This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation27 lines1 editions

อรรถกถาอุทยสูตร ที่ ๑๓

____________________________

บาลีเป็น อุทยปัญหา.

อุทยปัญหา มีคำเริ่มต้นว่า ฌายี ผู้เพ่งฌาน ดังนี้.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อญฺญํ วิโมกฺขํ อัญญาวิโมกข์นี้ ได้แก่ อุทยมาณพทูลถามถึงวิโมกข์อันเพ่งถึงปุญญานุภาพ.

ลำดับนั้น เพราะอุทยมาณพเป็นผู้ได้ฌานที่สี่ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงอัญญาวิโมกข์ คือธรรมเป็นเครื่องพ้นที่ควรรู้ทั่วถึงโดยประการต่างๆ ด้วยอำนาจฌานที่อุทยมณพได้แล้ว จึงตรัสคาถาสองคาถา.

ในบทเหล่านั้น บทว่า ปหานํ กามจฺฉนฺทานํ ธรรมเป็นเครื่องละความพอใจในกาม พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เรากล่าวธรรมเป็นเครื่องละความพอใจในกาม ของผู้ยังปฐมฌานให้เกิดว่าเป็นอัญญาวิโมกข์. พึงประกอบบททั้งปวงอย่างนี้.

บทว่า อุเปกฺขาสติสํสุทฺธํ คือบริสุทธิ์ดีด้วยอุเบกขาและสติในฌานที่สี่.

บทว่า ธมฺมตกฺกปุเรชวํ มีความตรึกถึงธรรมแล่นไปเบื้องหน้า คือภิกษุตั้งอยู่ในจตุตถฌานวิโมกข์นั้น เห็นแจ้งซึ่งองค์ฌานแล้ว ย่อมกล่าวถึงอรหัตวิโมกข์ที่ตนบรรลุแล้ว.

จริงอยู่ ความตรึกถึงธรรมมีสัมมาสังกัปปะอันสัมปยุตด้วยมรรคเป็นต้นของอรหัตวิโมกข์ ชื่อว่าเป็นธรรมแล่นไปเบื้องหน้า. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ธมฺมตกฺกปุเรชวํ มีความตรึกถึงธรรมแล่นไปเบื้องหน้า.

บทว่า อวิชฺชาย ปเภทนํ สำหรับทำลายอวิชชา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เรากล่าวว่านั่นแลเป็นอัญญาวิโมกข์สำหรับทำลายอวิชชาโดยนัยที่ใกล้เคียงกับเหตุ เพราะอาศัยนิพพาน กล่าวคือการทำลายอวิชชาเกิดขึ้น.

อุทยมาณพได้ฟังนิพพานที่พระผู้มีพระภาคตรัส ด้วยพระดำรัสอันเป็นการทำลายอวิชชาอย่างนี้แล้ว เมื่อจะทูลถามว่า ที่เรียกว่านิพพานนั้น เพราะละอะไรได้ จึงกล่าวคาถาว่า กึสุ สํโย ชโน ดังนี้เป็นต้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า กึสุ สํโยชโน คือ โลกมีอะไรประกอบไว้.

บทว่า กึสุ วิจารโณ คือธรรมอะไรเป็นเครื่องเที่ยวไป.

____________________________

บาลีเป็น วิจารณา.

บทว่า กิสฺสสฺส วิปฺปหาเนน คือ เพราะละธรรมนั้น ธรรมนั้นชื่ออะไร.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงพยากรณ์ความนั้นแก่อุทยมาณพนั้น จึงตรัสคาถาว่า นนฺทิสํโยชโน โลกมีความเพลิดเพลินประกอบไว้.

ในบทเหล่านั้นบทว่า วิตกฺกสฺส ได้แก่ วิตกมีกามวิตกเป็นต้น.

บัดนี้ อุทยมาณพเมื่อจะทูลถามทางแห่งนิพพานนั้น จึงกล่าวคาถาว่า กถํ สตสฺส เมื่อบุคคลมีสติอย่างไร.

ในบทเหล่านั้น บทว่า วิญฺญาณํ ได้แก่ อภิสังขารวิญญาณ (วิญญาณที่เกิดพร้อมกับอภิสังขาร)

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะตรัสบอกทางแก่อุทยมาณพนั้น จึงตรัสคาถาว่า อชฺฌตฺตญฺจ ภายใน.

ในบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ สตสฺส มีสติอย่างนี้ คือมีสติสัมปชัญญะอย่างนี้.

บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดเจนดีแล้ว.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัตนั้นเองด้วยประการฉะนี้.

อนึ่ง เมื่อจบเทศนาได้มีผู้บรรลุธรรมเช่นครั้งก่อนนั่นแล.

จบอรรถกถาอุทยสูตรที่ ๑๓ แห่งอรรถกถาขุททกนิกาย ชื่อปรมัตถโชติกา --------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑