This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture

อรรถกถาแปลไทย

Text only · no interpretation30 lines1 editions

๖๐. อรรถกถาอสนโพธิยเถราปทาน

อปทานของท่านพระอสนโพธิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ ดังนี้.

พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว ได้รับความสุข เลื่อมใสในพระศาสนา ถือเอาผลไม้โพธิ์ที่ออกจากโพธิพฤกษ์ แล้วถือเอาต้นโพธิ์หนุ่มที่ออกจากต้นโพธิ์นั้น แล้วปลูกเป็นต้นโพธิ์. รักษาไว้บูชาโดยกรรมมีการรดน้ำเป็นต้นโดยประการที่จะไม่พินาศไป.

ด้วยบุญนั้น ท่านจึงเสวยสมบัติในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล เพราะท่านมีบุญสมภารแก่รอบ ท่านมีอายุ ๗ ขวบท่านบรรพชาแล้วบรรลุพระอรหัตขณะปลงผมนั้นเอง.

ท่านปรากฏโดยชื่อแห่งบุญที่ตนบำเพ็ญในไว้ในกาลก่อนว่า อสนโพธิยเถระ.

ท่านระลึกถึงบุญสมภารในกาลก่อน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชาติยา ความว่า จำเดิมแต่กาลที่ตนคลอดจากครรภ์มารดา.

เชื่อมความว่า เรามีอายุ ๗ ขวบมีฤดูสรทะบริบูรณ์ ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้นำสัตวโลก.

บทว่า ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ความว่า ผู้มีจิตผ่องใส ไม่ขุ่นมัว ไม่หวั่นไหวโดยประการ. อธิบายว่า ผู้มีใจคือผู้มีใจงาม ได้แก่ผู้มีจิตเกิดพร้อมกับโสมนัส.

บทว่า ติสฺสสฺสาหํ ภควโต ความว่า ชื่อว่าติสสะ เพราะเกิด ๓ ครั้ง ท่านเป็นผู้เกิดคือบังเกิดพ้นจากครรภ์ของมารดา จากชาติเป็นมนุษย์ และจากเบญจขันธ์เป็นพระพุทธเจ้า.

เชื่อมความว่า เราปลูกต้นอสนโพธิ์อันสูงสุด เพื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าติสสะนั้นผู้คงที่ ผู้ประเสริฐกว่าโลก.

บทว่า อสโน นามเธยฺย ความว่า ต้นโพธิ์ชื่อว่าอสนะ ได้เป็นต้นโพธิ์โดยนามบัญญัติ คือโดยนามสัญญา.

บทว่า ธรณีรุหปาทโป ความว่า ชื่อว่าธรณี เพราะทรงไว้ซึ่งเถาวัลย์ ต้นไม้ ภูเขา แม่น้ำคงคาและสาครเป็นต้น,

ธรณีนั้นคืออะไร คือแผ่นดิน. ชื่อว่าธรณีรุหะ งอกขึ้นคือตั้งอยู่บนแผ่นดินนั้น, ชื่อว่า ปาทโป เพราะดื่มด้วยเท้า.

อธิบายว่า ดื่มน้ำที่รดด้วยรากกล่าวคือเท้า คือย่อมทรงไว้ซึ่งรสแห่งอาโปธาตุ คือความสิเนหา. ต้นไม้นั้นด้วย งอกขึ้นบนแผ่นดินด้วย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าธรณีรุหปาทปะ เราได้บำเรอคือได้ปลูกบำรุงต้นโพธิ์ชื่อว่าอสนะอันสูงสุด ตลอด ๕ ปี.

บทว่า ปุปฺผิตํ ปาทปํ ทิสฺวา ความว่า เห็นต้นโพธิ์ชื่อว่าอสนะ ที่เราปลูกไว้นั้นบานแล้ว คือการกระทำการชูชันแห่งขนอันน่าอัศจรรย์ เพราะมีดอกอันควรแก่สิ่งน่าอัศจรรย์ เมื่อระบุกรรมของตนคือเมื่อกล่าวโดยประการ จึงได้ไปสู่สำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ.

คำที่เหลือในที่ทั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาอสนโพธิยเถราปทาน จบอรรถกถาวรรคที่ ๖ -----------------------------------------------------

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. วิธูปนทายกเถราปทาน

๒. สตรังสิยเถราปทาน

๓. สยนทายกเถราปทาน

๔. คันโธทกทายกเถราปทาน

๕. โอปวุยหเถราปทาน

๖. สปริวาราสนเถราปทาน

๗. ปัญจทีปกเถราปทาน

๘. ธชทายกเถราปทาน

๙. ปทุมเถราปทาน

๑๐. อสนโพธิยเถราปทาน

มีคาถา ๙๒ คาถา. จบอรรถกถาอสนโพธิยเถราปทาน จบวีชนีวรรคที่ ๖ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร