This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation13 lines1 editions

อรรถกถาสอุปาทิเสสสูตรที่ ๒

สอุปาทิเสสสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

สอุปาทิเสสนฺติ สอุปาทานเสสํ ฯ

บทว่า สอุปาทิเสสํ ได้แก่ เป็นผู้ยังมีอุปาทานเหลืออยู่.

บทว่า อนุปาทิเสสํ ได้แก่ เป็นผู้ไม่เหลืออุปาทาน คือหมดความยึดถือ.

บทว่า มตฺตโสการี ได้แก่ เป็นผู้ทำพอประมาณ คือไม่ทำให้บริบูรณ์.

บทว่า น ตาวายํ สาริปุตฺต ธมฺมปิรยาโย ปฏิภาสิ ความว่า ก็ในข้อนี้ได้ความหมายดังนี้ว่า ธรรมดาความไม่แจ่มแจ้ง ย่อมไม่มีแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า เราจักไม่กล่าวธรรมปริยายนี้ก่อน.

บทว่า มายิมํ ธมฺมปริยายํ สุตฺวา ปมาทํ อาหรึสุ ความว่า บุคคลทั้งหลาย เมื่อไม่ทำความเพียรเพื่ออรหัตในเบื้องบน อย่าถึงความประมาทด้วยเข้าใจว่า นัยว่าเราทั้งหลาย พ้นแล้วจากอบาย ๔ ดังนี้.

บทว่า ปญฺหาธิปฺปาเยน ภาสิโต ท่านแสดงว่า เรากล่าวว่า เรากล่าวตามปัญหาที่ท่านถามแล้วดังนี้.

ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำเหตุนั้นเท่านั้นให้เกิด เพื่อบรรเทาฉันทราคะในภพทั้งหลายของบุคคล ๙ จำพวกเหล่านี้แล้ว จึงได้ตรัสพระสูตรนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คูถแม้มีประมาณน้อย ย่อมมีกลิ่นเหม็นแม้ฉันใด ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวซึ่งภพแม้มีประมาณน้อยโดยที่สุด แม้เพียงชั่วลัดนิ้วมือฉันนั้นเหมือนกัน.

มิใช่อย่างเดียว ภูมิเป็นที่ไปของบุคคล ๙ จำพวกเหล่านั้นก็ติดต่อกัน.

สรณะ ๓ ศีล ๕ สลากภัตหนึ่ง ปักขิตภัตหนึ่ง วัสสาวาสิกะหนึ่ง สระโบกขรณีหนึ่ง อาวาสหนึ่ง บุญที่เนื่องกันเห็นปานนี้ มีอยู่แก่ตระกูลทั้งหลายเท่าใด ทางดำเนินแม้ของตระกูลทั้งหลายเหล่านั้นก็เนื่องกัน ตระกูลทั้งหลายเหล่านั้น เป็นเช่นกับโสดาบันบุคคลนั่นเอง.

จบอรรถกถาสอุปาทิเสสสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร