This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation26 lines1 editions

อรรถกถาญาณัตตยานิทเทส

[๒๐๒-๒๑๐] พึงทราบวินิจฉัยในญาณัตตยานิทเทสดังต่อไปนี้.

บทว่า นิมิตฺตํ ได้แก่ สังขารนิมิต.

บทว่า อนิมิตฺเต ได้แก่ นิพพานอันเป็นปฏิปักษ์กับสังขารนิมิต.

บทว่า อธิมุตฺตตฺตา - เพราะมีจิตน้อมไป คือเพราะปล่อยจิตไปด้วยความน้อมไปในนิพพานนั้น.

บทว่า ผุสฺส ผุสฺส วยํ ปสฺสติ - ถูกต้องแล้ว ถูกต้องแล้วย่อมเห็นความเสื่อม คือถูกต้องแล้ว ถูกต้องแล้วซึ่งสังขารนิมิตด้วยญาณ ย่อมเห็นความเสื่อมไปแห่งสังขารนิมิตนั้นด้วยวิปัสสนาญาณ.

ด้วยบทนี้เป็นอันสำเร็จถึงภังคานุปัสนาญาณ.

ภังคานุปัสสนานั้นยังอนิจจานุปัสสนาให้สำเร็จ. อนิจจานุปัสสนายังทุกขานุปัสสนาให้สำเร็จ เพราะสิ่งที่ไม่เที่ยงเป็นทุกข์. ทุกขานุปัสสนานั้นยังอนัตตานุปัสสนาให้สำเร็จ เพราะสิ่งที่เป็นทุกข์เป็นอนัตตา. เพราะเหตุนั้นเป็นอันท่านกล่าวถึงอนุปัสสนา ๓ ในบทนี้ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า อนิมิตฺโต วิหาโร - วิหารธรรมชื่อว่าอนิมิตวิหาร คือวิหารธรรมอันเป็นหมวด ๓ แห่งวิปัสสนานั้น ชื่อว่าอนิมิตวิหาร เพราะเหตุนิมิตโดยความเป็นภัย.

บทว่า ปณิธึ ได้แก่ ตัณหา.

บทว่า อปฺปณิหิเต - ในนิพพานอันไม่มีตัณหาเป็นที่ตั้ง คือในนิพพานอันเป็นปฏิปักษ์ของตัณหา.

บทว่า อภินิเวสํ ได้แก่ การถือมั่นตัวตน.

บทว่า สุญฺญเต ได้แก่ นิพพานอันว่างจากตัวตน.

บทว่า สุญฺญโต คือ ความสูญนั่นแหละ ชื่อว่าสุญญตวิหาร.

บทว่า ปวตฺตํ อชฺฌุเปกฺขิตฺวา - เพิกเฉยความเป็นไปแล้ว คือเพิกเฉยความเป็นไปอันเป็นวิบากด้วยความวางเฉยในสังขาร.

จริงอยู่ สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้พอใจความเป็นไปอันเป็นวิบากกล่าวคือสุคติ. แต่พระโยคาวจรนี้ประสงค์จะเข้าผลสมาบัติ เห็นความเป็นไปแม้นั้นและสังขารทั้งปวงโดยความเป็นของไม่เที่ยง ย่อมเพิกเฉยเสีย. เพราะว่าครั้นเห็นอย่างนี้แล้วย่อมสามารถเข้าผลสมาบัติได้. ไม่สามารถเข้าได้โดยประการอื่น.

บทว่า อาวชฺชิตฺวา - พิจารณาแล้ว คือพิจารณาด้วยอาวัชชนะ.

บทว่า สมาปชฺชติ - คือ ย่อมเข้าถึงผลสมาบัติ.

บทว่า อนิมิตฺตา สมาปตฺติ - สมาบัติอันหานิมิตมิได้ คือชื่อว่าสมาบัติอันไม่มีนิมิต เพราะเห็นนิมิตโดยความเป็นภัยแล้วเข้าถึง.

บทว่า อนิมิตฺตวิหารสมาปตฺติ - วิหารสมาบัติอันหานิมิตมิได้ คือมีเป็นสองอย่างด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนาวิหาร และด้วยอำนาจแห่งผลสมาบัติ.

บัดนี้ พระสารีบุตรเถระเมื่อจะจำแนกสังขารนิมิตแล้วแสดงจึงกล่าวบทมีอาทิว่า รูปนิมิตฺตํ. ควรจะกล่าวในการถือเอาชราและมรณะ ท่านกล่าวไว้ก่อนแล้ว.

เมื่อกล่าวด้วยบทมีอาทิว่า อญฺโญ อนิมิตฺตวิหาโร - อนิมิตวิหารสมาบัติเป็นอย่างหนึ่ง พระสารีบุตรเถระแสดงสรุปไว้แล้ว.

ญาณในความต่างวิปัสสนาวิหารของผู้ตั้งอยู่ในสังขารุเบกขาญาณอันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งผลสมาบัติ ชื่อว่าวิหารัฏฐญาณ. ญาณในความต่างกันแห่งผลสมาบัติ ชื่อว่าสมาปัตตัฏฐญาณ. ญาณในความต่างกันทั้งสองอย่างนั้น ชื่อว่าวิหารสมาปัตตัฏฐญาณ.

พระโยคาวจรผู้ประสงค์จะน้อมไปด้วยวิปัสสนาวิหาร ย่อมยังวิปัสสนาวิหารให้เป็นไป. ประสงค์จะน้อมไปด้วยผลสมาบัติวิหารขวนขวายไปตามลำดับของวิปัสสนา ย่อมยังผลสมาบัติให้เป็นไป. ประสงค์จะน้อมไปด้วยทั้งสองอย่างนั้นย่อมยังทั้งสองอย่างนั้นให้เป็นไป. มี ๓ อย่างด้วยประสงค์ถึงบุคคลด้วยประการฉะนี้.

บทที่เหลืออันควรกล่าวไว้ในที่นี้ ท่านกล่าวไว้แล้วในการพรรณนาถึงสังขารุเบกขาญาณแล.

จบอรรถกถาญาณัตตยานิทเทส -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

Commentary on ๑