดด้วยหญ้าหรือใบไม้ ที่พื้นดินหรือที่แผ่นกระดานและแผ่นหินอย่างหนึ่ง.

บทว่า ปูติมุตฺตํ ความว่า มูตรอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้ที่ถือเอาในขณะนั้น ท่านก็เรียกว่า มูตรเน่าเหมือนกัน เพราะมีกลิ่นเหม็น.

บทว่า สนฺตุฏฺฐสฺ วิหรโต ได้แก่ ผู้สันโดษด้วยความสันโดษด้วยคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร. ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงตรัสพระกรรมฐานใส่ไว้ในพระอรหัตในฐานะ ๔ เมื่อทรงรำพึงว่ากรรมฐานจักเป็นสัปปายะแก่อนุรุทธะผู้อยู่ในเสนาสนะไหนหนอ ทรงทราบว่า อยู่ในที่นั้นนั่นแหละ จึงตรัสคำมีอาทิว่า เตนหิ ตฺวํ อนุรุทฺธ ดังนี้.

บทว่า ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต ความว่า ผู้สงัดด้วยวิเวก ๓ อยู่.

บทว่า อุยฺโยชนิกปฏิสํยุตฺตํ ความว่า อันเกี่ยวด้วยถ้อยคำอันควรแก่การส่งกลับไป. อธิบายว่า กิริยาที่ลุกขึ้นและกิริยาที่เดินไปของคนเหล่านั้นนั่นแหละ.

บทว่า ปปญฺจนิโรเธ ได้แก่ ในบทคือพระนิพพาน.

บทว่า ปกฺขนฺทติ ความว่า ย่อมแล่นไปด้วยสามารถแห่งการทำให้เป็นอารมณ์.

แม้ในบทว่า ปสีทติ เป็นต้น พึงทราบความเลื่อมใส ความตั้งมั่นและความหลุดพ้น ด้วยสามารถแห่งอารมณ์นั่นแหละ ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อตรัสมหาปุริสวิตก ๘ ข้อแก่ท่านพระอนุรุทธะ ณ ปาจีนวังสทายวันในเจติรัฐ ประทับนั่งที่เภสกฬาวันมหาวิหาร จึงตรัสโดยพิสดารอีกแก่ภิกษุสงฆ์

บทว่า มโนมเยน ความว่า กายที่บังเกิดด้วยใจก็ดี ที่ไปด้วยใจก็ดี เรียกว่ามโนมยะ สำเร็จแล้วด้วยใจ. แต่ในที่นี้ทรงหมายเอากายที่ไปด้วยใจ จึงตรัสอย่างนี้.

บทว่า ยถา เม อหุ สงฺกปฺโป ความว่า เราได้มีความตรึกโดยประการใด.

บทว่า ตโต อุตฺตริ ความว่า พระศาสดาเมื่อจะทรงแสดงมหาปุริสวิตก ๘ ประการ จึงแสดงให้ยิ่งกว่านั้น.

คำที่เหลือทั้งหมดมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.

จบอรรถกถาอนุรุทธสูตรที่ ๑๐ จบคหปติวรรคที่ ๓ -----------------------------------------------------

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อุคคสูตรที่ ๑

๒. อุคคสูตรที่ ๒

๓. หัตถสูตรที่ ๑

๔. หัตถสูตรที่ ๒

๕. มหานามสูตร

๖. ชีวกสูตร

๗. พลสูตรที่ ๑

๘. พลสูตรที่ ๒

๙. อักขณสูตร

๑๐. อนุรุทธาสูตร ฯ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ปัณณาสก์ คหปติวรรคที่ ๓ ๑๐. อนุรุทธสูตร · Volume 23