๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาเหมกมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๘
พึงทราบวินิจฉัยในเหมกสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้.
บทว่า เยเม ปุพฺเพ วิยากํสุ ในกาลก่อนพวกอาจารย์เหล่านี้พยากรณ์แล้ว คือในกาลก่อนพาวรีพราหมณ์เป็นต้นพยากรณ์ลัทธิของตนแก่ข้าพระองค์.
บทว่า หุรํ โคตมสาสนา คือ ก่อนแต่ศาสนาของพระโคดม.
บทว่า สพฺพนฺตํ ตกฺกวฑฺฒนํ คือ คำทั้งหมดนั้นเป็นเครื่องยังความวิตกมีกามวิตกเป็นต้นให้เจริญ.
บทว่า เย จญฺเญ ตสฺส อาจริยา พราหมณ์พวกอื่นและอาจารย์ของพาวรีพราหมณ์ คือพราหมณ์พวกอื่นและอาจารย์ผู้ให้พาวรีพราหมณ์นั้นศึกษาถึงมารยาท.
บทว่า เต สกํ ทิฏฺฐึ คือ อาจารย์เหล่านั้นบอกถึงทิฏฐิของตนๆ.
บทว่า สกํ ขนฺตึ คือ ความอดทนของตน.
บทว่า สกํ รุจึ คือ ความชอบใจของตน.
บทว่า วิตกฺกวฑฺฒนํ ยังความตรึกให้เจริญ คือยังวิตกมีกามวิตกเป็นต้นให้เกิดขึ้น คือให้เป็นไปบ่อยๆ .
บทว่า สงฺกปฺปวฑฺฒนํ คือ ยังความดำริมีความดำริถึงกามเป็นต้นให้เจริญ.
สองบทเหล่านี้ ท่านกล่าวรวมวิตกทั้งหมด.
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงถึงกามวิตกเป็นต้นโดยสรุป จึงทรงแสดงวิตกทั้งหลาย ๙ อย่างโดยนัยมีอาทิว่า กามวิตกฺก วฑฺฒนํ ยังกามวิตกให้เจริญ ดังนี้.
บทว่า ตณฺหานิคฺฆาตนํ เป็นเครื่องกำจัดตัณหา คือยังตัณหาให้พินาศ.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงบอกธรรมนั้นแก่เหมกมาณพนั้น จึงตรัสสองคาถาว่า อิธ ดังนี้เป็นต้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า เอตทญฺญาย เย สตา พระขีณาสพเหล่าใดรู้ทั่วถึงบทนิพพานนั้นแล้วเป็นผู้มีสติ คือพระขีณาสพเหล่าใดรู้เห็นแจ้งถึงบทนิพพานนั้น อันไม่จุติแล้วโดยนัยมีอาทิว่า สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยงดังนี้โดยลำดับ เป็นผู้มีสติด้วยกายานุปัสสนาสติปัฏฐานเป็นต้น.
บทว่า ทิฏฺฐธมฺมาภินิพฺพุตา มีธรรมอันเห็นแล้วดับแล้ว คือ ชื่อว่ามีธรรมอันเห็นแล้ว เพราะเป็นผู้รู้แจ้งธรรม และชื่อว่าดับแล้ว เพราะดับกิเลสมีราคะเป็นต้น.
บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดดีแล้ว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัตด้วยประการฉะนี้.
อนึ่ง เมื่อจบเทศนา ได้มีผู้บรรลุธรรมเช่นกับที่กล่าวแล้วในก่อนนั่นแล.
จบอรรถกถาเหมกมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๘ -----------------------------------------------------