๑
อรรถกถาแปลไทย
๑๗๕. อรรถกถาสีหาสนทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระสีหาสนทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะทำบุญสร้างไว้เพื่อต้องการจะได้บรรลุพระนิพพาน.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดในตระกูลคฤหบดี บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา เลื่อมใสในพระรัตนตรัย เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นปรินิพพานแล้ว ได้ช่วยกันสร้างอาสนะสีหะที่ขจิตไปด้วยรัตนะ ๗ ประการไว้แล้ว บูชาต้นโพธิ์แล้ว และได้บูชาด้วยมาลาของหอมและธูปเป็นจำนวนมากมาย.
ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองนั้นแล้ว ได้รับแต่การบูชาในที่ทั้งปวง.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุลในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้วอยู่เป็นฆราวาส ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว มีใจเลื่อมใสจึงละหมู่ญาติออกบวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ระลึกถึงกุศลสมภารที่ตนได้สั่งสมไว้ในปางก่อนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สีหาสนมทาสหํ มีวิเคราะห์ว่า
อาสนะที่ขจิตไปด้วยรูปราชสีห์ เงิน ทองและรัตนะทั้งหลาย ชื่อว่าอาสนะสีหะ.
อีกอย่างหนึ่ง อาสนะที่สมควรประทับนั่งของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ไม่กล้วต่อราชสีห์ ชื่อว่าอาสนะสีหะ.
อีกอย่างหนึ่ง อาสนะสีหะก็คืออาสนะที่ประเสริฐสูงสุด ดังนั้นจึงชื่อว่าอาสนะสีหะ
อธิบายว่า เราได้ถวายอาสนะสีหะนั้นแล้ว เราได้บูชาต้นโพธิ์แล้ว.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้ง่ายทีเดียวแล. จบอรรถกถาสีหาสนทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------