This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation34 lines1 editions

อรรถกถาเทวสภเถรคาถา (ที่ ๒)

คาถาของท่านพระเทวสภเถระ เริ่มต้นว่า สมฺมปฺปธานสมฺปนฺโน.

เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

แม้พระเถระนี้ก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ เกิดในเรือนแห่งตระกูล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิขี ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว วันหนึ่งเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิขี เป็นผู้มีใจเลื่อมใสแล้ว ได้ทำการบูชาด้วยดอกชบา.

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บังเกิดในตระกูลแห่งเจ้าศากยะ ในพระนครกบิลพัสดุ์ ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่าเทวสภะ.

เขาเจริญวัยแล้ว เห็นพุทธานุภาพ ในคราวเมื่อพระบรมศาสดาเสด็จมาเพื่อระงับการทะเลาะกันเรื่องเทริด เป็นผู้มีใจเลื่อมใสแล้ว ตั้งอยู่ในสรณคมน์ เมื่อพระศาสดาประทับอยู่ในนิโครธาราม เข้าไปเฝ้าพระศาสดาอีก ได้เป็นผู้มีศรัทธาแล้วบวช กระทำบุรพกิจเสร็จแล้ว เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้วต่อกาลไม่นานนัก.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิขี ผู้ปราศจากมลทินบริสุทธิ์ ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว ดังพระจันทร์มีความยินดีในราคะสิ้นแล้ว ทรงข้ามตัณหาในโลกแล้ว ทรงยังหมู่ชนให้ดับเข็ญ ทรงข้ามเองแล้วยังผู้อื่นให้ข้าม เป็นมุนีผู้ประเสริฐ เพ่งฌานอยู่ในป่า มีจิตแน่วแน่ ตั้งมั่นดีแล้ว.

เราร้อยดอกชบาทำเป็นพวงมาลัยแล้วบูชาพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ทำกรรมใดไว้ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.

ในกัปที่ ๗ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าสมันตจักษุ เป็นจอมมนุษย์ มียศมาก มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

____________________________

ขุ. อ. เล่ม ๓๒/ข้อ ๑๕๓

ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว เป็นผู้มีปีติโสมนัสบังเกิดแล้ว เพราะอาศัยวิมุตติสุขที่ตนได้บรรลุแล้ว ได้กล่าวคาถาด้วยสามารถแห่งอุทานว่า

ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยความเพียรชอบ มีสติปัฏฐานเป็น

อารมณ์ ประดับประดาด้วยดอกไม้ คือ วิมุตติ จักเป็น

ผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมฺมปฺปธานสมฺปนฺโน ความว่า ผู้สมบูรณ์ด้วยสัมมัปปธานมีอย่าง ๔. อธิบายว่า ยังกิจที่จะต้องทำด้วยสัมมัปปธานเหล่านั้น ให้ถึงพร้อมแล้วตั้งอยู่.

บทว่า สติปฏฺฐานโคจโร ความว่า ภิกษุชื่อว่า สติปัฏฐานโคจโร เพราะมีสติปัฏฐาน (๔) มีกายานุปัสสนาสติปัฏฐานเป็นต้นเป็นอารมณ์ คือเป็นที่ตั้งแห่งความประพฤติ. อธิบายว่า เป็นผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ในสติปัฏฐาน ๔.

ดอกไม้ คือ วิมุตตินั่นแล ชื่อว่า มีกลีบหอมตลบอบอวล เพราะ งามด้วยคุณธรรม ภิกษุ ชื่อว่า ประดับแล้วคือตกแต่งแล้ว ได้แก่ กระทำ ให้พอแล้ว ด้วยวิมุตติเหล่านั้น โดยประการทั้งปวง คือโดยชอบทีเดียว.

บทว่า วิมุตฺติกุสุมสญฺฉนฺโน ปรินิพฺพิสฺสตฺยนาสโว ความว่า ภิกษุเมื่อปฏิบัติอยู่โดยชอบอย่างนี้ เป็นผู้ไม่มีอาสวะ จักปรินิพพานด้วยสอุปาทิเสสนิพพานธาตุ และอนุปาทิเสสนิพพานธาตุต่อกาลไม่นานเลย.

ก็คำเป็นคาถานี้แหละได้เป็นคาถาพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระ.

จบอรรถกถาเทวสภเถรคาถา (ที่ ๒) จบวรรควรรณนาที่ ๑๐ ในอรรถกถาเถรคาถา ชื่อว่าปรมัตถทีปนี -----------------------------------------------------

ในวรรคนี้ รวมพระเถระได้ ๑๐ รูป คือ

๑. พระปริปุณณกเถระ

๒. พระวิชยเถระ

๓. พระเอรกเถระ

๔. พระเมตตชิเถระ

๕. พระจักขุปาลเถระ

๖. พระขัณฑสุมนเถระ

๗. พระติสสเถระ

๘. พระอภัยเถระ

๙. พระอุตติยเถระ

๑๐. พระเทวสภเถระ (ที่ ๒)

จบวรรคที่ ๑๐ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑