This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation28 lines1 editions

อรรถกถานหาตกเถรคาถาที่ ๑๑

คาถาของท่านพระนหาตกมุนีเถระ มีคำเริ่มต้นว่า วาตโรคาภินีโต ดังนี้.

เรื่องนี้มีเหตุเกิดขึ้นอย่างไร?

แม้พระเถระนี้ก็ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าแต่ปางก่อนทั้งหลาย สั่งสมบุญไว้ในภพนั้นๆ ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ในนครราชคฤห์ เติบใหญ่ขึ้นได้ถึงความสำเร็จในที่ตั้งแห่งวิชชาเป็นต้น เขารู้กันทั่วว่านหาตกะ เพราะประกอบด้วยลักษณะของผู้อาบแล้ว (คือหมดกิเลส).

ท่านนหาตกะนั้นบวชเป็นดาบสยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยลูกเดือย ในราวป่าในที่ประมาณ ๓ โยชน์จากนครราชคฤห์ บำเรอไฟอยู่.

พระศาสดาทรงเห็นอุปนิสัยแห่งพระอรหัตของท่านอันโพลงอยู่ในภายในหทัย เหมือนประทีปลุกโพลงอยู่ในหม้อ จึงได้เสด็จไปยังอาศรมบทของท่าน.

ท่านได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ร่าเริงดีใจ จึงน้อมนำอาหารเข้าไปถวายโดยทำนองที่สำเร็จแก่ตน. พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยอาหารนั้น ถวายในวันที่ ๒ ที่ ๓ ก็อย่างนั้น ในวันที่ ๔ จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์เป็นผู้ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ไฉนจึงยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยอาหารนี้ได้. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศคุณแห่งอริยสันโดษแก่ท่าน จึงทรงแสดงธรรม.

ดาบสได้ฟังธรรมนั้นแล้ว เป็นพระโสดาบัน บวชแล้วบรรลุพระอรหัต. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทำดาบสนั้นให้ดำรงอยู่ในพระอรหัต แล้วก็เสด็จไป. ฝ่ายดาบสนั้นอยู่ในที่นั้นแหละ ต่อมาถูกโรคลมเบียดเบียน. พระศาสดาได้เสด็จไปในที่นั้น เมื่อจะตรัสถามธรรมเครื่องอยู่ของท่านโดยทางปฏิสันถาร จึงตรัสพระคาถาว่า

ดูก่อนภิกษุ เมื่อเธออยู่ในป่าใหญ่ อันปราศจากโคจร

เป็นป่าเศร้าหมอง ถูกโรคลมครอบงำจักทำอย่างไร.

ลำดับนั้น พระเถระจึงประกาศธรรมเครื่องอยู่ของตนแด่พระศาสดา ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า

ข้าพระองค์จักยังปีติและสุขให้แผ่ไปสู่ร่างกาย ครอบงำปัจจัย

อันเศร้าหมองอยู่ในป่าใหญ่ และจักเจริญโพชฌงค์ ๗ อินทรีย์

๕ พละ ๕ ถึงพร้อมด้วยฌานโสขุมมะ คืออรูปฌาน จักเป็นผู้

ไม่มีอาสวะอยู่ ข้าพระองค์จักพิจารณาเนืองๆ ถึงจิตอันบริสุทธิ์

หลุดพ้นจากกิเลสแล้ว ไม่ขุ่นมัว ไม่มีอาสวะอยู่.

อาสวะทั้งปวงของข้าพระองค์ซึ่งมีอยู่ทั้งภายในและภายนอก

ถูกถอนขึ้นหมดแล้ว ไม่เกิดขึ้นต่อไป เบญจขันธ์ข้าพระองค์

กำหนดรู้แล้ว มีรากขาดแล้วตั้งอยู่ ธรรมอันเป็นที่สิ้นทุกข์ ข้า

พระองค์ได้บรรลุแล้ว บัดนี้ภพใหม่ไม่มีพระเจ้าข้า.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฌานโสขุมฺมสมฺปนฺโน ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยภาวะอันละเอียดอ่อนแห่งฌาน. อรูปฌาน ชื่อว่าฌานสุขุมะ. เพราะฉะนั้น ท่านจึงอธิบายไว้ว่า เราเป็นผู้ได้สมาบัติ ๘.

ด้วยบทว่า ฌานโสขุมฺมสมฺปนฺโน นั้น ท่านพระดาบสแสดงถึงความที่ตนเป็นอุภโตภาควิมุตติ.

ส่วนอาจารย์อีกพวกหนึ่งกล่าวว่า ด้วยบทว่า โสขุมฺมํ นี้ ท่านประสงค์เอาอธิปัญญาสิกขาในอรหัตมรรคและอรหัตผล.

แต่นั้น ท่านประกาศถึงความที่ตนเป็นอุภโตภาควิมุตติ ด้วย ฌานศัพท์.

บทว่า วิปฺปมุตฺตํ กิเลเสหิ ความว่า ชื่อว่าหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง เพราะปฏิปัสสัทธิวิมุตติ ชื่อว่าจิตบริสุทธิ์ เพราะหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงนั้นนั่นแหละ ชื่อว่าไม่ขุ่นมัว เพราะความเป็นผู้มีความดำริอันไม่ขุ่นมัว.

ด้วยบททั้ง ๓ ท่านกล่าวถึงจิตอันสัมปยุตด้วยอรหัตผลนั่นเอง.

คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล และพระเถระได้มีการพยากรณ์พระอรหัตผลดังกล่าวมาฉะนี้แล.

จบอรรถกถานหาตกเถรคาถาที่ ๑๑ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑