This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation12 lines1 editions

ทานวรรคที่ ๔ อรรถกถาปฐมทานสูตรที่ ๑

วรรคที่ ๔ ปฐมทานสูตรที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า อาสชฺช ทานํ เทติ ความว่า บุคคลบางคนให้ทานเพราะประจวบเข้า คือพอเห็นปฏิคาหกมาถึง นิมนต์ให้ท่านนั่งครู่หนึ่ง กระทำสักการะแล้วจึงให้ทาน ย่อมไม่ลำบากใจว่าจักให้.

บทว่า ภยา ได้แก่ เพราะกลัวครหาว่า ผู้นี้เป็นผู้ไม่ให้เป็นผู้ไม่ทำ หรือเพราะกลัวอบายภูมิ.

บทว่า อทาสิ เม ความว่า ให้ด้วยคิดว่า ผู้นี้ได้ให้สิ่งชื่อนี้แก่เราในกาลก่อน.

บทว่า ทสฺสติ เม ความว่า ให้ด้วยคิดว่า ผู้นี้จักให้สิ่งชื่อนี้แก่เราในอนาคต.

บทว่า สาหุ ทานํ ความว่า ให้ด้วยคิดว่า ขึ้นชื่อว่าทานยังประโยชน์ให้สำเร็จคือดี ได้แก่อันบัณฑิตมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นสรรเสริญแล้ว.

บทว่า จิตฺตาลงฺการจิตฺตปริกฺขารตฺถํ ทานํ เทติ ความว่า ให้เพื่อประดับและตกแต่งจิตในสมถะและวิปัสสนา. เพราะว่าทานย่อมทำจิตให้อ่อนโยน บุคคลผู้ได้รับทานย่อมมีจิตอ่อนโยนดีว่าเราได้แล้ว แม้บุคคลผู้ให้ทานนั้นก็ย่อมมีจิตอ่อนโยนว่า เราให้ทานแล้ว. เพราะฉะนั้น ทานนั้นชื่อว่าย่อมทำจิตของบุคคลทั้ง ๒ ฝ่ายให้อ่อนโยน เพราะเหตุนั้นนั่นแหละ ท่านจึงตรัสว่า อทนฺตทมนํ การฝึกจิตที่ยังไม่ได้ฝึก.

ดังพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า

อทนฺตทมนํ ทานํ อทานํ ทนฺตทูสกํ อเนน ปิยวาเจน โอณมนฺติ นมนฺติ จ. การให้ทานเป็นเครื่องฝึกจิตที่ยังไม่ได้ฝึก การไม่ให้ทานเป็นเครื่องประทุษร้ายจิตที่ฝึกแล้ว ชนทั้งหลายมีจิตโอนอ่อน และน้อมลงด้วยปิยวาจานี้.

ก็บรรดาการให้ทาน ๘ ประการนี้ การให้เพื่อประดับจิตเท่านั้นเป็นสูงสุดแล.

จบอรรถกถาปฐมทานสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑