This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation30 lines1 editions

อรรถกถาอชิตเถรคาถา

คาถาของท่านพระอชิตเถระ เริ่มต้นว่า มรเณ เม ภยํ นตฺถิ.

เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

ได้ยินว่า ในกัปที่ ๙๑ ท่านเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี มีจิตเลื่อมใสแล้ว ได้ถวายผลมะขวิด. แม้เบื้องหน้าแต่นั้นก็ได้กระทำบุญนั้นๆ ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลายยังไม่เสด็จอุบัติในกัปนี้ ได้เกิดเป็นบุตรของอัคคาสนียพราหมณ์ของพระเจ้ามหาโกศล ในพระนครสาวัตถี. เขาได้มีนามว่า อชิตะ.

ก็แลในสมัยนั้น พาวรีพราหมณ์ผู้มีปกติอยู่ในพระนครสาวัตถี เป็นผู้ประกอบไปด้วยมหาปุริสลักขณะ ๓ ประการ เรียนจบไตรเพท ออกจากเมืองสาวัตถี แล้วบวชเป็นดาบส อาศัยอยู่ในกปิตถาราม ริมฝั่งน้ำโคธาวรี.

ครั้งนั้น อชิตมาณพบวชในสำนักของพาวรีพราหมณ์นั้น อันเทวดาผู้หวังประโยชน์ตักเตือนแล้ว ถูกส่งไปยังสำนักของพระบรมศาสดา เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมด้วยมาณพทั้งหลายมีติสสเมตเตยยมาณพเป็นต้น ทูลถามปัญหาทั้งหลายด้วยใจอย่างเดียว

เมื่อปัญหาเหล่านั้นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงวิสัชนาแล้ว มีจิตเลื่อมใส บวชในสำนักของพระบรมศาสดา เรียนกรรมฐานแล้ว เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

เราได้ถวายผลมะขวิดแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณงามดังทองคำ ผู้สมควรรับเครื่องบูชา กำลังเสด็จดำเนินอยู่ในถนน ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้.

เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เราทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

ก็ท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะบันลือสีหนาท ได้ภาษิตคาถาว่า

เราไม่มีความกลัวตาย ไม่มีความอาลัยในชีวิต

จักเป็นผู้มีสติ สัมปชัญญะ ละทิ้งกายนี้ไป ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มรเณ ได้แก่ มรณนิมิต คือเหตุแห่งความตาย.

บทว่า เม แปลว่า แก่เรา คือภัยไม่มีแก่เรา เพราะเราเป็นผู้มีชาติสิ้นแล้ว โดยที่รากเหง้าแห่งภพเราถอนขึ้นได้แล้ว. อธิบายว่า สำหรับผู้ที่ยังถอนภพขึ้นไม่ได้ จะพึงกลัวตายว่า การเกิดต่อไปของเราเป็นเช่นไรหนอแล ดังนี้.

บทว่า นิกนฺตี ได้แก่ ความเพ่งเล็ง คือตัณหา ความเพ่งเล็งในชีวิต ชื่อว่าย่อมไม่มี เพราะเข้าไปปรากฏด้วยดี โดยความที่อุปาทานขันธ์ทั้งหลายเป็นทุกข์และหาสาระมิได้ เพราะความที่สังขารถูกพิจารณาขยำขยี้มาแล้วเป็นอย่างดี.

เราผู้เป็นแล้วอย่างนี้ จักทิ้งคือจักทอดทิ้งร่างกายของตนคือสรีระ หรือร่างของตนกล่าวคือเทหะอันเป็นภาระคือทุกข์ และเมื่อจะทอดทิ้งก็คิดว่า กิจที่จะพึงยังประโยชน์ให้สำเร็จ ด้วยร่างกายนี้ เราให้สำเร็จแล้ว บัดนี้ ร่างกายนั้นควรทิ้งไปได้โดยแท้ ดังนี้ ชื่อว่าเป็นผู้มีสัมปชัญญะ เพราะถึงความไพบูลย์ด้วยปัญญา ชื่อว่ามีสติ เพราะถึงความไพบูลย์ด้วยสติ จักทอดทิ้งไป ดังนี้.

ก็พระเถระ ครั้นกล่าวคาถานี้แล้วเข้าฌาน ปรินิพพานแล้ว ในระหว่างนั้นเอง ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาอชิตเถรคาถา จบวรรควรรณนาที่ ๒ แห่งอรรถกถาเถรคาถา ชื่อว่าปรมัตถทีปนี -----------------------------------------------------

ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ รูปคือ

๑. พระจูฬวัจฉเถระ

๒. พระมหาวัจฉเถระ

๓. พระวนวัจฉเถระ

๔. พระสิวกเถระ

๕. พระกุณฑธานเถระ

๖. พระเพลัฏฐสีสเถระ

๗. พระทาสกเถระ

๘. พระสิงคาลปิตาเถระ

๙. พระกุฬเถระ

๑๐. พระอชิตเถระ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑