๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาสมณสูตร
ในสมณสูตรที่ ๔ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า เย หิ เกจิ ได้แก่ บุคคลเหล่าใดเหล่าหนึ่ง.
บทว่า อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ ความว่า ไม่รู้ คือไม่แทงตลอดทุกขสัจอันไม่วิปริต ด้วยมรรคปัญญาที่ประกอบด้วยวิปัสสนาปัญญา โดยสภาวะและลักษณะแห่งกิจที่แม้จริงว่า นี้ทุกข์ ทุกข์มีเพียงเท่านี้ ไม่มีทุกข์ยิ่งไปกว่านี้.
แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้แล.
ในบทว่า น เม เต ภิกฺขเว เป็นต้นมีความย่อดังนี้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลทั้งหลายผู้มิได้ประกอบกัมมัฏฐานมีสัจจะ ๔ เป็นอารมณ์ จะเป็นสมณะได้ก็เพียงโดยการบรรพชา และจะเป็นพราหมณ์ได้ก็เพียงโดยชาติ บุคคลเหล่านั้น เราตถาคตมิได้ยอมรับ คือรับรองว่าเป็นสมณะในหมู่สมณะผู้มีบาปอันสงบแล้ว และว่าเป็นพราหมณ์ในหมู่พราหมณ์ผู้ลอยบาปแล้ว.
เพราะเหตุไร?
เพราะบุคคลเหล่านั้นไม่มีธรรมที่ทำให้เป็นสมณะ และทำให้เป็นพราหมณ์
ด้วยเหตุนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำว่า น จ ปเนเต อายสฺมนฺโต เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สามญฺญตฺถํ ได้แก่ ผล กล่าวคือคุณเครื่องเป็นสมณะ.
อธิบายว่า ได้แก่ สามัญผล ๔.
บทว่า พฺรหฺมญฺญตฺถํ เป็นไวพจน์ของบทว่า สามญฺญตฺถํ นั้นนั่นแล.
ฝ่ายอาจารย์อีกพวกหนึ่งกล่าวว่า บทว่า สามญฺญตฺถํ ได้แก่ อริยมรรค ๔.
บทว่า พฺรหฺมญฺญตฺถํ ได้แก่ อริยผล ๔ บทที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
ในสุกกปักษ์ (ธรรมฝ่ายขาว) พึงทราบความหมายโดยบรรยายตรงข้ามจากที่กล่าวมาแล้ว.
ในคาถาทั้งหลาย คำที่ไม่เคยมี ไม่มี.
จบอรรถกถาสมณสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------