This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation26 lines1 editions

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุว่ายากรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้มีคำเริ่มต้นว่า น เม รุจิ ดังนี้.

ครั้งนั้น พระศาสดาได้ตรัสเรียกภิกษุนั้นมา แล้วตรัสถามว่า จริงหรือภิกษุ ได้ทราบว่าเธอเป็นผู้ว่ายาก? เมื่อเธอทูลว่า จริงพระเจ้าข้า จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ไม่ใช่บัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อน เธอก็เป็นคนว่ายากเหมือนกัน ก็เพราะอาศัยความเป็นผู้ว่ายาก เธอไม่เชื่อฟังคำของบัณฑิตทั้งหลายจึงถึงความย่อยยับ ในช่องทางของลมเวรัมภะ คือลมงวง.

แล้วได้ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้:-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในกำเนิดแร้ง ได้มีชื่อว่าแร้งอปรัณณะ มันมีหมู่แร้งห้อมล้อมอาศัยอยู่บนเขาคิชฌกูฏ. ส่วนลูกของมันชื่อมิคาโลปะ มีกำลังสมบูรณ์ มันบินสูงมาก เลยแดนของแร้งตัวอื่นๆ ไป แร้งทั้งหลายบอกแก่พระยาแร้งว่า ลูกของท่านบินไปไกลเหลือเกิน. แร้งอปรัณณะได้ฟังดังนั้นแล้ว จึงเรียกลูกมาถามว่า ลูกเอ๋ย ได้ยินว่าเจ้าบินสูงมาก ผู้บินสูงมากจักถึงความสิ้นชีวิต แล้วได้กล่าวคาถา ๓ คาถาไว้ว่า :-

ดูก่อนพ่อมิคาโลปะ พ่อไม่มีความพอใจที่เจ้าบินไปอย่างนั้น ลูกเอ๋ยเจ้าบินสูงมาก เจ้าคบหาที่ไม่ใช่ถิ่นลูกเอ๋ย.

แผ่นดินปรากฏแก่เจ้า เป็นเสมือนนาแปลง ๔ เหลี่ยมเมื่อใด เมื่อนั้นเจ้าจงกลับลงมา อย่าบินเลยนี้ขึ้นไป.

นกแม้เหล่าอื่นที่มีปีกเป็นยานพาหนะ บินไปในอากาศมีอยู่ พวกมันถูกกำลังแรงของลมพัดไปสำคัญตนว่า เป็นเสมือนสิ่งที่ยั่งยืนทั้งหลาย ได้พินาศไปแล้วมากต่อมาก.

พึงทราบวินิจฉัยในบทเหล่านั้น

แร้งพ่อเรียกลูกโดยชื่อว่ามิคโลปะ.

บทว่า อตุจฺจํ ตาต คจฺฉสิ ความว่า ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าบินสูงจนเลยแดนของแร้งเหล่าอื่น แร้งพ่อบอกแดนแก่ลูก ด้วยคำนี้ว่า จตุกฺกณฺณํว เกทารํ คือ เหมือนนาแปลง ๔ เหลี่ยม.

มีอธิบายไว้ว่า ลูกเอ๋ย เมื่อผืนแผ่นดินใหญ่นี้เป็นเสมือนนาแปลง ๔ เหลี่ยมสำหรับเจ้า คือปรากฏเป็นเสมือนขนาดเล็กอย่างนั้น เมื่อนั้นเจ้าควรกลับ จากที่ประมาณเท่านี้อย่าไปเลยนี้.

บทว่า สนฺติ อญฺเญปิ เป็นต้น ความว่า แร้งพ่อแสดงว่า ไม่ใช่เจ้าตัวเดียวเท่านั้นไม่ไป แม้แร้งตัวอื่นๆ ก็ทำอย่างนี้มาแล้ว.

บทว่า อุกฺขิตฺตา ความว่า แม้พวกเขาบินเลยแดนของพวกเราไป ถูกแรงลมตีสาบสูญไปแล้ว.

บทว่า สสฺสตีสมา มีอธิบายว่า พวกมันสำคัญตนว่า เป็นผู้เสมอด้วยแผ่นดินและภูเขาทั้งหลายที่ยั่งยืน แม้อายุของตนมีประมาณพันปี ยังไม่เต็มบริบูรณ์ ก็พินาศไปแล้ว ในระหว่าง.

ฝ่ายมิคาโลปะไม่ทำตามโอวาท ไม่เชื่อฟังคำพ่อบินทะยานขึ้น เห็นเขตแดนตามที่พ่อบอกไว้แล้ว แต่ก็บินเลยเขตแดนนั้นไปให้ลมกาลวาตสิ้นไปทะลุลมแม้เหล่านั้น แล่นเข้าสู่ปากทางลมเวรัมภวาต จึงถูกเวรัมภวาตตีมัน มันเพียงแต่ถูกลมเหล่านั้นตี ก็แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อันตรธานไปในอากาศนั่นเอง.

ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ว่า :-

แร้งมิคาโลปะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของแร้งแก่ชื่ออปรัณณะผู้เป็นพ่อ บินเลยลมกาลวาตไป ตกอยู่ในอำนาจของลมเวรัมภวาต.

เมื่อแร้งมิคาโลปะไม่ปฏิบัติตามโอวาท ทั้งลูกทั้งเมียของมันและแร้งอื่นๆ ที่เป็นลูกน้องทั้งหมดถึงความพินาศแล้ว.

ผู้ไม่สำนึกถึงคำสอนของผู้เฒ่าทั้งหลาย ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ประพฤติเลยขอบเขตก็เดือดร้อน ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า จะถึงความพินาศเหมือนแร้งที่ฝ่าฝืนคำสอนของพ่อฉะนั้น.

๓ คาถานี้ เป็นพระคาถาของท่านผู้รู้ยิ่งแล้ว

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนุชีวิโน ได้แก่แร้งทั้งหลายที่อาศัย แร้งมิคาโลปะนั้นเกิดภายหลัง.

บทว่า อโนวาทกเร ทิเช ความว่า เมื่อแร้งมิคาโลปะแม้นั้น ไม่ทำตามโอวาท แร้งเหล่านั้นบินไปกับแร้งมิคาโลปะนั้นเลยเขตแดนไป พากันถึงความพินาศทั้งหมด.

บทว่า เอวมฺปิ ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แร้งนั้นถึงความพินาศแล้วฉันใด แม้ผู้ใดใครอื่นจะเป็นคฤหัสถ์ก็ตาม เป็นบรรพชิตก็ตาม ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ไม่เชื่อถือพระดำรัสของพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้ทรงอนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล แม้ผู้นั้นก็จะถึงความพินาศเหมือนแร้งตัวนี้ ที่เที่ยวไปเลยเขตแดน เป็นผู้เดือดร้อน คือลำบากแล้วฉะนั้น.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา ประกาศสัจธรรม แล้วทรงประมวลชาดกไว้ว่า

แร้งมิคาโลปะ ได้แก่ ภิกษุผู้ว่ายาก

ส่วน แร้งอปรัณณะ ได้แก่ เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถามิคาโลปชาดกที่ ๖ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑