This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation23 lines1 editions

๕. อรรถกถาจิตตาเถรีคาถา

คาถาว่า กิญฺจาปิ โขมฺหิ กิสิกา เป็นต้นเป็นคาถาของพระเถรีชื่อจิตตา.

แม้พระเถรีชื่อจิตตาองค์นี้ ก็สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมกุศลที่เป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ จากภัทรกัปนี้ไป ๙๔ กัป บังเกิดในกำเนิดกินนร ที่ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา.

วันหนึ่ง นางกินรีนั้นเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งนั่งอยู่ที่โคนต้นไม้ มีใจเลื่อมใส เอาดอกอ้อมาบูชา ไหว้แล้วประคองอัญชลี ทำประทักษิณแล้วหลีกไป. ด้วยบุญกรรมนั้น นางท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกและมนุษย์โลก ในพุทธุปปาทกาลนี้เกิดในตระกูลคฤหบดีมหาศาล กรุงราชคฤห์รู้ความแล้ว ได้ศรัทธาในกาลเสด็จเข้ากรุงราชคฤห์ของพระศาสดา ภายหลังบวชในสำนักของพระมหาปชาบดีโคตมี ในเวลาแก่ ได้ขึ้นเขาคิชฌกูฎทำสมณธรรมเจริญวิปัสสนา ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย.

เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า

ข้าพเจ้าเป็นกินรีที่ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ในกาลนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี เป็นพระสยัมภู ผู้อันใครๆ ให้แพ้ไม่ได้ ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ดีใจ ปลื้มใจ กระทำอัญชลีถือเอาดอกอ้อบูชาพระสยัมภู.

ด้วยกรรมที่ทำดีนั้นและด้วยความตั้งใจมั่น ข้าพเจ้าละร่างกินรี ได้ไปสู่หมู่เทวดาชั้นไตรทศ. ข้าพเจ้าได้เป็นมเหสีของเทวราช ๓๖ องค์ ได้เป็นมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐ องค์

ข้าพเจ้ามีจิตสังเวชจึงบวชเป็นบรรพชิต จากนี้ไป ๙๔ กัป ข้าพเจ้าเอาดอกไม้บูชา ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติ นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า. ข้าพเจ้าเผากิเลสแล้ว ฯลฯ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.

____________________________

ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๑๔๕ นฬมาลิกาเถรีอปทาน

ก็พระเถรีนั้น ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว พิจารณาการปฏิบัติของตน ได้กล่าวคาถาสองคาถานี้ว่า

ข้าพเจ้าเป็นผู้มีร่างกายผ่ายผอม เป็นไข้ทุพพลภาพ

หนัก ต้องถือไม้เท้าไปไหนๆ ก็จริง ถึงอย่างนั้นก็ยังขึ้นภูเขา

ได้ ข้าพเจ้าวางผ้าสังฆาฏิและคว่ำบาตร นั่งบนภูเขา ทำลาย

กองความมืด ข่มตนไว้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กิญฺจาปิ โขมฺหิ กิสิกา ความว่า ถึงแม้ข้าพเจ้าเป็นคนคร่ำคร่า เพราะชรามีร่างกายผ่ายผอม เพราะมีเนื้อและเลือดน้อย.

บทว่า คิลานา พาฬฺหทุพฺพลา ความว่า เป็นไข้เพราะธาตุเป็นต้น พิการ ทุพพลภาพเหลือเกิน เพราะความไข้นั้นเอง.

บทว่า ทณฺฑโมลุพฺภ คจฺฉามิ ความว่า เมื่อไปในที่ไหนๆ ย่อมถือไม้เท้าไป.

บทว่า ปพฺพตํ อภิรูหิย ความว่า แม้เป็นอย่างนี้ก็ขึ้นภูเขาคิชฌกูฏ เพราะต้องการวิเวก.

บทว่า สงฺฆาฏึ นิกฺขิปิตฺวาน ความว่า เป็นผู้เหน็ดเหนื่อยจริงๆ วางผ้าสังฆาฏิที่วางไว้บนบ่าตามที่พับไว้ ไว้ในหัตถบาส.

บทว่า ปตฺตกญฺจ นิกุชฺชิย ความว่า วางบาตรดินสำหรับใช้สอยของข้าพเจ้าคว่ำไว้ในที่สมควรแห่งหนึ่ง.

บทว่า เสเล ขมฺเภสึ อตฺตานํ ตโมกฺขนฺธํ ปทาลิย ความว่า นั่งบนภูเขา ทำลายกองโมหะที่ไม่เคยทำลายเป็นเวลายาวนาน ข่มตนคืออัตภาพ ด้วยการทำลายกองโมหะนั้นนั่นแล คือข่มสันดานของตน ด้วยให้ถึงความไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา.

จบอรรถกถาจิตตาเถรีคาถาที่ ๕ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑