๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถากุมารีภูตวรรค สิกขาบทที่ ๑๐
วินิจฉัยในสิกขาบทที่ ๑๐ พึงทราบดังนี้ :-
บทว่า อนาปุจฺฉา แปลว่า ไม่บอกกล่าว. พวกภิกษุณีควรบอกกล่าว ๒ ครั้ง คือ ในคราวบรรพชาครั้ง ๑ ในคราวอุปสมบทครั้ง ๑. แต่พวกภิกษุแม้เมื่อบอกกล่าวคราวเดียว ก็ควร.
บทว่า อชานนฺตี ได้แก่ ไม่รู้ว่ามารดาเป็นต้น ยังมีอยู่.
คำที่เหลือตื้นทั้งนั้น.
สิกขาบทนี้มีสมุฏฐานที่สำคัญไม่ซ้ำก่อน ๔ สมุฏฐาน เกิดขึ้นทางวาจา ๑ ทางกายกับวาจา ๑ ทางวาจากับจิต ๑ ทางกายวาจากับจิต ๑.
คืออย่างไร?
คือภิกษุณีนั่งในขัณฑสีมา ด้วยกิจที่ควรทำบางอย่างนั่นแล ในกรรมมีอัพภานกรรมเป็นต้น กล่าวว่า พวกท่านจงเรียกสิกขมานา พวกเราจักให้เธออุปสมบท ในขัณฑสีมานี้แหละ แล้วให้อุปสมบทให้ อย่างนี้ชื่อว่า เกิดขึ้นทางวาจา ๑.
เมื่อภิกษุณีกล่าวตั้งแต่สำนักที่อยู่ว่า เราจักให้อุปสมบท แล้วเดินไปยังขัณฑสีมา ชื่อว่า เกิดขึ้นทางกายกับวาจา ๑.
เมื่อภิกษุณีไม่รู้เลยว่าเป็นข้อที่ทรงบัญญัติห้ามไว้ ทำการล่วงละเมิด ในฐานะทั้ง ๒ ชื่อว่า เกิดขึ้นทางวาจากับจิต ๑ ทางกายวาจากับจิต ๑.
เป็นทั้งกิริยา ทั้งอกิริยา เพราะไม่ให้ขออนุญาตก่อนแล้วให้อุปสมบท เป็นโนสัญญาวิโมกข์ อจิตตกะ ปัณณัตติวัชชะ กายกรรม วจีกรรม มีจิต ๓ มีเวทนา ๓ แล.
อรรถกถากุมารีภูตวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ จบ. -----------------------------------------------------