This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation32 lines1 editions

๑๓๐. อรรถกถาปทุมปูชกเถราปทาน

อปทานของท่านพระปทุมปูชกเถระมีคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.

แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญบุญมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.

ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ บรรลุนิติภาวะแล้ว สำเร็จการศึกษาในศิลปะของตน แต่มองไม่เห็นสาระประโยชน์ในศิลปะนั้น ไม่ได้รับการแนะนำพร่ำสอน เพราะค่าที่ตนเกิดมาก่อนแต่ที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น จึงละเพศฆราวาส บวชเป็นฤาษี สร้างอาศรมอาศัยบรรพตชื่อโคตมกะซึ่งไม่ไกลจากภูเขาหิมวันต์นัก ทำอภิญญา ๕ และสมาบัติ ๘ ให้เกิดขึ้นแล้วเป็นอยู่ด้วยความสุขในฌานนั่นแล.

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ เป็นพระพุทธเจ้า ทรงรื้อขนสัตว์ทั้งหลายออกจากสงสาร ได้เสด็จไปยังหิมวันตประเทศเพื่ออนุเคราะห์เขา.

ดาบสเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วมีจิตเลื่อมใส ให้ศิษย์ของตนทั้งหมดมาประชุมพร้อมกันแล้ว ก็ให้ศิษย์เหล่านั้นนำเอาดอกปทุมทั้งหลายมาบูชาแล้ว.

ด้วยบุญอันนั้น ดาบสนั้นได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติจนครบทั้ง ๒ แล้ว.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีตระกูลในกรุงสาวัตถี มีศรัทธาเลื่อมใสได้บวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.

ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.

บทว่า โคตโม นาม ปพฺพโต ความว่า ภูเขาที่ได้ปรากฏชื่อว่าโคตมะ เพราะเป็นที่อยู่ของพวกยักษ์และเทวดาเป็นอันมาก และเพราะเป็นที่อยู่ของท่านโคตมะด้วยอำนาจแรงอธิษฐาน.

ชื่อว่าบรรพต เพราะเป็นไปมั่นคง.

บทว่า นาครุกฺเขหิ สญฺฉนฺโน มีวิเคราะห์ว่า

ชื่อว่ารุกขะ เพราะงอกขึ้นตั้งอยู่.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ารุกขะ เพราะแทงแผ่นดินงอกขึ้น.

ต้นไม้ทั้งหลายเช่นต้นจำปา การบูร กากะทิง กฤษณาและต้นจันทน์เป็นต้นหลายชนิดหลายอย่าง รวมเรียกว่านานารุกขะ.

เชื่อมความว่า ภูเขาโคตมะนั้นดารดาษเกลื่อนกล่นไปด้วยต้นไม้นานาชนิดเหล่านั้น.

บทว่า มหาภูตคณาลโย มีวิเคราะห์ว่า

ชื่อว่าภูตะ เพราะมีขึ้นเกิดขึ้นอุบัติขึ้นและเจริญ, สัตว์เหล่านั้นมีมากด้วยเป็นภูตด้วย ดังนั้นจึงชื่อว่ามหาภูตะ. คณะคือหมู่ของมหาภูตทั้งหลาย ชื่อว่ามหาภูตคณะ, ที่อยู่ที่อาศัยของหมู่มหาภูต ชื่อว่ามหาภูตคณาลัย.

บทว่า เอวมชฺฌิมฺหิ จ ตสฺสาสิ ความว่า อาศรมที่พระดาบสเนรมิต สร้างจนสำเร็จนั้นอยู่ในระหว่างท่ามกลางภูเขาโคตมะนั้น.

คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาปทุมปูชกเถราปทาน จบอรรถกถาเสเรยยวรรคที่ ๑๓ -----------------------------------------------------

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. เสเรยยกเถราปทาน

๒. ปุปผถูปิยเถราปทาน

๓. ปายาสทายกเถราปทาน

๔. คันโธทกิยเถราปทาน

๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน

๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน

๗. ผลทายกเถราปทาน

๘. ญาณสัญญกเถราปทาน

๙. คันธปุปผิยเถราปทาน

๑๐. ปทุมปูชกเถราปทาน

บัณฑิตผู้เห็นแจ้งอรรถรวมคาถาไว้ ๑๐๕ คาถา. จบเสเรยยกวรรคที่ ๑๓ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร